เอิ๊กอ๊าก-คิกคัก หัวเราะสลายเครียด

เอิ๊กอ๊าก-คิกคัก หัวเราะสลายเครียด
• คุณภาพชีวิต
ช่วยลดเครียด นอนหลับสบาย หัวใจแข็งแรง

“หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส” หลายคนคงเคยได้ยินวลีนี้มาบ้าง แต่คงมีน้อยคนที่ทราบว่าการหัวเราะไม่เพียงทำให้คนเรามีจิตใจที่แจ่มใสและเบิกบานได้เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพร่างกายด้วยเหมือนกัน ขณะเดียวกัน หากเราดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจก็จะมีความสุข การหัวเราะออกมาจึงเป็นสัญญาณของความสุขที่เรามีได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการหัวเราะขำขันจากความรู้สึกในใจลึกๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ ทั้งยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด และความวิตกกังวลได้อีกด้วย แถมยังทำให้นอนหลับสบาย และนอนได้เต็มอิ่ม เพราะการหัวเราะทำให้กล้ามเนื้อร่างกายทำงานเต็มที่ เพียงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง 15 – 20 นาที ก็เทียบได้กับการออกกำลังกายหัวใจได้ประมาณ 3 – 5 นาที

นอกจากนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ ยังเคยทำการวิจัยโดยให้อาสาสมัครชมวิดีโอขำขันซึ่งทำให้พวกเขาได้หัวเราะกันเต็มที่ โดยในระหว่างนั้นก็วัดอัตราการไหลเวียนเลือดของพวกเขาไปด้วย ผลการวิจัยพบว่า อัตราการไหลเวียนเลือดของอาสาสมัครดีขึ้นถึงร้อยละ 22 ซึ่งการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นนี้ หมายถึงการช่วยรักษาสุขภาวะที่ดีให้กับหลอดเลือด และส่งผลช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจด้วย

“หากพูดถึงเด็กๆ โดยปกติแล้วเด็กที่มีสุขภาพกายดีและมีพัฒนาการที่แข็งแรงจะเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตใจที่ดีและความสุข สัญญาณที่จะทำให้พ่อแม่รับรู้ได้ว่าเด็กมีความสุขก็คือการหัวเราะนี่เอง ขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องหมั่นสังเกตลูกด้วยว่า เสียงหัวเราะของเขาจางลงไปบ้างหรือเปล่า เพราะเด็กๆ ซึมซับความเครียดจากผู้ใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถระบายออกมาให้ใครๆ เห็นได้ชัดเจน” พญ.อัมพร กล่าว

ส่วนถ้าพูดในเชิงทฤษฎี การหัวเราะกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง “ฮอร์โมนโดพามีน” ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และความจำ ที่สำคัญคือ เป็นฮอร์โมนที่ลดความเครียด เมื่อความเครียดลดลง ระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หากมีมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรค จะปรับลงมาอยู่ในระดับที่สมดุล นอกจากนี้การหัวเราะยังทำให้เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองได้มาก ยังผลให้พัฒนาการทางสมองดี ที่สำคัญการหัวเราะยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดลดลง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่เราควรหัวเราะกันให้มากขึ้น และไม่ลืมกระตุ้นลูกหลานให้หัวเราะไปกับเราด้วย

เมื่อรู้แล้วว่า “เสียงหัวเราะ” เป็นกุญแจสู่การมีสุขภาพดีที่เราไม่ควรทำให้ขาดหายไปจากชีวิตประจำวัน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรหัวเราะให้ได้ 17 ครั้งต่อวัน ส่วนเด็กๆ ถ้าได้หัวเราะ 400 ครั้งต่อวันจะทำให้มีสุขภาพดี ฟังอย่างนี้แล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องยาก เพียงคุณจัดสรรเวลาให้กับกิจกรรมประจำวันที่จะทำให้คุณผ่อนคลายมากขึ้น เสียงหัวเราะก็จะตามมาเอง เช่น ในวันหยุดกำหนดช่วงเวลาทุกค่ำวันเสาร์เป็น “คืนดูหนัง” ของครอบครัวแล้วเลือกหนังตลกหรือการ์ตูนขำๆ ที่เด็กๆ ชอบสักเรื่องหนึ่งมาชมร่วมกันทั้งครอบครัว แค่นี้ก็ได้ขำไปด้วยกันสองชั่วโมงเต็มอย่างไม่รู้ตัวแล้ว แถมยังได้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกต่างหาก หรือบางครอบครัวที่งดการออกไปเดินเที่ยวในห้างเพราะต้องการรัดเข็มขัดในช่วงนี้ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้วิธีช่วยกันทำอาหารทานในบ้านช่วงวันหยุด แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน นอกจากเสียงหัวเราะจะตามมา ความเครียดก็จะมลายหายไปได้ด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *