แคลเซี่ยมจากนม…สมราคาจริงหรือ ?

แคลเซี่ยมจากนม…สมราคาจริงหรือ ?
พูดถึงเรื่อง แคลเซี่ยมในนม ปริมาณของแคลเซี่ยมที่แท้จริงเทียบกับอาหารอื่น ๆ ตามธรรมชาติ (เมล็ดงาดำ/ขาว ปลาเล็ก ๆ เช่น ปลารากกล้วย ปลาข้าวสาร กะปิ ฯลฯ) ในปริมาณเท่า ๆ กัน (อิงตามความอิ่มก็ได้) นมมีแคลเซี่ยมน้อยสุดเลย และมีราคาแพงที่สุด ตามปัจจัยจากค่าโฆษณาและค่าการตลาดอื่น ๆ
แต่ที่นิยมกันมากเพราะดื่มง่าย ไม่ต้องเคี้ยว ไม่ต้องนำมาปรุงเป็นอาหารจึงได้รับความเชื่อถือว่าดื่มนมมาก ๆ ช่วยเพิ่มแคลเซียม (ซึ่งก็จริง ถ้าดื่มมากพอและต่อเนื่องเป็นประจำเสมอ ๆ ) แต่ในผู้ใหญ่และสูงอายุ ควรดื่มที่เป็นแบบพร่องไขมันเพราะปกติไขมันในนมวัวนั้นย่อยยากมากในคน คนที่อายุมากขึ้นลำไส้และกระเพาะทำงานสู้เด็ก ๆ แรกเกิด และเด็กเล็ก ๆ ไม่ได้ การทานนมมีไขมันสูงอาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืดได้
– เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทอง ร่างกายก็จะไม่ค่อยดูดซึมแคลเซี่ยมมากนัก แต่กระบวนการย่อยสลายและสร้างกระดูกยังคงมีอยู่(น้อยลง) อัตราการสลายสูงกว่าปกติถ้าขาดการออกกำลังแบบลงน้ำหนัก เช่น การเดิน
– กระแสการทานแคลเซี่ยมเสริมจากนมในผู้สูงอายุ ทำให้ลูกหลานคิดไปว่าควรหานมให้พ่อแม่ทานมาก ๆ โดยที่จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้ให้ปริมาณมากพอ หรือไม่แม้แต่จะนำไปใช้ เพราะแคลเซียมที่ทานเข้าไปนั้น ไม่ได้ดูดซึมได้เองทันที ต้องพึ่งวิตามินดีที่ละลายในน้ำมันช่วยดูดซึมเข้าไปที่กระดูก ร่างกายต้องอาศัยระบบฮอร์โมน และ การได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่เพียงพอเป็นประจำเพื่อสร้างวิตามินนี้ + มีสารทำละลายวิตะมินดีมากพอด้วย (การบริโภคน้ำมันสกัดจากเมล็ดธัญพืชตาม ธรรมชาติ / น้ำมันตับปลา ฯลฯ) + การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นกระบวนการดูดซึมแคลเซี่ยมไปใช้
– ฮอร์โมนผู้หญิงที่สร้างจากรังไข่/มดลูก ก็ส่งผลในการผลิตวิตะมิน และสารที่สำคัญในการดูดซึม และ ย่อยสลายแคลเซียมด้วย หากตัดมดลูกทิ้งแต่วัยสาวก็อาจส่งผลให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกบาง/เปราะได้ง่ายกว่าผู้ชาย
** หากทานแคลเซี่ยมในปริมาณมากแต่ร่างกายไม่ได้นำไปใช้จนหมด แต่ดูดซึมไปที่ลำไส้และอุจจาระก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ท้องผูกได้ ผู้อ่านก็คงมีคำตอบในใจแล้วว่าแคลเซี่ยมจากนมนั้นสมราคาหรือไม่….

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *