แฉ……เทคนิคกลโกงบริษัท [2] ตอน สินค้าลดราคา

แฉ……เทคนิคกลโกงบริษัท [2] ตอน สินค้าลดราคา

ตอนที่แล้วเล่าเรื่องโกงค่าคอมมิชชั่น (ยังมีต่อ)
เพื่อความหลากหลาย จะเล่าเรื่องอื่นแทรกบ้าง
กลโกงบริษัท
เรื่องที่สอง สินค้าลดราคา
ใครทำการค้า คงรู้ดีว่า การต่อสู้ทางการตลาดที่ผู้บริหารไม่ชอบที่สุดคือ “การสู้ด้วยราคาที่ต่ำกว่า” เพราะสงครามราคาจะสร้างความเสียหายให้กับทุกคนที่แข่ง รวมทั้งผู้บริโภคด้วย เพราะสินค้าราคาต่ำลง ต้นทุนก็จำต้องต่ำลง ด้วยการลดวัตถุดิบ ลดแรงงาน ลดคุณภาพ เดือดร้อนคนงานที่อาจต้องถูกจ้างออก คนว่างงานมาก กำลังซื้อก็ลดลง สินค้าก็ขายได้น้อยลงแถมราคาเรี่ยดินอย่างนั้น ก็อาจจะล้มทั้งยืนได้สักวัน
ดังนั้น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นด่านหน้าในการค้นคว้าหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และแน่นอน เพื่อรักษาคุณภาพและราคาให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการอยู่ตลอดเวลา
แต่ทำไมถึงต้องมีการ “ลดราคา”
เวลาเราไปเดินห้างสรรพสินค้า จะเห็นป้ายลดราคาติดอยู่ทั่วไปในช่วงโลว์ซีซั่น
ที่เป็นอย่างนั้นก็มีหลายสาเหตุ เช่น ลดราคาเพื่อจูงใจให้ซื้อ ลดราคาเพราะสินค้ารุ่นใหม่กำลังจะมา
ลดราคาเพราะของค้างสต็อกนาน ลดราคาเพราะเป็นของมีตำหนิ ลดราคาเพราะลดคุณภาพ (โดยไม่บอกผู้บริโภค ถึงจะปรับแก่เพียงเล็กน้อยก็เถอะ) เป็นต้น
แต่ที่จะพูดถึงในวันนี้ เป็นการ “ลดราคา” เพื่อซื้อเอง
ใครจะ “ซื้อเอง” ถ้าไม่ใช่ “คนที่มีอำนาจลด””คนที่มีหน้าที่ในการคัดสินค้าที่ควรกำจัดออกจากสต็อก” “คนที่มีความรับผิดชอบในค่าดูแลรักษาสต็อก” “คนที่ซื้อของนั้นๆเข้าสต็อกแล้วดันขายไม่ออก” รวมถึงใครก็ตามที่ “อยากได้” ของบางชิ้น ซึ่งใครคนนั้นมีเอี่ยวกับสี่คนที่กล่าวมาแล้ว
โปรแกรมลดราคา ของห้างสรรพสินค้า บางครั้งคนซื้อทั่วไปก็ไม่รู้ เพราะ
“เขาทำกันภายใน”
พอลดปุ๊บ ก็มีคนในซื้อปั๊บ …….ว่างั้น
สินค้า ฮาร์ดแวร์ ไอที มีการตกรุ่นบ่อยมาก ของพวกนี้ต้องมีตัวโชว์ด้วยอย่างน้อยก็ 1 ตัว เมื่อจะมีการเปลี่ยนรุ่นใหม่มา ก็จะมีการขออนุมัติลดราคาเพื่อขายออกไป โดยปกติ สินค้าที่ค้างสต็อกนาน (นานแค่ไหนขึ้นกับนโยบาย และ ธรรมชาติของสินค้านั้นๆ) ระเบียบบริษัทจะอนญาตให้ห้างที่เป็นสาขา พิจารณา “ลดราคา” ได้ บางครั้งฝ่ายจัดซื้อก็ลงมาเล่นเองเพื่อแก้ความผิดพลาดที่สั่งมามากเกิน (ได้เปอร์เซนต์หรือได้อะไรจากผู้ขายด้วยหรือเปล่า ค่อยว่ากัน)
สรุปว่า “การลดราคา” เกิดขึ้นได้ แต่
คนที่มีสิทธิ์ซื้อนี่สิ ควรจะเป็นใคร???
เป็นผู้จัดการร้าน
เป็นพนักงานขาย
เป็นพนักงานทั่วไป
เป็นลูกค้าที่นิยมรับของเลหลัง เอาไปขายเองอีกต่อ
เป็นลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคทั่วไป
หรือเป็นญาติๆของผู้มีอำนาจ คนมีเส้นในห้างร้าน
ที่จริง เป็นเรื่องที่ห้างต้องดูแลกันเอง เพราะอาจมีคนได้ประโยชน์จากห้าง(โกงราคาบริษัท) จากการได้ซื้อสินค้าแพงๆ ในราคาถู๊กถูกกก บางที่แค่ 10% ของราคาเดิมเท่านั้นเอง และคนก็ต้องมีจิตสำนึกหน่อยว่าควรจะทำให้บริษัทได้กำไรสูงสุด แต่กำไรต้องหายไปเพราะตัวเองอุ๊บอิ๊บกัน แบบนี้ก็แย่นะ
แล้วถ้า พนักงานคนเดิมๆ ได้ของไปใช้ในราคาถูกๆอย่างนี้เป็นประจำล่ะ รายได้หายไปเท่าไหร่
เกิดเขาทำมากกว่านี้ ทำยกแก๊ง จะว่าอย่างไร?
เคยตรวจสอบกันบ้างหรือไม่
ส่วนเรื่องห้างใหญ่ทำสินค้าเฮาส์แบรนด์ สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแก่ผู้ผลิตรายเดิมนั้น ค่อยมาคุยกันวันหลังนะคะ ใครมีเรื่องร้องเรียนทำนองนี้ ช่วยเอามา “แฉ” ร่วมกันหน่อย
เพราะเราเป็นคนไทย ที่กำลังมีปัญหารอบด้าน แต่ปัญหา “จริยธรรม-คุณธรรม” ในจิตใจ ในสามัญสำนึกของเรากำลังดิ่งลงเหวเรื่อยๆ จึงอยากจะ “แฉ” เรื่องทุจริต เพื่อสะกิดสะเกาคนที่ทำ และคนที่รับผิดชอบในบริษัทต่างๆ ให้เพิ่มหูตา กันบ้าง
เรื่องนี้ พูดถึงแต่ “การลดราคาให้ตัวเอง” ยังมีเรื่องลดราคาให้ลูกค้าแต่ตัวเองได้ประโยชน์อีกนะคะ
คอยติดตาม เทคนิดกลโกงบริษัทฯ กันต่อไปนะคะ
ปิรันญ่า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *