สุขภาพ : โด๊ปยาเป็นกำ….ก็ไม่รอด

สุขภาพ : โด๊ปยาเป็นกำ….ก็ไม่รอด

ฉบับนี้เป็นครั้งแรกครับ สำหรับคอลัมน์สุขภาพ โดยที่หมอจะเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงเล่าเกร็ดประสบการณ์ที่ผ่านมาในการตรวจวินิจฉัย รักษา และการวิจัย ซึ่งควรเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาตนเองครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับการได้รับยาที่อาจไม่ถูกต้องพอเหมาะและสมเหตุสมผล และเกิดปฏิกิริยาข้างเคียงต่อกันเป็นลูกโซ่ เกิดอาการของโรคใหม่ๆแทบไม่สิ้นสุดเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว มีผู้ป่วยชาย คุณสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ครอบครัวพามาพบหมอเพื่อช่วยให้รักษาโรคสมองเสื่อม อัมพฤกษ์ โรคพาร์กินสัน และอื่นๆ การตรวจสอบยาที่ได้รับขั้นต้น พบว่า คุณสมชายมียาที่รับประทานอยู่ขณะนี้ 22 ชนิด และมียาฉีดอาทิตย์ละครั้ง รวมปริมาณเม็ดยาแล้ว 43 เม็ดต่อวัน !!

จากการซักประวัติจากผู้ป่วยเองและญาติ ได้ความว่า มีสุขภาพดีมาตลอด ลงพุงเล็กน้อยมีไขมัน คอเรสเตอรอลสูงประมาณ 260 โดยที่มีไขมันเสียที่เรียกว่า LDL เท่ากับ 120 และมีไขมันดี หรือHLD 45 ซึ่งไขมันระดับนี้คุมอาหาร ออกกำลังสม่ำเสมอ ควบคุมอาหารควรจะเพียงพอก่อนที่จะไปใช้ยา ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเพื่อสุขภาพ คือ วันละ 2 เป็ก วิสกี้ต่อวัน ความดันโลหิตไม่เคยสูงกว่า 130/85มาตลอด ซึ่งถือว่าไม่มีความดันโลหิตสูง ออกกำลัง ตามสะดวก หมายความว่า ออกน้อยมาก หรือไม่ออกเลย แต่ยังคงทำงานธุรกิจได้อย่างกระฉับกระเฉง ครอบครัวไม่มีใครเจ็บป่วยทางโรคเส้นเลือดของหัวใจ หรือสมองและไม่มีสมองเสื่อม และแล้วอาการก็เริ่มต้น เมื่อคุณสมชายเริ่มบ่นให้ภรรยาฟังว่ามี“บ้านหมุนโคลงเคล” 6 เดือนที่แล้ว อาการหมุนไม่รุนแรง ไม่เคยล้ม

แต่ปรากฏว่าขณะที่ล้มตัวลงนอนตะแคงข้างขวา จะเกิดอาการเวียนหัวเป็นระยะสั้นๆ หรือเมื่อเปลี่ยนท่าก็ดูเหมือนอาการจะหายไปเดินเหินยังทำได้ปกติ ไม่มีเห็นภาพซ้อน หูไม่มีเสียงดัง ไม่มีชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีก หรือมีมือ-แขนแกว่งจับของไม่ถูก ภรรยาพาคุณสมชายไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้รับการวินิจฉัยเกือบในทันทีที่เอ่ยถึงอาการบ้านหมุนว่า น่ากลัวจะเป็นเส้นเลือดตีบในสมอง และถูกจับตัวเข้าทำเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตามลำดับ และการตรวจอีกสารพัด และได้รับคำบอกเล่าว่าโชคดีที่ยังไม่เป็นมาก แต่ต้องรีบรักษาป้องกันไว้ก่อน โดยได้ยาแก้เวียน2 ขนาน นามชื่อ Flunarizine และ Cinnarizine ซึ่งมีการอ้างสรรพคุณด้วยว่าช่วยระบบไหลเวียนเลือดสมองดีขึ้น (ซึ่งไม่จริง) ได้ยาบำรุงสมอง

ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์สรรพคุณว่าเก่งจริง อีก 5 ขนาน และเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความเฉียบคมของสมอง ป้องกันสมองเสื่อมwww.cueid.orgอีก 2 ขนาน (ซึ่งไม่เป็นความจริง เช่นเคย) พร้อมกับยาป้องกันเส้นเลือดตีบ 2 ขนาน ซึ่ง 1 ใน 2 นั้น มียาแอสไพรินเป็นส่วนผสม นอกจากนั้นเพื่อเป็นการปกป้องเส้นเลือดจากไขมันตกตะกอนจึงได้ยาลดไขมันอีก 2 ขนานภายในสัปดาห์หรือวีคแรก (ตามสำนวน AF) คุณสมชายดูจะดีขึ้นจากบ้านหมุนโคลงเคลง แต่เวรกรรม หลังจากวีคที่ 4 ทุกคนเริ่มสังเกต คุณสมชายตัวแข็งๆ มือสั่น เดินช้า ตาไม่ค่อยกระพริบ หน้าเคร่ง เฉยเมย และมีอาการปวดเมื่อยตาม ไหล่ หลัง ขาทั้ง 2 ข้าง จนนอนไม่ค่อยหลับและท้องอืด ต้องหาคนมาบีบนวดทุกวัน เมื่อกลับไปพบคุณหมอคนแรก ได้รับการวินิจฉัยว่า คุณสมชายเริ่มมีอาการของโรคพาร์กินสัน ต้องได้รับยาอีก 2 ขนาน และยาแก้ปวดเมื่อยอีก 1 ขนาน ยาท้องอืดอีก 1 ขนาน ซึ่ง

โดยความเป็นจริงแล้ว อาการของโรคพาร์กินสัน เกิดจากยาแก้เวียน ซึ่งข้อบ่งชี้กำหนดให้ใช้เป็นระยะเวลาสั้นๆ และผลข้างเคียงจะก่อให้เกิดโรคพาร์กินสันได้หากใช้ติดต่อกัน โรคพาร์กินสันตามปกติจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป จนระยะเวลาเป็นหลายปีจึงมีสภาพเช่นนี้ ยกเว้น มีการโด๊ปยาช่วยโรคพาร์กินสันอย่างมโหราฬจะเกิดอาการเลวลงอย่างรวดเร็วได้ อาการปวดเมื่อยเกิดจากผลข้างเคียงของยาลดไขมัน ซึ่งกรณีนี้ได้รับ 2 ตัวพร้อมกัน เพื่อลดทั้งคอเรสเตอรอล และไขมันไตรกลีเซอไรด์จะยิ่งเพิ่มอัตราของอาการข้างเคียงนี้ ในกรณีของคุณสมชายยังได้วิตามินบำรุง ได้แก่ วิตามิน E, B6, B12 และวิตามินโฟลิค และยาฉีดวิตามิน B12 ด้วยเหตุผลที่ว่า วิตามินทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะช่วยป้องกันเส้นเลือดหัวใจ-สมองตีบ และป้องกันสมองเสื่อม ทั้งๆที่ความจริงตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 จนถึง 2008 มีรายงานมากมายที่ลบล้างความเชื่อนี้ และการใช้วิตามินกลับจะทำให้เส้นเลือดตันมากขึ้นได้อีกด้วยผ่านไปอีก 3 อาทิตย์หลังจากพบคุณหมอครั้งที่ 2 อาการตัวแข็งยังเป็นอยู่ และมีอาการงกๆ เงิ่นๆ มากขึ้น

เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยน หวาดระแวง กลัวสมบัติจะหาย เห็นภาพหลอน จึงไปพบคุณหมอคนที่ 2 ซึ่งก็ได้ให้ยารักษาโรคจิตและยานอนหลับ โดยฉับพลัน ทั้งนี้อาการทางจิตเป็นปฏิกิริยาหรือผลข้างเคียงต่อยาป้องกันสมองเสื่อมและยาช่วยโรคพาร์กินสัน ยาป้องกันสมองเสื่อม 2 ขนานที่ว่านี้มีข้อบ่งชี้ให้ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเท่านั้น และไม่มีผลใดๆในการชะลอหรือรักษาต้นเหตุ เป็นเพียงกระตุ้นสารเคมีในสมองให้รู้สึกตื่นตัว ฉับไว จะได้จำได้มากขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่บางรายมีผลข้างเคียง ดังที่ปรากฏกับคุณสมชาย

นอกจากนี้ คุณหมอคนที่ 2 ยังได้ให้ยาแก้โรคกระเพาะท้องอืดมาอีก 1 ขนาน อาการทั้งหมด ดี-เลว สลับกันไป จนทรุดหนักลงเรื่อยๆในช่วง 4 เดือนหลังจนถึงกับเดินลำบาก ต้องนั่งรถเข็นและพูด “ถามคำ ตอบคำ” ซึ่งน่าจะเป็นผลของยาโรคจิต ซึ่งทำให้อาการพาร์กินสันเลวลง และคุณสมชายกลายเป็นซอมบี้จากการตรวจร่างกาย คุณสมชายมีอาการของโรคพาร์กินสันจริง ร่วมกับอิทธิพลของยานอนหลับ ซึ่งจะทำให้สมองและประสาทรับรู้การโต้ตอบ สั่งงานเชื่องช้าไปด้วยหมอแนะนำให้คุณสมชายหยุดยาทั้ง 23 ชนิด รวมทั้งยาฉีด ถึงตรงนี้ครอบครัวคุณสมชายทำท่าตกใจ เพราะมีความหวังจะได้รับยาเพิ่มอีกเพื่อทำให้อาการดีขึ้น หรือจะให้สั่งทำเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์อีก หมอได้ฟังแล้วก็ตกใจไปด้วย และต้องทำการอธิบายจนในที่สุดครอบครัวคนไข้ยอมแพ้และตกลงหยุดยาที่ว่าทั้งหมด

1 เดือนผ่านไปจนคุณหมอลืมไปแล้วด้วยซ้ำ คุณสมชายเดินเข้ามาพบคุณหมอในห้องตรวจพร้อมกับครอบครัวมีมะม่วง 1 ตะกร้าและขนมอีกหลายชนิดมาฝากจากอาการทั้งหมด คุณสมชายมีอาการบ้านหมุนจาก “น้ำในหูไม่เท่ากัน“ ซึ่งเป็นโรคไม่ร้ายแรงแต่อาจเป็นๆหายๆ และวิธีการรักษา คือ ใช้ยาแก้เวียนแต่น้อยเท่าที่จำเป็น และให้มีการเคลื่อนไหวหรือมีการบริหารท่าต่างๆ เพื่อปรับสมดุลจาก “น้ำในหู” นำไปสู่การวินิจฉัย “อัมพฤกษ์” ซึ่งไม่เป็นจริงและได้ยาบำรุงรวมทั้งยาผีบอกอีกนับไม่ถ้วน และจากความเชื่อของคุณสมชายเองยังได้เสาะหาอาหารเสริมที่โฆษณาในทีวี-นิตยสารอีก3-4 ชนิด จนตัวคุณสมชายได้กลายเป็น “สนามรบ” ของยาหลายชนิดและเป็นที่มาของการเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง โดยที่คุณผู้อ่าน อาจอุทานว่า อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ หมอคงจะตอบได้เพียงว่า…..โด๊ปยาเป็นกำ…..ก็ไม่รอดการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การบริหารยาที่สมเหตุสมผล ใช้ยาที่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพจริง ความระแวดระวังต่อผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นและการเลิกนิสัยที่อะไรๆต้องกินยาก่อน น่าจะเป็นบทเรียนของคุณสมชายและเพื่อนแพทย์ทุกคนครับสวัสดีครับ จนกว่าจะพบกันอีกใน 2 สัปดาห์หน้า

ที่มา: ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *