เรียนปริญญาโทโลจิสติกส์ที่มหานครโลจิสติกส์ไอที ที่นี่ที่เดียว

เรียนปริญญาโทโลจิสติกส์ที่มหานครโลจิสติกส์ไอที ที่นี่ที่เดียว
Source: Editorial Staff

ข้อดีของมหานครคือเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้อาจารย์และนักศึกษาทำวิจัยอย่างสม่ำเสมอ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านโลจิสติกส์ ขณะนี้ คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กระบวนการจัดการด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ให้ทางเลือกแก่ผู้สนใจศึกษาต่อด้านโลจิสติกส์ในระดับปริญญาโท โดยเน้นจุดขายสำคัญที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นคือ การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งผลิตและบริการในปัจจุบัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เผ่าภัค ศิริสุข หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และผู้อำนวยการบัณฑิตศึกษา สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครมีการจัดการเรียนการสอนด้านโลจิสติกส์ ทั้งในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท โดยในระดับปริญญาตรี มีสาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโท มีหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ ทั้งสองหลักสูตรเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2549

ในระดับปริญญาโทมีการจบการศึกษาไปแล้วหนึ่งรุ่นประมาณ 40 คน และกำลังจะจบในภาคการศึกษานี้อีกประมาณ 65 คน นักศึกษาที่เข้ามาเรียนโดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 70) ทำงานอยู่แล้ว ทั้งจากหน่วยงานราชการและเอกชน โดยมีทั้งที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์โดยตรง และไม่ตรงแต่สนใจ ในรุ่นแรกคนที่ไม่ได้ทำงานด้านโลจิสติกส์มาก่อนก็ได้งานด้านโลจิสติกส์กันเกือบทั้งหมด ทั้งในภาครัฐและเอกชน บางส่วนไปเป็นอาจารย์ก็มี คาดว่ารุ่นที่จะจบปีนี้ก็คงคล้ายๆ กัน

ในด้านจุดขายของหลักสูตรปริญญาโทเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่มหานครฯ นั้น ผศ.ดร.เผ่าภัค กล่าวว่า อันที่โจริงแล้วโลจิสติกส์เป็นการประยุกต์องค์ความรู้หลายๆ สาขาเข้าด้วยกัน ดังนั้น หากไปศึกษาหลักสูตรของแต่ละที่จะไม่เหมือนกันทั้งหมด บางแห่งจะเน้นด้านการจัดการค่อนข้างมาก บางแห่งจะมุ่งศึกษาเรื่องระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านการนำเข้าส่งออก และพิธีการทางศุลกากร บางแห่งเน้นที่กระบวนการผลิต หรือบางที่อาจจะเน้นไปในด้านการจัดการด้านต้นทุน เป็นหลัก สำหรับที่มหานครฯ จุดเด่นจริงๆ ของเราคือ ความต้องการประยุกต์นำเอาเทคโนโลยีที่เป็นจุดแข็งของเรามาโดยตลอด มาผสมผสานกับหลักการจัดการในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT เข้ามาใช้

ทั้งนี้ เพราะโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเป็นเรื่องการบริหารจัดการการไหล หรือ Flow นอกจาก การไหลของวัตถุดิบหรือสินค้า บริการ ซึ่งเรียกว่า Material หรือ Service Flow และการไหลของเงินที่เรียกว่า Financial Flow แล้ว การไหลของข้อมูล หรือ Information Flow ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าเราบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำเอาเทคโนโลยี IT เข้าไปช่วยแล้ว การจัดการก็จะทำได้สะดวกขึ่น การตัดสินใจก็จะมีความแม่นยำขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดข้อผิดพลาดและความล่าช้าที่เกิดจากการทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น

ผศ.ดร.เผ่าภัค กล่าวต่อว่าที่ผ่านมามหานครฯ มีการศึกษาเทคโนโลยีเหล่านี้มาโดยตลอดเช่นเรื่องระบบ RFID ระบบ ERP รวมถึงระบบการส่งผ่านข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบต่างๆ หรือระบบ EDI เป็นต้น เราผลการวิจัยศึกษาเหล่านี้มาประยุกต์สอนนักศึกษา เพื่อที่ว่าถ้านักศึกษาจบไปแล้วทำงานจริงสามารถตัดสินใจในการเลือกเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการจัดการโลจิสติกส์หรือซัพพลายเชนขององค์กรได้ ตอบคำถามประเภทที่ว่า “ใช้ ERP ยี่ห้อไหนดี ต้องลงทุนซักกี่บาท ตอนนี้ควรใช้ RFID ในคลังสินค้าแล้วหรือยัง หรือ GPS ติดแล้วคุ้มมั้ย” การเรียนการสอนจะครอบคลุมทั้งหลักการทำงาน รวมถึงการคำนวณอัตราผลตอบแทนการลงทุน หรือ ROI เพื่อที่มั่นใจได้ว่าจบแล้วไปทำงานจริงได้เลย

“ข้อดีของมหานครคือเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้อาจารย์และนักศึกษาทำวิจัยอย่างสม่ำเสมอ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านโลจิสติกส์ ขณะนี้ คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กระบวนการจัดการด้านโลจิสติกส์ อาทิ ระบบ RFID หรือ ระบบ ERP เป็นต้น โดยมีทั้งการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และงานวิจัยถึงผลกระทบหากนำระบบเหล่านี้ เข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาบางส่วน ให้ความสนใจในการพัฒนาแบบจำลองของการใช้งานน้ำมันไบโอดีเซลที่ได้จากปาล์มน้ำมันสำหรับเกษตรกรรายย่อย หรือการศึกษาความเป็นไปได้ของการนำก๊าซ NGV ไปใช้ในภาคการขนส่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยด้านการทำ Benchmarking ด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ อีกด้วย

เรามีความร่วมมือด้านงานวิจัยและบริการวิชาการกับหน่วยงานภายนอกอย่างสม่ำเสมอ เราได้ทุนวิจัยด้านผลกระทบของไอทีกับโลจิสติกส์ จากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา หรือสกอ. เราทำวิจัยกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติด้าน RFID ไปทำวิจัยด้านมาตรฐานการส่งผ่านข้อมูลด้านการท่องเที่ยวกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือ SIPA เป็นต้น นอกจากนี้ มหานครฯ มีความร่วมมือใกล้ชิดกับสถาบันรหัสสากล หรือ GS1 ซึ่งอยู่ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่ง GS1 เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่นายทะเบียนสำหรับรหัสบาร์โค้ดและรหัส EPC-RFID ในประเทศไทยอีกด้วย”

เขามองต่อว่า แม้ขณะนี้เศรษฐกิจของโลกและของประเทศอยู่ในสภาวะถดถอย แต่ถ้าเศรษฐกิจกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ภาคอุตสาหกรรมทั้งผลิตและบริการจะมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรทางด้านโลจิสติกส์จำนวนมาก และอันที่จริงแล้ว ที่ผ่านมาได้เริ่มมีการจัดตั้งหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ขึ้น เพื่อดำเนินการบริหารจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์แบบบูรณาการในองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ขึ้นแล้ว ดังนั้น ผู้ที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว หรือสนใจที่จะมาทำงานด้านนี้ อาจใช้โอกาสนี้ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมกับความต้องการของตลาดแรงงานที่จะมีขึ้นในอนาคตไม่เกินสองปี

สำหรับเรื่องสุดท้ายที่เป็นเรื่องสำคัญคือเรื่องการสมัครและค่าใช้จ่าย ผศ.ดร.เผ่าภัค กล่าวว่าหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุกสาขา จากสถาบันที่ ก.พ. รับรอง ใช้เวลาเรียน 2 ปี โดยมีให้เลือกทั้งแผน ก. ที่ทำวิทยานิพนธ์ และแผน ข. ที่ไม่ทำวิทยานิพนธ์ ค่าใช้ตลอดหลักสูตรประมาณ 120,000 บาท ทั้งสองแผน คิดเฉลี่ยแล้วประมาณ 30,000 บาทต่อภาคการศึกษาเท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ นอกจากนี้ ยังเรียนเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เท่านั้น ตอนนี้เปิดรับสมัครแล้วไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 สอบสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผู้สนใจรายละเอียดติดต่อที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530 โทร. 0 2988 3655 ต่อ 1105, 1106 หรือติดต่อโดยตรงที่บัณฑิตศึกษา สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ โทร. 0 2988 3655 ต่อ 2218

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *