เสริมสร้างเสน่ห์ให้ลูกรัก


เสริมสร้างเสน่ห์ให้ลูกรัก

วันที่ : 1 มิถุนายน 2552 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : นิตยสารแม่และเด็ก

ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com จากบทหนึ่งในหนังสือ “เรื่องเล่าเขย่าคิด” ที่ผมเคยเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า ผมมีหนังสือที่สันปกได้รับความเสียหายอยู่หลายสิบเล่ม แม้ผมจะบริจาคเข้าห้องสมุดไปหมดแล้ว แต่เมื่อคิดถึงหนังสือเหล่านี้เมื่อใด เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุจะผุดขึ้นมาในใจผม พร้อม ๆ กับคำถามที่ยังค้างคาใจอยู่เสมอว่า “เหตุใด พ่อแม่จึงปล่อยให้ลูกทำแบบนี้….” สมัยเมื่อทำงานอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ครั้งหนึ่งมีเพื่อนคนไทยมาเยี่ยมบ้าน พาลูก ๆ วัยกำลังซนมาด้วย 2 คน ขณะที่เรานั่งพูดคุยกัน ลูก ๆ ของเขาก็ไปอยู่ที่ชั้นหนังสือของผมซึ่งมีหนังสืออยู่เต็ม เด็ก ๆ ได้หยิบหนังสือออกมาจากหิ้งทีละเล่ม แต่ไม่ได้เอามาอ่านนะครับ เอามาโยนเล่นกันไปมาอย่างสนุกสนาน ผมเหลือบตาไปมอง ตกใจ…หนังสือของผม!! หนังสือดี ๆ ทั้งนั้นอุตส่าห์สะสมไว้ แทนที่จะอ่านดี ๆ กลับมาโยนเล่นกันอย่างนี้ หนังสือก็เสียหมดน่ะสิ.. ผมคิดว่าพ่อแม่เมื่อเห็นลูกทำอย่างนั้นจะรีบห้ามปราม แต่ที่ไหนได้ กลับนั่งเฉยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สนใจ พูดคุยต่อไปเรื่อย ๆ ไม่คิดจะลุกไปเตือนลูกสักคำว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมอยู่ ตอนนั้น ผมไม่รู้จะทำอย่างไร จะไปว่า ไปตักเตือนลูกเขาก็ใช่ที่ พ่อแม่เขายังไม่เตือนเลย เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจระหว่างกัน ผมจึงต้องอดทนดูหนังสือถูกโยนไป โยนมา แต่ทำอะไรไม่ได้ หลังจากครอบครัวนี้กลับไป ผมสำรวจความเสียหายของหนังสือ พบว่า สันหนังสือเสียไปหลายสิบเล่ม ในใจนึกขยาดครอบครัวนี้ไปนานทีเดียว… ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เราคงไม่ต้องการให้ลูกที่รักของเราเป็นที่ถูก (แอบ) รังเกียจ เช่นนี้เป็นแน่ เราอาจเคยมองดูเด็กคนอื่น ๆ ด้วยความคับข้องใจในพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ รวมไปถึงความสงสัยในตัวพ่อแม่ของเด็กคนนั้นว่าทำไมไม่สั่งสอนลูก อย่างไรก็ตามเราเคยมองย้อนมาสู่ตัวลูกของเราหรือไม่ว่าลูกที่รักของเรานั้นมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อันเป็นที่สร้างความอัดอัดต่อคนรอบข้างบ้างหรือไม่ เนื่องจากพ่อแม่จำนวนมากมักมีใจที่แอบโน้มเอียง เข้าข้างลูกของตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าเป็นเด็กดี ทำอะไรก็น่ารัก แม้ลูกมีนิสัยที่ไม่ดีมากมายแต่พ่อแม่พร้อมที่จะปกป้องลูกเสมอทั้ง ๆ ที่ในบางครั้งเป็นการเข้าข้างกันแบบข้าง ๆ คู ๆ แก้ตัวแทนอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวอ้างที่ว่า ลูกยังเล็กอยู่ ไร้เดียงสา ทำอะไรก็น่าเอ็นดู คงไม่มีใครถือสา โดยไม่คิดที่จะมาแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของลูกนั้นอย่างจริงจัง ส่งผลให้พฤติกรรมที่ไม่น่ารักต่าง ๆ นั้นยังคงติดตัวและฝังรากลึกในชีวิตลูกเรื่อยไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถใช้ข้ออ้างที่ว่ายังเล็กอยู่ ยังไร้เดียงสา ทุกคนพร้อมที่จะให้อภัยได้อีกต่อไป มนุษย์ทุกคนย่อมต้องการที่จะเป็นที่รักของผู้อื่น มากกว่าการเป็นที่เกลียดชังของคนรอบข้าง การเป็นคนที่น่ารักย่อมเป็นที่ได้เปรียบกว่าในทุกทาง ใครเห็นใครเอ็นดู พร้อมอุ้มชูให้ไปสู่ความสำเร็จได้โดยง่าย ทั้งในชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัว ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่เติบโตมาอย่างเป็นที่รักของคนรอบข้างนั้นย่อมมีความมั่นคงในจิตใจ มีความมั่นใจในตนเองมากกว่า รวมทั้งเป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ด้วยเช่นกัน การที่พ่อแม่จะสามารถสร้างลูกให้เติบโตมาเป็นที่รักต่อคนรอบ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *