แนะพ่อแม่สร้างไอคิว-อีคิวแก่ลูกด้วยการหมั่นพูดคุย

แนะพ่อแม่สร้างไอคิว-อีคิวแก่ลูกด้วยการหมั่นพูดคุย
นักจิตวิทยาระบุ ไอคิว อีคิว เด็กจะพัฒนาได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่มีเวลาพูดคุย และเป็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะเด็กโต พ่อแม่ต้องปรับการสื่อสาร รับฟังเพื่อสร้างความเข้าใจ ให้เหตุผลมากกว่าออกคำสั่ง แนะฝึกให้เห็นถึงความทุกข์ของสังคม เพื่อให้เห็นคุณค่าของตนเองและช่วยเหลือสังคม
รร.แอมบาสเดอร์ 7 มิ.ย. – กรมสุขภาพจิต จัดประชุมวิชาการการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย ครั้งที่ 4 ประจำปี 2550 เรื่อง “ไอคิว-อีคิว ดีขึ้นแน่…ถ้าพ่อแม่พัฒนา” พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวว่า การพัฒนาความฉลาดทางสติปัญญา (ไอคิว) และความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ของเด็กเล็ก ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับพ่อแม่เป็นสำคัญ โดยต้องใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกให้มากที่สุด ทั้งการกิน เล่น เต้น วาด เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านร่างกายและจิตใจ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การสร้างจินตนาการ และยังเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันอีกด้วย สำหรับในเด็กโต พ่อแม่จะต้องเข้าใจลักษณะธรรมชาติของเด็กว่าจะมีการถอยห่างจากพ่อแม่ และติดกลุ่มเพื่อนมากกว่า ฉะนั้นผู้ปกครองจะต้องปรับเรื่องการสื่อสาร รับฟังเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เหตุผลมากกว่าการออกคำสั่ง หรือบังคับแบบเด็กเล็ก
ด้าน นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า การเสริมสร้างไอคิวและอีคิวในวัยรุ่น พ่อแม่จะต้องปรับการสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจอันดี ปรับอารมณ์ และควบคุมตนเอง อย่าฉุนเฉียวในการพูดคุยหากลูกมีพฤติกรรมอารมณ์ร้าย นั่นถือเป็นกระจกสะท้อนว่า พ่อแม่เองก็มีพฤติกรรมเช่นนั้น และต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูก มีโอกาสสร้างสรรค์ทางความคิด ฝึกให้รู้จักความลำบาก และขาดแคลนในระดับหนึ่ง เพื่อเกิดความอดทน เกิดการคิดวิเคราะห์ หาทางแก้ไขหากเกิดข้อผิดพลาดเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ และยังทำให้เกิดความรู้สึกเผื่อแผ่ แบ่งปัน เกิดความประหยัด การฝึกให้เห็นถึงความทุกข์ของสังคม เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของตนเอง และเกิดการพัฒนาช่วยเหลือสังคม
“การเห็นคนยากไร้ ถือเป็นความทุกข์ในสังคม ไม่ใช่บอกว่าไม่ดี แต่ฝึกให้รู้จักตั้งคำถาม และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้หรือไม่ เกิดความภาคภูมิใจ เกิดการพัฒนาตนเอง” น.พ.บัณฑิต กล่าวและว่า การพัฒนาความฉลาดด้านคุณธรรม (เอ็มคิว) ปัจจุบันสอนเรื่องคุณธรรมไม่ได้อาศัยเฉพาะแต่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องอาศัยสังคมเป็นสำคัญ ปัจจุบันเป็นการสอนคุณธรรมเป็นแบบยัดเยียด บอกให้แต่ทำดี ซึ่งใช้ได้กับบางคนเท่านั้น การสอนคุณธรรมที่ดีที่สุดคือ 1. การสร้างแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงในสังคมร่วมทำความดี ทั้งนักการเมือง นักแสดง นักกีฬา ผู้ปกครอง 2. เกิดจากความรู้สึกภายใน ภาคภูมิใจในตัวเอง และเกิดความรู้สึกแบ่งปัน เมื่อตนเองมีความพร้อม
________________________________________
คม ชัด ลึก

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *