เริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ กับร้านเช่าหนังสือ

เริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ กับร้านเช่าหนังสือ
โดย สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ไม่ว่ายุคสมัยใด หนังสือเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมมาตลอด หากแต่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่อัตราค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ทุกคนต้องประหยัด ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะไปได้ดี สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ เพราะการเปิดร้านเช่าหนังสือจะไม่เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์การทำงาน เป็นกิจการที่สามารถจัดตั้งได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เป็นงานอิสระที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่ทำรายได้ให้เจ้าของได้ระยะยาว สามารถทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพ เสริมได้อีกด้วย
ศักยภาพของผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการที่สนใจ และกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจร้านเช่าหนังสือ ไม่ใช่ว่ามีเงินทุนพร้อมเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถเปิดร้านได้ แต่ต้องอาศัยคุณสมบัติเฉพาะตัวดังต่อไปนี้
รักการอ่าน เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือประเภทต่างๆ มีเงินทุนเป็นของตนเอง เนื่องจากการทำร้านในช่วงต้น ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ทำเลที่ตั้งควรอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีกำลังซื้อ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นกันเองต่อลูกค้า ควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่ากันหมด ให้บริการที่ดี ละเอียดรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
การติดต่อหน่วยงานราชการ
– ขั้นตอนการขอจดทะเบียนร้านค้า
ผู้ที่คิดจะทำร้านเช่าหนังสือเพียงอย่างเดียว อาจไม่จำเป็นต้องยื่นขอจดทะเบียนกับกรมทะเบียนการค้า เว้นแต่ร้านที่ขายสินค้าอื่น ในลักษณะซื้อมา-ขายไป เช่น ขายขนม สินค้ากิฟต์ช็อป ลักษณะนี้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ จดทะเบียนการค้า กับกรมทะเบียนการค้า
เอกสารที่ต้องเตรียม กรณีนี้จะกล่าวถึงเฉพาะกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน 50 บาท ส่วนระยะเวลาดำเนินการ จะได้รับทะเบียนพาณิชย์ภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบ

ร้านเช่าหนังสือ (2)
สำหรับสภาพตลาดร้านเช่าหนังสือ ในปัจจุบันตลาดร้านเช่าหนังสือยังเปิดกว้างรองรับการลงทุนได้อีก สังเกตได้จากยังมีการเปิดร้านตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อาจเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ผู้ที่เคยซื้อหนังสืออ่านเอง หันมาใช้บริการธุรกิจประเภทนี้กันมากขึ้น จึงเป็นหนทางที่ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านเช่าหนังสือให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเพียงใด จะขึ้นอยู่กับทำเลเฉพาะย่านเป็นส่วนสำคัญ
ส่วนกลุ่มลูกค้าจะมีเกือบทุกเพศทุกวัย สิ่งที่เราต้องทำ คือสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในย่านนั้นๆ ก่อนว่ามีคนกลุ่มใด วัยใดมากที่สุด และความชอบแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร อาทิ เด็กและวัยรุ่นจะชอบการ์ตูน ส่วนวัยทำงานและแม่บ้านจะเน้นแนวนิตยสาร นวนิยาย เป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น
โดยผู้ประกอบการสามารถทำเป็นธุรกิจหลักได้ พร้อมกับสร้างช่องทางรายได้เสริมควบคู่กันไปด้วย อาทิ เปิดซุ้มขายของขบเคี้ยว จำพวกขนม และผลไม้แปรรูปต่างๆ เปิดซุ้มขายกิฟต์ช็อป บางร้านที่นำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ อาจรับพิมพ์งานควบคู่ไปด้วย ขายหนังสือมือสองให้นักสะสม
แต่ทั้งนี้การเพิ่มบริการเสริมเพื่อสร้างรายได้ ผู้ประกอบการควรคำนึงด้วยว่า ของที่จะขายภายในร้านควรเป็นของแห้ง เพื่อป้องกันการหกเลอะหนังสือ สิ่งสำคัญคือ เมื่อตัดสินใจทำธุรกิจเสริมแล้ว ผู้ประกอบการต้องสามารถควบคุมดูแลกิจการทั้งสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผสมทางการตลาด
1.โปรดักต์ ผู้ลงทุนจะต้องรู้จักหนังสือหลักๆ ที่นำมาจัดวางไว้ให้บริการในร้าน จะเป็นหนังสือการ์ตูน นวนิยาย พ็อกเกตบุ๊กฯ หนังสือแต่ละประเภทมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่ กล่าวคือ
หนังสือการ์ตูนแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การ์ตูนผู้หญิง และการ์ตูนผู้ชาย การ์ตูนผู้หญิงมีเนื้อเรื่องในแนวกุ๊กกิ๊ก ตัวการ์ตูนสวย มีทั้งแบบเล่มเดียวจบ ส่วนชุดการ์ตูนผู้ชาย จะเป็นแนวต่อสู้ บู้ล้างผลาญ สืบสวนสอบสวน การเลือกซื้อควรดูที่ความคมชัดของลายเส้นตัวการ์ตูน ดูแล้วน่าอ่าน อัตราส่วนการจัดซื้อหนังสือการ์ตูนเข้ามาในร้าน ควรมีไว้อย่างละครึ่ง หรือแล้วแต่ว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ชอบอ่านประเภทใด
นวนิยายมีราคาตั้งแต่สิบกว่าบาท จนถึงหลักร้อย มีทั้งนวนิยายไทย และงานแปล (จีน-ฝรั่ง) การเลือกซื้อ ควรเลือกเฉพาะเรื่องที่ได้รับความนิยมเท่านั้น
พ็อกเกตบุ๊ก เรื่องสั้น หรือเรื่องเล่าต่างๆ ควรเลือกเรื่องตามกระแสความนิยม
นิตยสารควรเลือกนิตยสารที่กำลังได้รับความนิยม แต่มีเนื้อหาแตกต่างกันไป เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า
หนังสือเรื่องย่อของละครหลังข่าว ควรเน้นเรื่องที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น
วิธีสำรวจความนิยมของหนังสือแต่ละประเภท สามารถสำรวจจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการจัดอันดับหนังสือ หรือบทวิจารณ์ตามสื่อต่างๆ เช่น นิตยสาร สัมภาษณ์ดาราขวัญใจวัยรุ่นเกี่ยวกับหนังสือที่ชอบ สอบถามลูกค้า เกี่ยวกับหนังสือที่ต้องการ แล้วพิจารณาเลือกหนังสือที่มีลูกค้าสนใจมากที่สุดจากสถิติการยืมหนังสือของลูกค้าในร้าน
รายการหนังสือและเวลาการออกของหนังสือ เช่น การ์ตูนจะมีเรื่องใหม่ๆ ออกวางขายทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ผู้ประกอบการควรทราบ และซื้อหนังสือเพิ่มเติมเข้าร้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหนังสือชุดที่มีเล่มต่อ เจ้าของร้านต้องหาซื้อเข้ามาไว้ให้ครบ
+++++++++++++++
เริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ กับร้านเช่าหนังสือ (3)
ฉบับที่แล้วได้เกริ่นนำในเรื่องส่วนผสมทางการตลาด โดยได้พูดถึง P ตัวแรก คือ โปรดักต์ไปแล้ว คราวนี้มาว่ากันอีก 3 ตัว คือ ราคา สถานที่ และการส่งเสริมการขาย
– ราคา สำหรับธุรกิจร้านเช่าหนังสือก็คือ ค่าบริการ ผู้เปิดกิจการไม่ควรตั้งอัตราค่าบริการไว้สูงมากนักจนทำให้ลูกค้าคิดว่าควรซื้อหามาอ่านเองดีกว่า โดยทั่วไปวิธีคิดค่าบริการมีอยู่ 3 แบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของหนังสือนั้นๆ คือ
การคิด 10% จากราคาหน้าปก ใช้กับหนังสือการ์ตูนเป็นส่วนใหญ่ เช่น หน้าปกราคาเล่มละ 40 บาท คิดราคา 4 บาท การตั้งราคาเดียวใช้กับหนังสือที่มีราคาสูง เช่น นวนิยาย พ็อกเกตบุ๊ก และนิตยสารบางประเภท โดยกำหนดอัตราค่ายืมไว้คงที่ เช่น 5 บาท 6 บาท เป็นต้น สำหรับนิตยสารอาจคิดค่าเช่าได้ 2 อัตรา คือ ราคาเล่มใหม่กับราคาเล่มเก่า
การคิดราคาแบบกำหนดเป็นช่วง
ซึ่งทั้ง 3 วิธีสามารถเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือผสมกันไปตามความเหมาะสมก็ได้
– ทำเลที่ตั้ง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกก่อนตั้งร้าน เนื่องจากถ้าได้ทำเลที่ดี กิจการก็จะไปได้ด้วยดี ดังนั้น ผู้ประกอบการควรหาทำเลที่เหมาะสม อยู่ในที่ชุมชน เช่น ตลาด สถานศึกษา อาคารที่พักอาศัย สำนักงาน โรงงาน ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่ไปด้วย คือ ถ้าผู้ประกอบการมีสถานที่เอง และเหมาะสมกับการเปิดร้านเช่าหนังสือ ผู้ลงทุนก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ถ้าต้องเช่าสถานที่ ผู้ลงทุนควรดูเรื่องของค่าเช่าและสัญญาเช่าว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ รวมถึงผู้ลงทุนควรหาข้อมูลด้วยว่า ในย่านนั้นมีร้านเช่าหนังสือเปิดอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ หากมีจะสามารถแข่งขันกับเขาได้อย่างไร และมีจำนวนลูกค้าเพียงพอให้เราแทรกพื้นที่ในตลาดได้อีกหรือไม่
– การส่งเสริมการขาย หรือการดึงดูดใจให้ลูกค้ามาใช้บริการ ส่วนแรกคือ การตกแต่งร้าน ผู้ประกอบการควรจัดสถานที่ให้โล่ง ไม่เบียดกันเกินไป เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และภายในร้านต้องมีแสงสว่าง สะอาด
สำหรับกิจกรรมที่ควรจัดเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายหรือจูงใจลูกค้า ได้แก่ การแจกใบปลิวแนะนำร้าน การสร้างสิ่งจูงใจให้ลูกค้ามาสมัครสมาชิก การจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี เช่น การสะสมแต้ม จัดประกวดวิจารณ์การ์ตูน ฯลฯ โดยรูปแบบของกิจกรรมขึ้นอยู่กับแนวความคิดของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะพลิกแพลงสร้างสิ่งจูงใจใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
– จุดขายอีกอย่างที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ คือ การหาหนังสือใหม่ๆ ให้ทันตามกระแสความนิยมในขณะนั้นเข้าร้าน เช่น การ์ตูนออกใหม่ การ์ตูนเล่มต่อหนังสือที่มาแรง อาทิ หนังสือที่ได้รับรางวัล หรือผู้แต่งที่เป็นดารา นวนิยายที่กำลังจะถูกสร้างเป็นละคร หนังสือเหล่านี้ต้องหาซื้อเข้ามาไว้ก่อน เพราะถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านเช่าหนังสือ ฉะนั้น ผู้ประกอบการต้องติดตามข่าวสารและทราบตารางการออกของหนังสือ
– ส่วนสภาพการแข่งขันตลาดในภาพรวม ไม่ค่อยมีการแข่งขันด้านราคามากนัก แต่สภาพการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับทำเลย่านนั้นๆ ว่ามีคู่แข่งหรือไม่ โดยมากลูกค้าจะยึดกับร้านที่ตนเองเป็นสมาชิก ยกเว้นร้านอื่นมีการบริการที่ดีกว่า จึงจะเปลี่ยนไปใช้บริการอื่น
ร้านเช่าหนังสือ (4)
การดำเนินงาน ร้านเช่าหนังสือจัดเป็นงานบริการ การผลิตจึงเน้นไปในเรื่องการจัดซื้อหนังสือเข้าร้าน การประหยัดค่าใช้จ่าย การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการจัดหาพนักงาน
การซื้อหนังสือเข้าร้าน แยกเป็น 2 กรณี คือ การซื้อหนังสือเมื่อเริ่มต้นเปิดร้านใหม่ และหนังสือใหม่ที่ซื้อหลังจากเปิดร้านแล้ว
การเลือกซื้อหนังสือเมื่อเปิดร้านใหม่ ต้องดูว่าร้านมีขนาดเท่าไร ถ้าเป็นร้านขนาดประมาณ 15 ตร.ม. ควรมีหนังสือในร้านอย่างน้อย 2,000 เล่ม ถ้าร้านขนาดกลางพื้นที่ 20 ตร.ม. ควรมีหนังสือ 3,000 เล่มเป็นอย่างน้อย เพื่อไม่ให้ร้านโล่งจนเกินไป และการเลือกประเภทหนังสือต้องดูด้วยว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร เพื่อจะได้เลือกซื้อหนังสือได้ตรงกับความต้องการ
ส่วนการซื้อเพิ่มเติมเมื่อเปิดร้านไปแล้ว ผู้ประกอบการต้องสังเกตหรือดูสถิติว่าหนังสือประเภทใดเป็นที่นิยม ก็จัดหาประเภทนั้นๆ มาเพิ่มเติม
แหล่งที่ซื้อหนังสือในกรุงเทพมหานครมีหลายที่ อาทิ ตลาดนัดสวนจตุจักร มีทั้งร้านที่รับจัดหนังสือสำหรับเปิดร้านให้เช่าบริเวณใต้ห้างน้อมจิต หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง แถวห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ฯลฯ หรือสั่งซื้อจากสำนักพิมพ์โดยตรง
ส่วนแนวทางการประหยัดค่าใช้จ่ายในร้านก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ประกอบการควรทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยลดต้นทุน เช่น การเย็บสันให้แน่นหนา เพื่อยืดอายุการใช้งานของหนังสือ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรรู้วิธีการซ่อมแซมหนังสือที่ขาดหรือชำรุดด้วย และมีการบำรุงรักษาหนังสือทุกเล่มให้มีสภาพใหม่อยู่เสมอ
นอกจากนี้ หากนำคอมพิวเตอร์มาใช้จะช่วยให้เกิดความถูกต้องรวดเร็วในการให้บริการและการคำนวณยอดเงิน นอกจากนี้ยังช่วยตรวจ เช็กสต็อกว่ามีหนังสือเล่มใดอยู่หรือถูกยืมไปแล้ว จำนวนหนังสือมีทั้งหมดเท่าใด รายชื่อ รวมถึงราคาค่าเช่า กำหนดการของการซื้อหนังสือและอื่นๆ ได้
ส่วนการจ้างพนักงาน ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน แต่ส่วนใหญ่เจ้าของร้านจะดูแลเองทั้งหมด โดยเฉพาะร้านขนาดเล็ก มีผู้ดูแลร้าน 1 คน ก็สามารถดูแลได้ทั่วถึง
ด้านการบริหาร คือ การจัดการระบบการควบคุมดูแลร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ หากผู้ประกอบการมีการจัดการที่ดีภายในร้านแล้ว จะช่วยให้ตรวจสอบได้ง่าย พนักงานจะเป็นกลไกที่สำคัญ และต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี แนะนำหนังสือต่างๆ ให้ลูกค้าได้ มีทักษะการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
การจัดระบบหนังสือในร้าน ผู้ประกอบการควรเน้นการแยกหมวดหมู่แต่ละประเภทให้ชัดเจน หาง่าย ไม่รกจนดูไม่น่าเข้าไปเลือกหา พร้อมมีป้ายบอกราคาค่าบริการของหนังสือแต่ละประเภทอย่างชัดเจน
ส่วนรูปแบบการให้บริการมี 3 รูปแบบ คือ สมัครสมาชิกแบบเสียค่าสมาชิก กับไม่เสียค่าสมาชิก และการวางเงินมัดจำ ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบต่างมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป
ส่วนวิธีตั้งหมายเลขสมาชิก ผู้ประกอบการอาจใช้ระบบตัวเลขเรียงลำดับก่อนหลังของการมาสมัคร ส่วนวิธีบันทึกการยืม-คืนหนังสือของลูกค้า ให้ใช้สมุดบันทึก เรียงลำดับก่อนหลังของหมาย เลขสมาชิกเพื่อความสะดวก
ด้านการควบคุมหนังสือเข้า-ออก ผู้ประกอบการควรทำการจดบันทึกหนังสือทั้งหมดที่มีอยู่ในร้านเหมือนการทำสต็อกสินค้า เมื่อมีการซื้อหนังสือใหม่เข้ามาหรือยืมออกไป ซึ่งการควบคุมหนังสือเข้าออกจะทำด้วยมือ หรือใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้
++++++++++++++++++
ร้านเช่าหนังสือ (5)

การลงทุน
การลงทุนในกิจการเช่าหนังสือควรเป็นเงินทุนของตนเองจะดีกว่าการกู้ยืม เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปยังค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นเปิดร้าน ถ้าเป็นร้านขนาดเล็กควรมีเงินทุนอย่างน้อย 50,000-100,000 บาท เป็นต้น โดยแบ่งแยกเป็นค่าหนังสือประมาณ 60%
ค่าสถานที่รวมค่าตกแต่ง อาทิ ค่าชั้นวางหนังสือ ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ประมาณ 30% และอื่นๆ ประมาณ 10% กันไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าบัตรสมาชิก ค่าของชำร่วยให้ลูกค้า ค่าตรายาง สมุด ปากกา ค่าอุปกรณ์เย็บเล่ม พลาสติก เป็นต้น
อนึ่ง สำหรับร้านที่มีขนาดพอสมควรและต้องการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ต้องบวกการลงทุนส่วนนี้ลงไปด้วย โดยค่าคอมพิวเตอร์จะอยู่ประมาณ 70,000-100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์และราคาของซอฟต์แวร์) ค่าใช้ จ่ายแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ค่าซอฟต์แวร์ระบบร้านเช่าหนังสือ
ทั้งนี้ สำหรับเงินทุนหมุนเวียนต่อเดือนควรมีประมาณ 15,000-30,000 บาท เพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าซื้อหนังสือในแต่ละสัปดาห์อยู่ประมาณ 2,400-8,000 บาท ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ค่าอุปกรณ์การห่อปกหนังสือ ค่าซ่อมแซมหนังสือ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ
กิจการเช่าหนังสือเป็นกิจการที่รับเงินสดทุกวัน ดังนั้น ผู้ประกอบการจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอด เจ้าของร้านต้องบริหารเงินที่ได้รับให้ดีเพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องและมิให้เกิดการรั่วไหล
ระยะเวลาคืนทุน การทำธุรกิจประเภทนี้ระยะเวลาคืนทุนของแต่ละร้านไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณการมาใช้บริการของลูกค้า ถ้ามีมากการคืนทุนจะเร็ว บางแห่งเพียง 2 เดือนก็สามารถคืนทุนได้แล้ว แต่บางร้านมีลูกค้าไม่มากการคืนทุนจะอยู่ประมาณ 1-3 ปี แต่โดยเฉลี่ยแล้วการคืนทุนจะประมาณ 1 ปี
ผลตอบแทนต่อวันขึ้นอยู่กับขนาดร้าน แต่ควรอยู่ระหว่าง 500 บาทขึ้นไป (ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ)
เงื่อนไขและข้อจำกัดที่สำคัญ
ทำเลที่ตั้งต้องหาในที่ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อและเหมาะสม ค่าเช่าสถานที่ไม่แพงเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากผู้ประกอบการเลือกผิดพลาดแล้วอาจส่งผลกระทบถึงขั้นต้องปิดกิจการ ต้องมีเวลาดูแลเอาใจใส่ร้านอย่างจริงจัง ไม่ใช่อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว และต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความอดทนด้วย

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
เน้นการบริการให้ดีต่อลูกค้า มีความเป็นกันเอง ไม่เอาเปรียบลูกค้า
ความอดทน ขยัน และมีใจรักในงานที่ทำ เพราะค่าบริการค่อนข้างถูก แต่ถ้าลูกค้ามีจำนวนมากก็ทำให้กิจการได้รับผลตอบแทนที่สูง โดยเฉพาะช่วงหลังจากการคืนทุนแล้วกำไรจะสูงมาก
การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย คือผู้ประกอบการสำรวจความต้องการของลูกค้าว่าชอบหนังสือประเภทใดแนวใดมากที่สุด แล้วจัดหนังสือตามที่ลูกค้าต้องการได้ครบถ้วน เช่น ลูกค้าจะมาเช่าหนังสือการ์ตูนผู้ชายมากกว่าการ์ตูนผู้หญิงก็ควรจัดหามาเพิ่ม และอาจลดการซื้อการ์ตูนผู้หญิงลง เป็นต้น
รวมถึงปัจจัยอื่นที่ผู้ประกอบการพึงมี เช่น การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การปรับปรุงร้านให้ทันสมัย จัดหาหนังสือเล่มใหม่ๆ และเป็นที่น่าสนใจเข้ามาไว้ในร้านอย่างสม่ำเสมอ
รู้จักวิธีการซ่อมแซมหนังสือที่ชำรุด
จัดส่งเสริมการขายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *