เมื่อมีอาการโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ควรทำอย่างไร?

เมื่อมีอาการโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ควรทำอย่างไร?
• คุณภาพชีวิต
แนะ!! นอนพัก-เริ่มกิจกรรมเบาๆ -บริหารกล้ามเนื้อเป็นประจำช่วยได้

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท สามารถรักษาให้หายขาดได้

1.โดยมากมักจะแนะนำให้นอนพักเฉยๆ ประมาณ 2 – 3 วันเพื่อให้ลดอาการอักเสบหรืออาการระคายเคืองของเส้นประสาทที่โดนกดทับ และไม่ให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากขึ้น หลังจากนั้นจะค่อยๆ ให้เริ่มทำกิจกรรมเบาๆ ใน 4 – 6 สัปดาห์ต่อมา

2.ให้รับประทานยาแก้ปวด ประเภท NSAID และยาคลายกล้ามเนื้อ

3.ให้ทำกายภาพบำบัด การดึงหรือยืดกล้ามเนื้อหลัง จะทำให้กล้ามเนื้อหลังไม่เกร็งตัว เพื่อบรรเทาอาการปวด ผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ควรจะฝึกบริหารกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง ช่วยในการพยุงกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูกไม่ให้เสื่อมหรือปลิ้นมากขึ้น

4.การฉีดยาประเภทสเตียรอยด์ผสมยาชาเข้าไปข้างๆ ชั้นเยื่อหุ้มกระดูกสันหลัง เพื่อลดอาการปวด และอาการอักเสบของเส้นประสาท การบรรเทาอาการปวดด้วยการฉีดยานี้ เป็นทางเลือกกรณีที่การพักและการรับประทานยาไม่ได้ผล ช่วยให้อาการดีขึ้นได้เป็นเวลานาน และไม่ต้องพึ่งยาตลอด

5.การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ในปัจจุบันมีการผ่าตัดรักษาหลายวิธี โดยแต่ละวิธีต่างมุ่งหวังให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว เจ็บตัวน้อยที่สุด และที่สำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ของร่างกายมากเกินจำเป็น เช่น การผ่าตัดรักษาผ่านกล้อง Endoscope, Microscope, Nucleoplasty เป็นต้น

ข้อแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการตรวจและการปฏิบัติตัวขณะการตรวจด้วยเครื่อง MRI

1.กรณีผู้ป่วยที่ให้ความร่วมมือ ไม่ต้องงดน้ำ และอาหารก่อนการตรวจ

2.กรณีผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งต้องให้ยานอนหลับ หรือยาสลบ ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมงก่อนการตรวจ

3.ควรงดหรือล้างเครื่องแต่งหน้าบางชนิดก่อนการตรวจ เช่น มาสคาร่า อายแชโดว์ เพราะอาจมีส่วนผสมของโลหะที่ทำให้เกิดเป็นสิ่งแปลกปลอมในภาพได้

4.ระหว่างการตรวจ ผู้ป่วยต้องไม่ขยับ หรือเคลื่อนไหวส่วนที่ตรวจ เพื่อจะได้ภาพที่ชัดเจน

5.ขณะตรวจมีเสียงดังจากเครื่องเป็นระยะๆ แต่จะมีฟองน้ำอุดหู เพื่อช่วยในการลดเสียง

6.ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจขึ้นอยู่กับอวัยวะที่จะตรวจ

ผู้ป่วยที่ห้ามเข้าตรวจด้วยเครื่อง MRI

-ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยกระตุ้นหัวใจ (Cardiac pacemaker)

-ผู้ป่วยที่มีโลหะอยู่ในร่างกายและอยู่ใกล้อวัยวะที่สำคัญ

-ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่ Metallic clip

-ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่เหล็ก (บางตำแหน่ง)

-ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เช่น Cochlear implant

สิ่งของที่ห้ามนำเข้าห้องตรวจด้วยเครื่อง MRI

-สิ่งของที่เป็นโลหะทุกชนิด เช่น กรรไกร คลิป ที่หนีบผม เป็นต้น

-บัตรเครดิต, บัตรเอทีเอ็ม

-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

-นาฬิกา เครื่องประดับ

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *