เห็ดใช้แทน ‘เนื้อ’ ในแอฟริกา

เห็ดใช้แทน “เนื้อ” ในแอฟริกา

อ.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผมจำได้ว่า วันที่กลับจากนำคณะของสถาบันอาหาร ไปสำรวจตลาดที่ประเทศแอฟริกาใต้ มีเจ้าหน้าที่ของรายการ “ชิมไปบ่นไป” ของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช มาขออัดรายการเกี่ยวกับเห็ด ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณทางโภชนาการ และศักยภาพด้านเศรษฐกิจของพืชชนิดนี้ในตลาดแอฟริกาใต้

ในฐานะที่ครอบครัวของผมมีอาชีพเพาะเห็ดมาก่อน โดยตั้งแต่ปี 2516 ผมได้ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมการเพาะเห็ด ของชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับเลือกเป็นประธานชมรม ต่อมาก็เข้ารับราชการที่กรมวิชาการเกษตร โดยทำงานวิจัยเกี่ยวกับเห็ดโดยตรง จนกระทั่งในปี 2524 ได้รับเชิญจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ให้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ด ที่ประเทศภูฎาน (เป็นคนไทยคนแรกที่ไปประจำประเทศนี้)

จากนั้นองค์การพัฒนาและธนาคารโลก ได้เชิญผมไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดในประเทศต่างๆในเอเชียแปซิฟิก เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ อินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ จนกระทั่ง ปี 2532 – 48 ได้รับเชิญจากองค์การการค้าโลก ให้ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็ดในประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา

สิ่งที่ผมได้กล่าวในรายการครั้งนั้นนัยยะสำคัญว่า ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะเห็ดที่มนุษย์เพาะได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟาง เห็ดโคนน้อย เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ แม้กระทั่งเห็ดเมืองหนาว เช่น เห็ดแชมปิญอง เห็ดนางรมหลวง เห็ดหอม เห็ดหัวลิง เห็ดเข็มทอง เป็นต้น

โดยเห็ดมีสรรพคุณทางโภชนาการค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนที่มีอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของน้ำหนักเห็ดแห้ง ที่สำคัญยังเป็นอาหารที่ไม่มีไขมันหรือพลังงานเลย และยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการ มีสรรพคุณทางยาหลายชนิด และมีเอ็นไซม์ที่ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังสามารถนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟาง ต้นข้าวโพด ซังข้าวโพด ผักตบชวา ขี้เลื่อย มาเป็นวัสดุเพาะ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำฝน ไม่ต้องใช้แสงแดด และไม่ต้องอาศัยดิน สามารถเพาะได้ผลดีตลอดทั้งปี

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปสอนวิธีการทำเชื้อ และเพาะเห็ดด้วยวิธีง่ายๆแก่ประเทศที่มีขาดแคลนอาหารในทวีปแอฟริกา บางประเทศพลเมืองส่วนใหญ่ไม่มีเงินหรือรายได้เพียงพอที่จะไปซื้อเนื้อ ซื้อหมูหรือแม้กระทั่งไก่มาบริโภค และมีจำนวนไม่น้อยที่บอกว่า จะต้องเก็บหอมรอมริบเงินเอาไว้เพื่อซื้อเนื้อหรือไก่ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น คริสต์มาส เป็นต้น

แต่หลังจากที่คนในประเทศต่างๆเหล่านี้ ได้เรียนรู้การเพาะเห็ด ทำให้มีแหล่งโปรตีนหรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ใช้วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรให้เป็นประโยชน์ และได้ปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเห็ด เป็นปุ๋ยของพืช เพื่อบำรุงดินและลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีได้ ปัจจุบัน มีหลายประเทศในแอฟริกาเร่งทำโครงการส่งเสริมการเพาะเห็ดกันอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เนื้อหมูมีราคาแพง ก็ควรน่าจะหันไปบริโภคไก่ หรือเห็ดที่มีราคาถูกกว่า คุณค่าทางอาหารก็ไม่ด้อย แต่ก็มีสิ่งที่ผมยังกังวลไม่หาย คือ เกษตรกรไทย มักจะทำการเกษตรแบบยึดมั่น ถือมั่น เคยทำอย่างไรเป็นปกตินิสัย ก็จะถือเป็นบรรทัดฐานไปตลอด ส่วนหนึ่งเห็นจะเป็นความผิดของผมเอง ที่ประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว สอนให้เกษตรกรใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา ผสมรำละเอียดเป็นวัสดุเพาะเห็ด ทำให้ราคาขี้เลื่อยจากไม่กี่พันบาทต่อขี้เลื่อยเต็มคันรถสิบล้อ ปัจจุบันราคาสูงเกิน 2 หมื่นบาทไปแล้ว และยังขาดแคลนอีก

รำละเอียดก็ราคาสูงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนในการเพาะเห็ดสูงขึ้น จริงๆแล้ว การเพาะเห็ดยังสามารถใช้วัสดุทดแทนอีกมากมาย รวมทั้งอาหารเสริมที่ทำให้ผลผลิตสูงขึ้นอีกหลายชนิด ดังนั้น ก่อนที่ผมจะเดินทางไปเพาะเห็ดที่ประเทศเกียน่า ประเทศฝรั่งเศส ผมจะเปิดบรรยายพิเศษเรื่องการทำเชื้อและเพาะเห็ดให้แก่ผู้สนใจทั่วไปในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมที่จะถึงนี้ ท่านใดสนใจติดต่อที่เว็บไซด์ หรืออีเมล์ หรือโทร.02-9083308, 02-9083037

———————————————————————
อานนท์ เอื้อตระกูล
อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสศูนย์การค้าระหว่างประเทศ องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ ประจำทวีปแอฟริกา
www.anonmushroom.com E-mail : tbcbiotec@yahoo.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *