เมื่อเก๋ากี้ กลายมาเป็นน้ำผลไม้

เมื่อเก๋ากี้ กลายมาเป็นน้ำผลไม้

ช่วงนี้บ้านเราอากาศแปรปรวนบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน แดดจ้าอยู่เป็นพักๆ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ อากาศร้อนๆ หนาวๆ อย่างนี้ ถ้าไม่ระวังรักษาสุขภาพไม่ดี คงต้องแวะไปเยี่ยมเยียนคุณหมอกันแน่ๆ
แต่ให้ดีรักษาสุขภาพ กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะดีกว่า ฉบับนี้จึงจะพาไปหาเครื่องดื่มอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มาให้ลองชิมกัน
น้ำผลไม้โกจิ ชื่ออาจไม่คุ้นหู แต่พอเรียก เก๋ากี้ พอเริ่มคุ้นๆ พอบอกว่าเก๋ากี้นี่แหละที่อยู่ในแกงจืด ใส่ในพะโล้ หรือไก่ตุ๋นยาจีน ก็ร้องอ๋อกันทันที บ้านเรารู้จักเก๋ากี้ในเชิงสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารเสียมากกว่า เก๋ากี้ส่วนใหญ่นิยมใช้รับประทานกันในหมู่ชาวจีน ผลที่สุกแล้วจะมีสีแดงเหมือนเลือด จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ฮ่วยกี้” เป็นยาบำรุงชั้นดีในอดีต เป็นผลไม้บรรณาการที่ใช้ถวายแด่ฮ่องเต้ เก๋ากี้มีปลูกทั่วไปในประเทศจีน เก๋ากี้ที่ดีต้องมีเม็ดใหญ่ สีแดง เนื้อหนา อ่อนนิ่ม รสหวาน ในทางตำราจีนบันทึกว่ามีฤทธิ์ปานกลาง รสหวาน ให้สรรพคุณในการบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ช่วยกล่อมประสาททำให้หลับสบาย ช่วยในเรื่องไตพร่อง (ซึ่งมีอาการปวดเอว อ่อนแอ ซูบผอม หย่อนสมรรถภาพทางเพศ) ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย สายตาไม่ดี โดยเฉพาะตาบอดกลางคืน และยังเชื่อว่าสามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ด้วย

เก๋ากี้หรือผลโกจินั้นมีสารสำคัญที่พบคือ กรดอะมิโน 18 ชนิด แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่ สังกะสี,เหล็ก,ทองแดง,แคลเซียม,เจอมันเนียม, เซเรเนียม และฟอสฟอรัส มีโปรตีนมากกว่าโฮลวีต,มีแอนติอ็อกซิแดนต์คาโรตีนอยด์ อีกจำนวนมากเช่น เบต้าแคโรทีนและซีซานทีน มีวิตามิน ซี เอ และบี 2
ผลโกจิยังมีพอลิแซ็กคาไรด์ 22 ชนิด โดยมี 4 ชนิดที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นโมเลกุลหลักในร่างกาย เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันแล้วจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมและนำพาคำสั่งต่างๆ ซึ่งเซลล์ของร่างกายใช้ในการติดต่อสื่อสารถึงกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบการทำงานของทั่วร่างกายจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ขึ้น
นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยของจีนที่บ่งชี้ว่า ผลโกจิช่วยต่อต้านมะเร็งและยังสามารถหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและระดับคอเลสเตอรอล ในปี 2537 มีผลการศึกษาที่ได้รับการบันทึกลงในวารสารจีนเกี่ยวกับเนื้องอกว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีการตอบสนองในการรักษาโรคมะเร็งดีขึ้นเมื่อมีการนำผลโกจิมาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา
โดยทั่วไปจะใช้เก๋ากี้ประมาณครั้งละ6-12 กรัม ต้มรับประทานน้ำหรือทำเป็นยาเม็ดลูกกลอน หรือดองเหล้าก็ได้ หรือเอา
เก๋ากี้ต้มจนเปื่อยกรองเอากากออก ทำเป็นขนมรับประทานเป็นของว่าง หรือดื่มเก๋ากี้แทนน้ำชาก็ได้
พอมาในยุคนี้ ที่อะไรๆก็ดูจะรวดเร็วไปเสียหมด เทคโนโลยีและนวัตกรรม ใหม่ๆ เปลี่ยนเก๋ากี้ หรือผลโกจิหรือที่รู้จักในชื่อละตินอีกว่า ลีเซียม บาร์บารุ่ม (Lycium Barbarum) ให้กลายมาเป็นน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น รสชาติอร่อย ไว้เสริมสร้างและบำรุงสุขภาพ กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อยู่ในรูปน้ำผลไม้ไปเสียนั่น
แม้ว่าจะอยู่ในรูปน้ำผลไม้แต่ด้วยสูตรเฉพาะและเทคโนโลยีการผสมผสานด้วยความเย็นภายใน จะยังคงไว้ซึ่งสารอาหารครบถ้วน ภายในขวดหนึ่งลิตรบรรจุน้ำโกจิสดมากกว่า 2 ปอนด์ ผลิตตามมาตรฐานเพื่อให้โพลีซัคคาไรด์มีระดับความสมดุลสม่ำเสมอตลอดเวลาและมีคุณภาพเต็มที่ ซึ่งโมเลกุลหลักที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดีมีอายุยืนยาว
ข้างขวดแนะนำไว้ว่าให้ดื่มวันละ 30 ซีซี 1 ครั้งหรือ 15 ซีซี วันละ 2 ครั้ง โดยผสมน้ำหรือเติมน้ำแข็งตามชอบ ดื่มเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้บำรุงร่างกาย
เห็นแบบนี้แล้ว อนาคตไม่รู้ว่าจะมีน้ำอะไรแปลกๆใหม่ๆออกมาให้เลือกกันอีก แต่ถ้าให้ดีลองมองหาผลหมากรากไม้ที่เป็นสัญชาติไทยมาลองสกัดกันดูดีกว่า จะได้ไม่ต้องพามาไกลจากเมืองจีนเหมือนน้ำผลไม้โกจิจากเทือกเขาหิมาลายันโน้นแน่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *