แนวทางในการจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเชิงระบบ

แนวทางในการจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเชิงระบบ

ผศ. ดร. ทวีศักดิ์ แตะกระโทก

ในการที่จะจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นระบบและมีความยั่งยืนจำเป็นที่จะต้องมองปัญหาทั้งในเชิงพฤติกรรมและในเชิงโครงสร้างจึงจะสามารถกำหนดแนวทางในการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุที่ต้องมีการพิจารณาทั้งสองส่วนร่วมกันเนื่องจากทั้งสองส่วนมีความเกี่ยวข้องกันแต่ต้องการการจัดการที่แตกต่างกัน เพื่อง่ายในการทำความเข้าใจสามารถยกตัวอย่างการแก้ปัญหาไข้เลือดออกที่จะเห็นว่าเมื่อมีการนำคนไข้มาส่งโรงพยาบาลหมอจะต้องทำการรักษาตามอาการของคนไข้เป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน แต่เมื่อคนไข้อาการดีขึ้นและสามารถกลับบ้านได้แล้ว หมอก็จะแนะนำให้จัดการในเรื่องของการป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัด การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในบ้านเพื่อไม่ให้เกิดอาการของไข้เลือดออกกลับมาได้อีก ดังนั้นการรักษาจึงต้องทำทั้งการรักษาตามอาการและการรักษาที่ต้นเหตุที่แท้จริง การแก้ปัญหาเชิงพฤติกรรมจึงเหมือนกับเป็นการแก้ปัญหาเชิงพฤติกรรม ส่วนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจึงเหมือนกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นและจะต้องดำเนินการไปควบคู่กัน

แนวทางในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นมาตรการที่จะนำไปแก้ไขประเด็นเชิงพฤติกรรม เนื่องจากงานวิจัยหลายๆ ชิ้นได้ระบุไว้ว่าคนจะเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยมีมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากคนไม่จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาที่ตัวคนอย่างเดียวก็ได้ แต่สามารถนำมาตรการหรือเทคนิคทางด้านยานพาหนะ ด้านถนน หรือทางด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นแนวทางในการป้องกันได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่าง กรณีที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ปัญหาของการขาดความใส่ใจหรือการให้ความสำคัญกับการเปิดไฟหน้ารถจักรยานยนต์ขณะขับขี่ก็สามารถแก้ไขได้ โดยการกำหนดให้รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้งานนั้น จะต้องมีระบบการเปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติทันทีที่มีการติดเครื่องยนต์ สิ่งนั้นอาจจะนำมาเป็นบรรทัดฐานที่ชี้ให้ถึงความสำคัญในการนำเทคนิคด้านวิศวกรรมมาใช้ในการแก้ปัญหา ดังที่ได้มีการกล่าวไว้ใน Accident Investigation Manual ของ UK Department of Transport (1986) ว่า

“ When considering remedial measures to reduce accidents it must be borne in mind that the most effective remedy is not necessarily related directly to the main cause of the accident and may even lie in a different area of the road, vehicle or road user. This is particularly true of accidents in which the road user fails to cope with the road environment; in many accidents the primary cause may be said to be the driver’s lack of skill, but engineering remedies to improve the road are cheaper and easier to effect than training the driver to the necessary degree of skill.

K.W. Ogden ก็ได้กล่าวถึงความสำคัญของการออกแบบและปรับปรุงตามหลักการทางด้านวิศวกรรมจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาของระบบโครงสร้างที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการปรับปรุงปัจจัยต่างๆ ของถนนและสิ่งแวดล้อมไว้ถึงแม้ว่าถนนจะเป็นตัวละครหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุไม่มากนัก (บางงานวิจัยระบุไว้ประมาณ 25 %) วิศวกรควรตระหนักถึงมาตรการและเทคนิคในการที่จะนำมาใช้ออกแบบทางด้านวิศวกรรมจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาด้านอุบัติเหตุทางถนน เพราะถือเป็นเครื่องมือที่จะใช้เพื่อช่วยเหลือ หรือเพื่อควบคุมตัวละครหลักนั่นก็หมายถึงคน ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ

แนวความคิดในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเชิงระบบเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงไม่ควรมุ่งเน้นแต่เพียงการให้ความสำคัญกับตัวแปรเชิงพฤติกรรมหรือตัวแปรเชิงเหตุปัจจัยที่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ควรมีการศึกษาถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่นๆที่อาจเป็นสาเหตุหลัก และควรให้ความสำคัญกับการนำมาตรการหรือเทคนิคเชิงวิศวกรรมจราจรมาใช้เพื่อช่วยเหลือหรือควบคุมตัวละครหลักของการเกิดอุบัติเหตุซึ่งก็คือคนนั่นเองเนื่องจากเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือก่อนที่จะมีอาการดังตัวอย่างของไข้เลือดออกนั่นเอง

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *