เอาใจเขาใส่ใจเรา เทคนิคพิชิตธุรกิจแบบซิซซ์เล่อร์

“เอาใจเขาใส่ใจเรา” เทคนิคพิชิตธุรกิจแบบซิซซ์เล่อร์
Post Today – ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนวุ่นวายของพื้นที่ด้านหลังส่วนการเตรียมอาหาร ช่างแตกต่างกันลิบลับกับบรรยากาศที่ผู้เป็นลูกค้าได้สัมผัสกับร้านอาหาร …
ประเภทสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด สไตล์ตะวันตก ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก อย่าง ซิซซ์เล่อร์ โดยในส่วนของ ผัก ผลไม้ เป็นสลัดบาร์อันเลื่องชื่อ ซึ่งกว่าจะเป็นเบื้องหน้าที่พร้อมให้บริการนี้ เบื้องหลังทั้งยุ่ง จุกจิก และเหนื่อยหนัก จริงๆ สิ่งนี้ยืนยันได้เพราะได้เห็นและลงมือปฏิบัติมาแล้วด้วยตัวเอง

นโยบายการทำงานหนึ่งของฝ่ายบริหาร ซิซซ์เล่อร์ ทั่วโลกที่มีเหมือนกัน คือ เน้นให้พนักงานทุกส่วน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานในส่วนงานออฟฟิศ ต้องได้ออกมาสัมผัสกับการให้บริการจริงกับลูกค้า ณ ร้านซิซซ์เล่อร์

“ง่ายมากที่จะเป็นพนักงานนั่งทำงานในออฟฟิศ แต่เมื่อธุรกิจคือการทำร้านอาหาร ก็อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา ได้มาลองทำในส่วนงานนี้ดู” จอห์น ไฮเนคกี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที ผู้ดำเนินงานร้านอาหาร ซิซซ์เล่อร์ ในประเทศไทย เกริ่นนำถึงวิธีการทำงานสไตล์ซิซซ์เล่อร์

วิธีการทำงานนั้นก็คือ ซิซซ์เล่อร์จะกำหนดให้ผู้ที่เข้ามาร่วมโครงการ ที่เรียกว่า MINOR Food Day เพื่อให้พนักงานของบริษัทที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการตลาด ฝ่ายบัญชี ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบุคคล ไม่เว้นแม้แต่ตัวผู้บริหารเอง ได้มาทำหน้าที่ภายในร้านอาหาร จากที่อาจคุ้นเคยกับตัวเลขหรือแผนขยายงานองค์กร ก็ต้องมารู้จักกับการล้างผัก เตรียมอาหารสด ทอดมันฝรั่ง มาเป็นพนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ หรือจะเป็นงานอะไรก็ตามแต่ ที่เป็นกิจวัตรของร้านในแต่ละวัน

ซิซซ์เล่อร์ไม่ได้กำหนดเพียงพนักงานในบริษัทเท่านั้น ที่จะมาร่วมกับกิจกรรมนี้ ยังเปิดให้ซัพพลายเออร์ในส่วนต่างๆ ผู้ขายผัก ผลไม้ ขนมปัง เนื้อสัตว์ หรือพีอาร์เอเยนซี ที่ซิซซ์เล่อร์เชิญชวนให้มาร่วมโครงการ และแน่นอนว่าผู้เขียนในฐานะสื่อมวลชน ก็ได้รับเชิญให้เปลี่ยนแปลงบทบาท ลองไปสัมผัสของจริงด้วย โดยวันนั้นได้รับมอบหมายให้อยู่ในส่วนครัวร้อน คอยรับออร์เดอร์ เพื่อที่จะมาทอดปลาและมันฝรั่ง

จอห์น ไฮเนคกี เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของวิธีการนี้ว่า เป็นสิ่งที่บริษัท เอส แอล อาร์ ที ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว และสาขาอื่นๆ ในต่างประเทศก็ยึดถือเป็นรูปแบบเดียวกันที่ได้นำมาปฏิบัติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจการปฏิบัติงานส่วนให้บริการของร้านอาหาร

“ไม่จำเป็นว่าคุณจะอยู่ฝ่ายใดในบริษัท แต่ให้สามารถมารู้ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นไปจนกว่าจะได้อาหารหนึ่งจานเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้า เตรียมผัก เตรียมจาน เตรียมอาหาร กำหนดเวลาในการทำให้อาหารสุก ต้องควบคุมอะไรอย่างไร ทุกคนจะได้รู้เมื่อได้มาร่วมกับโครงการไมเนอร์ ฟู้ด เดย์”

รูปแบบการลงมือทำจริง

บริษัท เอส แอล อาร์ ที จะออกคู่มือให้กับผู้เข้าร่วมโครงการได้ปฏิบัติตัวเพื่อการเตรียมพร้อม นับตั้งแต่เรื่องการแต่งกาย และถือว่าทุกคนต้องเคร่งครัดทำตามให้ได้กับคู่มือที่ได้กำหนดออกมานี้ ประกอบด้วย

1.แต่งกายให้เรียบร้อยตามแบบยูนิฟอร์มของแต่ละแบรนด์

2.ติดป้ายชื่อให้เรียบร้อย ด้านขวามือบริเวณหน้าอกตรงข้ามโลโก้

3.ผู้หญิงต้องรวบผมให้เรียบร้อย แต่งหน้าให้สวยงาม

4.ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกา

5.ต้องตัดเล็บให้สั้น ห้ามทาเล็บ

6.ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการแต่งกายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท

วิธีการปฏิบัติงานที่ร้าน

1.รายงานตัวกับผู้จัดการร้านสาขาที่ไปลงร้าน เวลา 10.00-16.00 น.

2.ปฏิบัติโดยได้รับการมอบหมายจากผู้จัดการร้าน ร่วมกับพนักงานในร้านเสมือนพนักงานคนหนึ่งของร้าน

3.การทำงานทุกตำแหน่งต้องคำนึงว่าจะต้องสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 100%

4.ต้องนำใบลงเวลาการทำงานให้ผู้จัดการร้านเซ็นให้เรียบร้อย และนำมาส่ง

สรุปในส่วนนี้ คือ ต้องให้ทุกคนทำหน้าที่เสมือนพนักงานประจำร้าน ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ตามข้อกำหนดของบริษัท เป็นพนักงานที่มีหน้าที่จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เข้ามาร่วมโครงการเพียง 1 วัน

จอห์น ไฮเนคกี บอกว่า นอกจากที่จะมาร่วมโครงการแล้ว หลังจากนั้นได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการส่งข้อเสนอแนะ แลพันธสัญญาว่าจะมีข้อเสนอแนะ หรือปรับการทำงานของตนเองอย่างไร เพื่อให้การให้บริการของร้านอาหารเป็นไปอย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุด

“ที่ผ่านมาเราก็ได้ข้อเสนอแนะที่ดีจากพนักงานของเราเอง และนอกจากนั้นก็ทำให้เขาได้เห็นถึงความลำบากของพนักงานส่วนร้านอาหาร ดังนั้นถ้าเขามาเห็น ได้ลองทำจริงแล้ว จะมีส่วนใดบ้างที่ทำให้พนักงานส่วนร้านอาหาร ทำงานได้ง่ายขึ้น เขาก็จะเสนอแนะมา ขณะเดียวกันเราก็ได้คำแนะนำที่ดีมาจากซัพพลายเออร์ต่างๆ ที่ส่งของให้เราด้วย โดยประโยชน์ที่ได้รับตรงนี้เห็นชัดเจน คือ เขาก็ต้องการช่วย เพื่อให้การจัดเก็บสินค้าที่ซื้อเข้ามาแล้วเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การหยิบมาใช้ก็สะดวก และทำให้การประสานงานระหว่างกัน มีความคล่องแคล่ว และทำให้เสียเวลาในระหว่างการขนถ่ายสินค้าน้อยลง ไม่มีผลกระทบกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ”

จอห์น ไฮเนคกี กล่าวว่า การที่บริษัทให้พนักงานทุกส่วนได้มารู้งาน ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกับร้านอาหารอื่นๆ แต่ต้องการให้เกิดการทำงานที่ง่ายขึ้น บริหารจัดการระบบภายในได้ดีขึ้น สำหรับผลที่เกิดเป็นตัวเลขหรือรายได้นั้น แม้ในระยะสั้นจะมองไม่เห็นชัดเจน แต่มั่นใจว่าได้ประโยชน์จากการลดจำนวนงานที่ซ้ำซ้อนได้มากขึ้น เพราะเมื่อจัดการทุกอย่างได้เป็นระเบียบ มีประสิทธิภาพ ผู้จัดการร้านก็จะมีเวลาในการไปฝึกหัดพนักงานใหม่ และพนักงานที่ผ่านขั้นพื้นฐานแล้ว เพื่อก้าวไปสู่ในตำแหน่งอื่นได้ และจะมีเวลาในการดูรายละเอียดอื่นๆ ภายในร้าน เพื่อการบริการลูกค้าให้ได้ดีที่สุด

นงชนก สถานานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการเป็นประจำ และหมุนเวียนมาแล้วแทบทุกแผนก แสดงความคิดเห็นว่า ทำให้รู้ระบบของการทำงานในร้านมากขึ้น เช่น ในบางครั้งฝ่ายการตลาด คิดเรื่องป้ายเชิญชวนโฆษณา บางทีในรูปแบบนั้นออกมาสวยงาม แต่ว่าใช้งานไม่สะดวก ไม่มีความคงทน ก็ทำให้ได้นำมาปรับเปลี่ยน ซึ่งในส่วนนี้ทำให้ประหยัดงบประมาณการลงทุนไปได้

วิธีการต่างๆ ของซิซซ์เล่อร์นี้ บริษัทอื่นๆ ก็สามารถนำรูปแบบไปประยุกต์ใช้ได้ให้เหมาะกับองค์กรของตน เพราะไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการเรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน การสื่อสารก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ความเห็นอกเห็นใจก็จะมีมากขึ้น ไม่คิดอยู่เพียงแค่ว่าแผนกของตนสำคัญกว่าใครอยู่แผนกเดียว แต่ต้องเป็นการสมานฉันท์ร่วมมือกันทั้งองค์กร เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

สำหรับข้อเสนอแนะที่ผู้เขียนขอทำการบ้านส่งให้ซิซซ์เล่อร์ ก็มีเพียง…จะหาทางเปลี่ยนให้ตะแกรงทอดมันฝรั่ง ทอดปลา มีน้ำหนักเบากว่านี้ได้หรือไม่ เพราะจากที่ได้ลองไปทำงาน สุดแสนจะหนักจริงๆ เลยล่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *