โค้ชผู้นำคนใหม่

โค้ชผู้นำคนใหม่
Post Today – “คุณเกรียงศักดิ์ ตั้งแต่โบเป็นผู้จัดการสาขา รู้สึกมันว่างยังไงไม่รู้” …
โบทำงานระดับปฏิบัติการมา 1 ปีแล้วย้ายมาฝ่ายขาย 2 ปี จากผลงาน ความขยัน การเรียนรู้ที่เร็ว ทัศนคติที่ดี ทำให้ได้รับการโปรโมตเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย และภายในปีเดียวก็ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการสาขา

“โบ คุณต้องรักษาสมดุลของ CEO โดยที่แต่ละอักษรคือคำย่อของคนที่มีส่วนได้เสียจากผลงานคุณ C = Customer (ลูกค้า), E = Employee (พนักงาน), O = Owner / investor (เจ้าของ/ผู้ลงทุน)”

คุณต้องเข้าใจว่าแต่ละกลุ่มเขามีความคาดหวังอะไร แล้วนำมาเป็นเป้าหมายในการวางแผน เมื่อวางแผนงานแล้วก็นำไปปฏิบัติ (Execution) ให้สำเร็จ โดยการทำงานผ่านคนอื่น ซึ่งก็คือลูกน้อง 20 คนของคุณ”

“แล้วโบต้องมีทักษะอะไรบ้าง”

“สมมติว่าสาขาคือร่างกายมนุษย์ ผู้จัดการสาขาคือหัวใจ คุณว่าหัวใจมีหน้าที่หลักคืออะไร”

“สูบฉีดโลหิตมังคะ”

“ใช่แล้ว มันทำหน้าที่ฟอกโลหิตให้สะอาด แล้วจัดส่งไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โลหิตก็เสมือนข่าวสารและข้อมูลในการทำงาน คุณต้องบริหารข้อมูล ด้วยการรับข้อมูลมาจากลูกค้าและพนักงาน หากมันไม่สะอาดก็ฟอกมัน หากจำเป็นก็ส่งต่อสำนักงานใหญ่ ในทางกลับกันก็สื่อสารข้อมูลจากสำนักงานใหญ่ลงไปยังพนักงานและลูกค้า”

“โบมีพนักงาน 20 คน จะบริหารอย่างไรดี”

“คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้จัดการเก่งๆ จะปฏิบัติต่อลูกน้องแต่ละคนอย่างที่ลูกน้องคนนั้นต้องการได้รับการปฏิบัติ เพราะว่าเราแต่ละคนมีพื้นเพ ความคิด ความถนัด ที่แตกต่างกัน ในหนังสือ One Thing You Need to Know โดย มาร์คัส บัคกิ้งแฮม แนะนำชุดคำถามที่ผู้จัดการใช้หาข้อมูลของลูกน้องแต่ละคน เพื่อที่จะเข้าใจคนแต่ละคนไว้ดังนี้

ถามหาจุดแข็ง

3 เดือนที่ผ่านมา วันไหนคุณทำงานได้ดีมีผลงานและสนุกที่สุด
คุณทำอะไร และทำอย่างไร
ทำไมคุณจึงสนุก
ถามหาจุดอ่อน

3 เดือนที่ผ่านมา วันไหนคุณทำงานได้ผลงานที่แย่ที่สุดและไม่สนุกเลย
คุณทำอะไร และทำอย่างไร
ทำไมคุณจึงรู้สึกเช่นนั้น
ถามหาตัวกระตุ้น

ตั้งแต่ทำงานมา หัวหน้าที่ดีที่สุดคือใคร
เขาจูงใจคุณด้วยวิธีไหน
คุณได้รับการชมเชย หรือได้รับการยอมรับในผลงานครั้งที่ดีที่สุดเมื่อใด
ทำไมคุณจึงรู้สึกดี
ถามหาความถนัดในการเรียนรู้

ตั้งแต่ทำงานมา คุณเรียนรู้ได้ดีที่สุดในช่วงไหน
ทำไม
คุณถนัดการเรียนรู้ใหม่ด้วยวิธีไหน
แล้วนำข้อมูลมาช่วยในการมอบหมายงาน สอนงาน จูงใจ และบริหารการเปลี่ยนแปลง สำหรับแต่ละคน
“อีกวิธีหนึ่งเรียกว่า ภาวะผู้นำตามสถานการณ์”

“คืออะไรคะ”

“อย่างที่เราคุยกันมาก่อนในตอนต้นว่า การสอนงานคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราได้มาจากชุดคำถาม นอกจากนี้ เวลาในตำแหน่งก็สำคัญ คนเราไม่ว่าจะมีประสบการณ์มานานเพียงใดก็ตาม หากเขาต้องเริ่มทำงานในบทบาทหน้าที่ใหม่ เขาก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ ผู้นำที่ฉลาดจะไม่ปล่อยให้เขาไปเริ่มคลำเอง การโค้ชแบบการสอนงานและแนะนำในวิธีการจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ หากเราปล่อยให้เขาลองไปคลำเอง อาจจะเสียทั้งเวลา และเกิดผลเสียหายกับงานได้

ในทางกลับกัน หากเขามีความรู้และประสบการณ์ในตำแหน่งมาพอสมควรแล้ว การที่ไปสอนงานโดยบอกรายละเอียดมากเกินไป เราหวังดี แต่ว่าเขาอาจจะรำคาญก็ได้ การสอนงานในภาวการณ์แบบนี้ อาจจะใช้การตั้งคำถามเพื่อบอกให้เขาคิดหาหนทางเอง หรืออาจจะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนแล้วให้เขากำหนดวิธีการ เขาจะรู้สึกสนุกมากกว่า

เมื่อพูดถึงการโค้ชแล้ว ผู้บริหารต้องใช้ดุลยพินิจในการวิเคราะห์คนของเราก่อนจะลงมือโค้ชแต่ละคน เราไม่สามารถจะกำหนดเป็นพิมพ์เขียวสำเร็จรูปได้สำหรับทุกๆ คน”

“คุณเกรียงศักดิ์ โบต้องประชุมกว่าร้อยละ 50 การเป็นผู้บริหารจำเป็นต้องเป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ”

“ยากที่จะกำหนดนะโบ ขึ้นอยู่กับองค์กร อุตสาหกรรม และภาวะที่หน่วยงานนั้นเป็นอยู่ แต่การประชุมคือการสื่อสารข้อมูลทั้งบนลงล่าง ล่างสู่บน รวมถึงการสื่อสารไปแนวข้างด้วย

อย่าวางใจโดยสื่อสารแต่เพียงอีเมล ผมแนะนำว่าการมีพนักงาน 20 คน โบอาจจะใช้เวลาสัปดาห์ละครั้ง 30-45 นาที ประชุมกับทุกคน

และในแต่ละวัน อาจจะประชุมกับทีมงาน 4-5 คน ที่มีบทบาทสำคัญเพียง 15-20 นาทีก็น่าจะดี”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *