เมื่อคิดว่าโลกหันหลังให้

เมื่อคิดว่าโลกหันหลังให้
เรื่อง ฐิตินาถ ณ พัทลุง
thelifecompass@yahoo.com

สวัสดีครับ พี่ฐิตินาถ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งจะได้อ่าน”เข็มทิศชีวิต”ของพี่วันนี้ ในวันที่ผมร้องไห้กับความทุกข์ของ ตัวเอง แต่ผมอยากจะบอกพี่ว่า ข้อความจากหนังสือของพี่ มันได้กลายมาเป็นสิ่งที่เตือนใจให้ผมได้กลับมานั่งดูใจของตัวเองในวันนี้ วันที่เหมือนโลกทั้งโลกหันหลังให้เรา คนที่เรารัก สร้างชีวิต ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจากไป งานที่เราสร้าง รักตั้งใจ ภูมิใจ พังทลาย เพื่อนที่เคยตายแทนกันได้กลับแทงเราข้างหลัง
ผมพยายามรู้ทันใจตามที่พี่แนะนำ แต่ผมมีข้อสงสัยอยากขอคำแนะนำ เพื่อจะได้จัดการกับเรื่องที่ผ่านเข้ามาอย่างมีสติ
1. ผมสังเกตว่าบางครั้งเวลาที่เราคิด แค้น เจ็บปวด พอเรารู้ว่าเรากำลังรู้สึกแบบนั้นมันเหมือนความทุกข์มันหายไป มันเป็นการเก็บกดความรู้สึกกลับเข้าไปข้างในหรือเปล่าครับ
2. เวลาที่เราคิดถึงคนที่เรารัก มันจะคิดเสียใจแทบทุกนาที พอดูไปเพียงครู่เดียว เดี๋ยวความคิดก็กลับมาใหม่อีก เหมือนเราเป็นคนบ้า
3. จากที่เคยมั่นใจ กลายเป็นรู้สึกกลัว ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ในเรื่องงาน มันกลัวผิดพลาดไปหมด เราจะรู้ได้ยังไงว่า ความกลัวไม่แน่ใจอันนี้ถูกต้องแล้ว หรือควรตั้งใจสู้กับมันเต็มที่
4. ผมอยากอ่านหรือฟังธรรมะที่สอนเรื่องการรู้ทันใจตัวเอง แบบในเข็มทิศชีวิต ไม่อยากอ่านทฤษฎีหนักๆ เพราะตอนนี้จิตใจผมยังไม่พร้อม พี่มีหนังสือหรือ Website ธรรมะดีๆ แนะนำไหมครับ ผมไม่มีเวลาไปฝึกหลายๆ วัน พี่ฐิตินาถไปเรียนที่ไหน ที่ไม่ต้องไปค้างบ้างครับ
สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณพี่อย่างมากที่ในวันนี้หนังสือของพี่เป็นเครื่องช่วยให้ผมหยุดร้องไห้ รอวันที่โลกเป็นมิตรกับผมอีกที

สวัสดีค่ะ
จะรู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ยคะ ถ้าจะบอกว่าวันนี้มีจดหมายใน Mail Box อีกนับพันฉบับที่โลกหันหลังให้ และกำลังร้องไห้กับความทุกข์ของตัวเอง
ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกค่ะ ที่ความทุกข์ไล่ตามขย้ำจนเจียนตาย อันที่จริงพวกเราทุกคนโดนความทุกข์วิ่งไล่ขย้ำอยู่ทุกวัน เพียงแค่ช่วงไหนเบาบาง ห่างไปหน่อย เราก็รู้สึกมีความสุขอยู่สักครู่หนึ่ง
คุณยังโชคดีที่เมื่อเจอความทุกข์แล้วหาทางออกถูกทาง ทางเลือกที่จะหนีความทุกข์ชั่วคราวมีมากมาย แต่ทางรอดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมีทางเดียว คือขจัดความทุกข์ที่ต้นเหตุ ต้นเหตุของความทุกข์มีนิดเดียว คือความเห็นผิด ยึดถือว่าร่างกายจิตใจนี้เป็นตัวเรา อยากให้ตัวนี้มีความสุข ก็ดิ้นรนพยายามทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้ตัวนี้ต้องกระทบกระเทือน เมื่อคนคนหนึ่งทดลองมาศึกษาเฝ้าสังเกตร่างกายและจิตใจตัวเอง จะพบความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจิตใจทำงานเองตลอดเวลา ไม่อยากคิดก็คิด ไหลไป ไหลมา ทุกเสี้ยววินาที ไม่ใช่อะไรที่บังคับได้เลย
ในขั้นต้นก็จะเริ่มเห็นว่าทุกความรู้สึกมีแล้วก็หายไป เป็นของชั่วคราว ความยึดถือในความรู้สึกก็จะเบาบางลง ทุกข์น้อยลงเหมือนที่คุณได้เห็น
ถ้าคุณรู้สึกกลัว ไม่มั่นใจ ก็รู้ทันมัน เหมือนที่รู้ความรู้สึกอื่น ความกลัวจะหายไปเป็นขณะๆ ใจจะค่อยๆ มั่นคงเป็นกลาง เอาไปใช้แก้ปัญหาทุกอย่างได้
อันที่จริง ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ทางแก้รวมลงทีเดียว คือคอยรู้ทันใจตัวเองทีละขณะๆ เราจะเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยสติและปัญญา ไม่ใช่ด้วยกิเลสที่จะสร้างปัญหามากขึ้น
หนังสือที่สอนเรื่องการรู้ทันใจ ส่วนใหญ่พิมพ์แจกกันในหมู่เล็กๆ ลองดูหนังสือ “วิถีแห่งความรู้แจ้ง” โดยพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช จัดพิมพ์และจำหน่ายเพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ให้คนทั่วไป โดยสำนักพิมพ์พรีมา พับลิชชิ่ง (โทร. (02) 717-5111) หรือถ้าสะดวกลองไปดูที่ www.geocities.com/tanarlp หรือ www.wimutti.net
วันนี้ 9 ปีผ่านไป ดิฉันยังรู้สึกเสมอว่า วันที่เราคิดว่าเป็นวันที่โลกเหยียบเราจมดิน แท้ที่จริงกลับเป็นวันเริ่มต้นของสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตต่างหาก
ความสุข สงบ ศานติ รุ่งเรือง อยู่ตรงหน้าเราทุกคน รอให้เราเข้าไปสัมผัสถึงรอยยิ้มของโลก รอคุณอยู่มุมใดมุมหนึ่งเสมอ เอาใจช่วยค่ะ
จาก หนังสือIMAGE เดือน มิถุนายน 2549

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *