เอกชนเร่งพัฒนาโลจิสติกส์แก้วิกฤติ

เอกชนเร่งพัฒนาโลจิสติกส์แก้วิกฤติ
Source: ปาหนัน ลิ้ม

แนะเอกชนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในองค์กรสู้วิกฤติเศรษฐกิจ-พลังงาน เน้นไอที เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง และหันมาใช้พลังงานทดแทน
จากวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ทำให้หลายฝ่ายหันกลับมาพูดถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์กันมากขึ้น โดยหวังว่าจะเป็นทางรอดทางเดียวที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยืนหยัดในเวทีการค้าได้ในสภาวะการณ์เช่นนี้ ซึ่งแม้ว่าเรื่องโลจิสติกส์จะช่วยเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน แต่ที่ผ่านมากลับพบว่าการพัฒนาโลจิสติกส์ไทยไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากการขาดเจ้าภาพที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน และไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการภาคเอกชนต่างเห็นพ้องว่าภาคเอกชนต้องพึ่งตัวเองและพัฒนาองค์กร โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มพัฒนาเป็นอันดับแรกคือ การพัฒนาระบบไอที การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านโลจิสติกส์ การหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งมาใช้การขนส่งทางรางและการขนส่งทางน้ำมากขึ้น
ในเรื่องนี้ คุณสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงแผนงานในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวกับการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแนวทางพัฒนาระบบโลจิสติกส์ 5 ด้าน คือ 1.ตั้งเป้าลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศเหลือ 10-13% 2.พัฒนาระบบขนส่งและจราจรให้มีประสิทธิภาพ เน้นพัฒนาระบบรางเพราะต้นทุนต่ำ 3.ส่งเสริมประชาชนเข้าถึงการขนส่งสาธารณะเท่าเทียม อัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม 4.พัฒนาระบบเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งรางให้สมบูรณ์ และ 5.ยกระดับความสามารถประเทศเป็นศูนย์กลางคมนาคมภูมิภาค
“ประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่พึ่งพาการขนส่งทางรางทั้งสิ้น เพราะระบบขนส่งทางถนนมีต้นทุนสูงกว่าการขนส่งทางรางหลายเท่าตัว ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาการขนส่งสินค้าทางราง โดยมีโครงการพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อสนับสนุนให้มีการขนส่งสินค้าทางรางมากขึ้น และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทย” คุณสันติ กล่าว
ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า วิกฤติราคาน้ำมัน และวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่ง ทำให้การขนส่งลดลง ซึ่งส่งผลกระทบกับทุกประเทศทั่วโลก แต่ประเทศไทยพึ่งพาการขนส่งโดยรถยนต์เป็นหลัก ทำให้มีการใช้น้ำมันสูง ดังนั้นสิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไขคือ พัฒนาระบบขนส่งทางน้ำ และที่สำคัญคือการพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
ดังนั้นจะเห็นว่ารัฐมีส่วนสำคัญที่สุดในกระบวนการทั้งหมด เพราะมีอำนาจและงบประมาณ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ ลดต้นทุนการขนส่งทั้งประเทศเพื่อเอื้อประโยชน์กับเอกชน โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง พร้อมทั้งเสนอให้รัฐหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนอย่าง NGV มากขึ้น
แนะเอกชนเร่งลดต้นทุนโลจิสติกส์ในองค์กร
การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และลดต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยยังไม่คืบหน้า และประสบผลสำเร็จยาก เพราะติดปัญหาขาดเจ้าภาพผลักดันแผนพัฒนาโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม ขาดการบูรณาการแผนงาน ซึ่งในอนาคตต้องเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรัฐบาลต้องให้ความสำคัญเรื่องบุคลากร ระบบไอที และระบบฐานข้อมูลมากขึ้น ที่สำคัญต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินงานโดยตรง คุณสุชาติ จันทรานาคราช ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) แสดงทรรศนะ
“สิ่งที่รัฐบาลควรทำอย่างเร่งด่วนคือ ทำตามแผนที่มีอยู่อย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับภาคเอกชน เช่น ในเรื่องของฐานข้อมูลประเทศ และการจัดหาเจ้าภาพดำเนินการที่ชัดเจน ขณะเดียวกันภาคเอกชนคงต้องช่วยตัวเองด้วย โดยกลับไปดูต้นทุนว่ามีส่วนใดที่สามารถจะลดต้นทุนลงได้บ้าง เช่น การนำระบบไอทีเข้ามาช่วย หรือการพัฒนาบุคลากร” คุณสุชาติ กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ และในฐานะรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณธนิต โสรัตน์ มองว่า เรื่องโลจิสติกส์มีผู้ที่ต้องเข้ามามีส่วนในการผลักดัน คือ ในส่วนของภาครัฐที่ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งต่อเนื่อง รวมทั้งปรับแก้กฎหมายกฎระเบียบต่างๆ บางส่วนที่ยังเป็นอุปสรรค ให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ในส่วนของภาคเอกชนเองก็ต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนที่จะไปหวังพึ่งรัฐเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องมองตัวเราแองเป็นอันดับแรกว่า จะไปลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในสถานประกอบการอย่างไรบ้าง เพื่อสร้างศักยภาพและสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ที่ผู้ประกอบการต้องหันมามองตัวเองและนำระบบโลจิสติกส์มาช่วยบริหารจัดการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องมองว่าถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งเพื่อลดต้นทุน และจะเลือกรูปแบบการขนส่งแบบใด เช่น การบริหารรถเที่ยวเปล่า นอกจากนี้การเลือกใช้พลังงานทดแทนก็เป็นเรื่องที่ควรหันมาให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งลงได้ อย่างการเลือกใช้ NGV ช่วยให้ประหยัดต้นทุนการขนส่งได้อย่างน้อย 21% และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือลดต้นทุนการบริหารสินค้าคงคลัง
ขณะที่ คุณยู เจียรยืนยงพงษ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะภาคเอกชนจะต้องเดินไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง หากระบบเศรษฐกิจล้มทุกคนก็ล้ม แต่ถ้าหากรอรัฐบาลลงมาช่วยก็จะเป็นอย่างที่เห็น คือไม่มีความต่อเนื่อง ดังนั้นเอกชนต้องช่วยตัวเอง โดยเฉพาะในส่วนของสภาฯ ต่างๆ เช่น สภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯลฯ มาเป็นพี่เลี้ยง อะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมต้องช่วยกันทำ
ในมุมมองของนักวิชาการ และในฐานะประธานคณะทำงานองค์ความรู้ด้านส่งเสริมโลจิสติกส์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.วันชัย รัตนวงษ์ ให้มุมมองว่า การพัฒนาโลจิสติกส์ จำเป็นจะต้องบูรณาการในหลายส่วนเข้าด้วยกัน โดยรัฐต้องเป็นฝ่ายสนับสนุน โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งการขนส่ง การอำนวยความสะดวกทางการค้าด้านกฎระเบียบต่างๆ
แม้ว่าประเทศไทยจะมีแผนงานและแผนพัฒนาโลจิสติกส์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาดการผลักดันและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แผนงานที่วางเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด ซึ่งสุดท้ายแล้วย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศและผู้ประกอบการไทยนั่นเอง …

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *