'เอาต์ซอร์ซิ่ง' กระแสหลักธุรกิจใหม่

“เอาต์ซอร์ซิ่ง” กระแสหลักธุรกิจใหม่
คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย ทวี มีเงิน ประชาชาติธุรกิจ หน้า 8 วันที่ 25 มีนาคม 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3569 (2769)
ข้อตกลงทางการค้า “เอฟทีเอ” ระหว่างไทยกับสหรัฐ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักหน่วงว่า ไทยเสียเปรียบทุกประตู
แต่ที่อยากจะเขียนคงไม่ใช่เรื่อง “เอฟทีเอ” แต่เป็นเรื่อง “ธุรกิจเอาต์ซอร์ซิ่ง” ที่กำลัง มาแรงและเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดียและจีนแต่ละปีจำนวนมหาศาล
ล่าสุดจากสำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายเอียน แมรร์ริออทต์ รองประธาน บริษัทวิจัยการ์ตเนอร์ ของสหรัฐ กล่าวในรายงานที่นำออกเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา
ระบุว่า การโอนย้ายงานจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง หรือ “เอาต์ซอร์ซ” กำลังกลายเป็นโมเดลกระแสหลักในธุรกิจใหม่
ความได้เปรียบของประเทศที่จะสร้างธุรกิจนี้ได้จะต้องมีความได้เปรียบตรงไหนบ้าง นายเอียนเฉลยว่า ความได้เปรียบทางด้านราคา คือ สิ่งที่เย้ายวนชวนให้บริษัทต่างๆ หันมาใช้วิธีการดังกล่าว หากบริษัทไหนไม่ทำอย่างนี้ก็จะถูกมองว่าไม่รักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
นอกจากนั้น บริษัทนั้นๆ ยังเสี่ยงที่จะสูญเสียความได้เปรียบในด้านการแข่งขันและไม่สามารถมุ่งเน้นให้เกิดความก้าวหน้าทางนวัตกรรมได้
สำหรับประเทศผู้นำที่รองรับงานดังกล่าวก็คงหนีไม่พ้นอินเดีย โดยที่มีจีน และรัสเซีย กำลังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวประเภทวิ่งไล่กวดชนิดหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน มีอีกหลายประเทศ ก็กำลังเพ่งเล็งที่จะเป็นศูนย์กลางออฟชอร์ ซึ่งทำงานด้านเทคโนโลยีข่าวสารด้วยเช่นกัน
สำหรับธุรกิจเอาต์ซอร์ซเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อในสหรัฐ และเริ่มระบาดเข้ามาเป็นที่นิยมในยุโรปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง
โดยข้อตกลงขนาดใหญ่มูลค่าระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ลงนามกันเมื่อปีที่แล้ว 15 ฉบับมาจากบริษัทในยุโรปถึง 10 ฉบับ
เมื่อดูจากแนวโน้มเหล่านี้แล้ว ทำให้คาดว่างานไอทีร้อยละ 25 ในประเทศที่ร่ำรวยทั่วโลกจะกระจายสู่ตลาดเกิดใหม่ใน 6 ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน
แม้ว่าประเทศอุตสาหกรรมดังกล่าว อาจจะต้องเผชิญผลกระทบจากการว่างงาน ในหมู่ชนชั้นกลางรายได้สูงอย่างเฉียบพลันก็ตาม
รัฐบาลไทย นักธุรกิจไทย เห็นตัวเลขรายได้แล้ว คงตาลุกวาวไม่น้อย ผมคิดว่าสำหรับประเทศไทย คนไทยน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นธุรกิจที่นำเงินเข้าประเทศแต่ละปีจำนวนมหาศาล และไม่ต้องลงทุนกันมากมาย
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ กรรมการผู้ช่วย รัฐมนตรี เคยถามผมเมื่อหลายเดือนก่อนว่า รู้ไหม ปกนิตยสารชื่อดังของโลกไม่ว่าจะเป็น ไทม์ นิวส วีก บิสซิเนส วีก และเกือบทุกฉบับ ทั่วโลก ออกแบบปกที่ไหน
เพิ่งมาทราบและตกใจจริงๆ ที่รู้ว่าศูนย์กลางการออกแบบปกนิตยสารชื่อดังของโลกอยู่ที่ฟิลิปปินส์ เรียกว่าทำเงินเข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
เมื่อไม่นานมานี้เอง ก็ได้คุยในเรื่องคล้ายๆ กันนี้กับ “หมอเลี้ยบ” นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที ที่มีความคิดจะดึงงานประเภทเอาต์ซอร์เซสเข้ามาตั้งในประเทศไทย เพราะตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกามีปัญหาค่าแรงแพงมากไม่เหมาะกับงานบางงาน
“หมอเลี้ยบ” เล่าว่า เพื่อนหมอชาวสหรัฐ ที่บอกว่าตอนนี้โรงพยาบาลที่สหรัฐกำลังประสบปัญหาคนอ่านฟิล์มเอกซเรย์ และหาทางที่จะผ่องถ่ายให้ประเทศแถบบ้านเรา ที่ค่าแรงถูกอ่านแทน ซึ่งไม่ยาก เป็นหมอทั่วๆ ไป หรือพยาบาลก็สามารถอ่านได้ สนนค่าแรงชั่วโมงละ 50 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างเอ็กซอน และบริษัททางด้านไอที มีความสนใจจะตั้ง “คอลเซ็นเตอร์” ในประเทศไทยให้เป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์ทั่วโลก ซึ่งจะสามารถรองรับแรงงานแต่ละบริษัทได้จำนวนมาก เฉพาะเอ็กซอนก็ประมาณ 600 คน ตอนนี้เขากำลังดูสิทธิประโยชน์เทียบกับประเทศอื่นๆ อยู่
ยังมีงานอีกมหาศาลในประเทศสหรัฐและยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นงานบริการ ซึ่งจะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทย และ นำเงินตราเข้าประเทศได้
ไม่รู้ว่าเรื่องดีๆ อย่างนี้รัฐบาลตื่นตัวไปแค่ไหน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *