แง่คิด ซีอีโออาร์เอส ต้องเป็น "ส่วนหนึ่ง" ในเกม

แง่คิด ซีอีโออาร์เอส ต้องเป็น “ส่วนหนึ่ง” ในเกม

บนสังเวียนธุรกิจไม่มีคำว่า “ปรานี” หากไม่สามารถ “ไล่ล่า” อนาคตได้ทัน คุณจะตกเป็น “เหยื่อ” ที่ถูกล่า ดังที่หนังสือ As the future catches you เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณว่าไว้
สำหรับ “เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ถึงจะกำหนดเกมธุรกิจไม่ได้ แต่ต้องเป็น “ส่วนหนึ่ง” ในเกมให้ได้
“เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่าน เทคโนโลยีและพฤติกรรมเป็นตัวกำหนดโมเดลธุรกิจในโลกยุคใหม่”
พื้นฐานความเชื่อที่ไม่ต่างจากคอนเซปต์หนังสือ เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ ทำให้ เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ จำต้องปรับเปลี่ยนองค์กร พร้อมกับการรีแบรนดิ้งใหม่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา
การเดินเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ครั้งนั้น อาจจะทำให้รายได้ธุรกิจอาร์เอส “วืด” จากเป้า แต่เฮียฮ้อ มองว่า เป็นการมองไปข้างหน้าแบบยาวๆ
เพราะอาร์เอสไม่ต้องการเอายอดขายไปผูกกับยอดขายแผ่นซีดี หรือดีวีดีอีกต่อไป
“คนอื่นเขายังทำอยู่ก็เรื่องของเขา”
สักวันหนึ่งโลกของความบันเทิงอาจจะเปิดกว้าง กลายเป็นโลกที่ไม่มีคำว่า “ลิขสิทธิ์” อีกต่อไป
“เป็นเรื่องที่คาดกันได้ เพราะเทคโนโลยีวิ่งไปเรื่อยๆ เราไม่รู้ข้อสรุปของมันเป็นยังไง”
เขาบอกว่า คนทำธุรกิจวันนี้เหมือนกับวิ่งไปบนเส้นทางที่ไม่รู้จุดจบจะเป็นเช่นไร ถามใครก็ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องประคองตัวให้อยู่บนเส้นทางธุรกิจให้ได้
การปรับตัวในวันนี้อาจจะเร็วกว่าหลายบริษัท แม้แต่บริษัทข้ามชาติ ที่เห็นได้ชัดคือการขายเพลงที่ไม่มีระบบดิจิทัล ไรท์ แมเนจเม้นท์ หรือดีอาร์เอ็มคอยป้องกัน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นค่ายแรกที่เปิดให้แฟนเพลงดาวน์โหลดเพลงได้อย่างเสรี
“วันนี้ค่ายเพลงต่างประเทศหลายค่ายประกาศแล้วว่ายอมแพ้ ยอมขายเพลงที่ไม่มีดีอาร์เอ็ม เราคิดแล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิด ฝืนธรรมชาติไม่ได้ เพราะฮาร์ดแวร์ที่เข้ามามีแค่ 5% ที่มีระบบป้องกันดาวน์โหลด แต่อีก 95% ไม่มี แล้วคุณจะไปทำการค้ากับ 5% หรือ เราก็ต้องทำการค้ากับภาพใหญ่”
นี่เป็นผลของพฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยีเป็นผู้กำหนดเกม ไม่ใช่บริษัทเป็นผู้กำหนดอีกต่อไป
ถึงแม้ในเกมธุรกิจเราจะมี “ส่วนร่วม” ในการกำหนดเกมหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือ ต้องอยู่ในเกมให้ได้
“เพราะสุดท้ายแล้วเราก็จะสามารถกำหนดเกมได้ในระดับหนึ่ง เพราะเราเป็นเจ้าของคอนเทนท์”
การปรับตัว ปรับแบรนด์ที่ผ่านมาจึงเป็นการเกลี่ยทางเพื่อหาที่ “ยืน” ในธุรกิจให้ได้ ซึ่งเฮียฮ้อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของการทำธุรกิจ เพราะถ้ามีที่ยืน เท่ากับธุรกิจยัง “ดำรงอยู่”
และบนปรัชญาการหาที่ยืนให้กับตัวเอง สุรชัย ยกนิ้วให้กับสตีฟ จ็อปส์ ซีอีโอ ค่ายแอ๊ปเปิ้ล พ่อมดแห่งวงการไอที นักปฏิวัติไลฟ์สไตล์ ที่กลายเป็นแบบอย่างของนักธุรกิจกว่าค่อนโลก
เพราะหลังจากติดตามผลงานของสตีฟ 4-5 ปี เขาเห็น “บางอย่าง” ที่ลึกซึ้งลงไปในตัวพ่อมดคนนี้
“เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะคนที่รู้จักหาที่ยืนให้ตัวเอง หาโอกาสให้ตัวเอง คนอย่างนี้สะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็น”
ด้วยภาระรับผิดชอบต่อลูกน้องอีกพันกว่าชีวิต ต่อธุรกิจครอบครัว ที่ฝากชีวิตกับองค์กรนี้แล้วกว่า 25 ปี เขาเองก็ไม่อยากแพ้ ไม่อยากล้มเช่นกัน
แต่บนเส้นทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหา ไม่มีคำว่าง่าย สุรชัย จึงต้องออกแรงอย่างหนักที่จะผลักองค์กรให้ไปข้างหน้าตลอดเวลา และติดตามสิ่งรอบตัวตลอดเวลา เพื่อให้ทันเกม ทันการเปลี่ยนแปลง
“เฮียไม่เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนฉลาดก็จะคอยตามศึกษา แม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมงาน เขาได้จากเฮีย เฮียก็ได้จากเขา เมื่อเรารู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนฉลาดมากก็ต้องตามให้ทัน”
แต่กระนั้นเขาบอกว่า บทบาทของซีอีโอ ไม่จำเป็นต้องรู้ “ลึก” หรือเชี่ยวชาญไปซะทุกเรื่อง หรือสถาปนิกที่ดีไม่จำเป็นต้องสร้างตึกเป็น
เช่นกันการเป็นซีอีโออาร์เอสไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องงานผลิต แต่อาร์เอสสามารถผลิตซีดี ดีวีดีได้
ซีอีโอไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องการเงิน “แตกฉาน”
เพราะที่สุดของการทำงานดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับ “ข้อมูล” ที่ผู้บริหารป้อนให้ และการมีทีมงานที่แข็งแกร่ง
“ซีอีโอ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ผมรู้ว่าโลกจะไปยังไง โลกดิจิทัลจะมาอย่างไร ผมถกกับผู้บริหารได้เป็นเนื้อเดียวกัน ถกเรื่องวิชั่นได้แต่ออกจากห้องผมไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้”
หลังจากที่เรื่อง “วืดๆ” ผ่านไป เฮียฮ้อ คิดว่า นับจากนี้น่าจะเป็นปีของอาร์เอส หลังจากลงทุนลงแรงเกลี่ยที่เกลี่ยทางหาที่ “หยัดยืน” ให้กับตัวเองได้แล้วในฐานะที่เป็น “เอ็นเตอร์เทนเน็ตเวอร์” ใน 9 ธุรกิจ บน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก กลุ่มแรกมีเดีย ที่เปรียบเสมือน “สะพานเชื่อม” ไปถึงผู้บริโภค และกลุ่มธุรกิจคอนเทนท์ ที่จะไปใช้สื่อมีเดียในมือส่งผ่านถึงกลุ่มเป้าหมาย
และนี่คือที่ “ยืน” ในเกมที่เขามี “ส่วนกำหนด”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *