เรื่องของความจน

เรื่องของความจน

อ่านเรื่องสั้นในเนื้อหาว่าด้วย รู้เก็บรู้ใช้ เป็นร้อยเรื่องในฐานะกรรมการตัดสินรางวัลคนหนึ่ง ได้ข้อคิดมาว่า ผู้ใหญ่กับเด็กมองสาเหตุแห่งความจนแตกต่างกัน นักเรียนระดับมัธยมมักมองเรื่องความจนมาจากเด็กคนนั้นไม่มีพ่อ ไม่มีแม่คอยเลี้ยงดู ส่วนผู้ใหญ่จะมองที่การทำตัวเองเป็นเรื่องหลักเช่น บ้าช้อป ซื้อของตามแรงโฆษณา มือเติบ สำรวย ติดหล่อ ใช้เงินเกินตัวจนเริ่มทำผิดด้วยการนำเงินของบริษัทมาใช้ส่วนตัว ติดการพนัน ติดยา ติดหุ้น ในกลุ่มนักเรียนมัธยมจะเห็นแนวโน้มการเขียนเรื่องแบบหนึ่งที่น่าคิดมาก คือหลายๆ เรื่องมีการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง หรือมีความรุนแรงโดยไม่มีเหตุไม่มีผล เช่น แม่เลี้ยงใจร้ายคอยจองล้างลูกเลี้ยงผู้น่าสงสารและแสนดี โดยเรื่องไม่ได้บอกว่าทำไม ยังไม่ทันจะพูดกันดีๆ เลย
ก็ลงมือตบเปรี้ยงเข้าเสียแล้ว หรือในเรื่องจะมีตัวละครสองตัว เป็นสีขาวกับสีดำ คนหนึ่งดีมาก อีกคนร้ายมาก หรือคนหนึ่งรวยมาก อีกคนหนึ่งก็จนสุดๆ แนวนี้บ่งบอกให้เห็นถึงอิทธิพลของละครโทรทัศน์หลังข่าว ซึ่งเป็นอาการที่น่าเป็นห่วงมาก ควรที่คุณพ่อ คุณแม่และผู้ใหญ่ในบ้านจะดูโทรทัศน์พร้อมเด็กๆ และชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งมีอีกหลายวิธีที่สันติกว่า และสมเหตุสมผลกว่าการลงมือลงไม้ นางร้ายหรือนางอิจฉาไม่จำเป็นต้องลอยหน้าลอยตาเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่มีดีสักอย่าง มีเหมือนกันที่แต่งเป็นคนสามคน เพื่อแสดงให้เห็นทางสายตึงเกินไป (คือประหยัดจนตัวเองมีปัญหา) หย่อนเกินไป (สุรุ่ยสุร่าย รู้จักแต่ใช้ไม่รู้จักหา) และทางออกที่เสนอแนะคือให้เดินสายกลาง คือรู้จักหา รู้จักเก็บ และรู้จักใช้ หลายๆ เรื่องที่พูดมานี้ไม่ได้รางวัล เพราะโครงเรื่องอาจจะอ่อน ภาษาไม่ดี เรื่องไม่น่าสนใจนัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นทัศนคติหรือความประทับใจของผู้แต่งต่อสภาพสังคมรอบๆ ตัวได้ มีบางเรื่องที่ผู้เขียนชอบแต่ก็ไม่ได้รางวัล และตลาดไม่ได้นำออกมาตีพิมพ์ เรื่องหนึ่งมาจากโรงเรียนนานาชาติ อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง Matrix เพราะเรื่องเดินหน้าถอยหลัง ในโลกกึ่งการ์ตูน กึ่งโลกอนาคต ผู้เขียนว่าสนุกมาก แต่ผู้ตัดสินคนอื่นไม่ติดใจเรื่องนี้ บางเรื่องแต่งให้ชีวิตของตัวละครพลิกกลับเป็นคนละคนที่น่าสนใจก็คือ ผู้แต่งสร้างให้ชีวิตของตัวละครเอก พลิกกลับหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างเรื่องหนึ่งที่ได้รางวัล ผู้เขียนแต่งให้เด็กน้อยยากจนเป็นคนให้สติกับสาวน้อยไฮโซ ที่รู้จักแต่การขอเงินพ่อแม่
อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนชอบแต่ไม่ได้รางวัล เพราะองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ประทับใจกรรมการ เขาตั้งชื่อเรื่องว่า การให้เป็นเหตุให้เกิดความสุขยิ่ง เป็นเรื่องของหนุ่มหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างสำราญแล้วป่วย ต้องไปนอนโรงพยาบาล เขาได้ข้อคิดมาจากการเห็นเด็กน้อยที่นอนอยู่ในเตียงข้างๆ ที่ป่วยด้วยโรคร้าย รอวันตาย และรอแม่มาเยี่ยม และนั่นเป็นจุดพลิกผันในชีวิตของเขาให้เปลี่ยนจากคนเจ้าสำราญ หันมาใช้ชีวิตอย่างมีค่ามากขึ้นเรื่องเหล่านี้บอกให้รู้ว่า ความจนไม่ได้มีแต่ด้านเลวร้ายเสมอไป และชีวิตของเราแต่ละคนก็มีจุดพลิกผันมากบ้างน้อยบ้าง ลองเล่าเรื่องดีๆ ในชีวิตของคุณให้ลูกฟังบ้างซิคะ
นวพร เรืองสกุลและคณะ, นิตยสาร kids&family ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 พฤศจิกายน 2548

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *