เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก ดีไซน์เพื่อวันพรุ่งนี้

เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก ดีไซน์เพื่อวันพรุ่งนี้

ธนภัทร คงศรีเจริญ donnytk@gmail.com
เกาะตามติดเทรนด์เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก หรือ “อีโค เฟรนด์ลี่” ยังคงร้อนแรง ด้วยวัสดุธรรมชาติและสีสันเอิร์ธโทน เป็นเทรนด์นำดีไซเนอร์พอศอนี้
การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเรา ยังคงอิงความร้อนแรงของกระแสโลกร้อน หรือ Global Warming เฟอร์นิเจอร์วัสดุธรรมชาติเกือบทั้งหมด เช่น ไม้ หวาย หรือหนัง มีสีสันในแนวเอิร์ธโทน เช่น สีน้ำตาล หรือโชว์เนื้อไม้โดยไม่ได้ทาสี ยังคงได้รับความนิยมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
และเป็นเทรนด์ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการ โดยมีออร์เดอร์เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
เฟอร์นิเจอร์ G Living by Gateway Art ซึ่งทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แนวธรรมชาติ เป็นอีกแบรนด์ที่ต่อยอดจากธุรกิจเดิมสู่ความต้องการในอนาคตได้เป็นอย่างดี
สำหรับการผลิตสินค้าประเภทดอกไม้หอมให้กับ Mark & Spensor ซึ่งในกระบวนการผลิตจะเหลือกิ่งจากต้นไม้งาเอาไว้ แนวคิดนำวัสดุส่วนที่เหลือมาผลิตและเติมดีไซน์เข้าไป ด้วยการนำกิ่งมาผูกมัดรวมกันตามด้วยทาสีขาว และดำ เพื่อใช้งานเป็นขาโต๊ะโดยใช้กระจกใสเป็นท็อป
เท่านี้ก็ถูกใจตลาดต่างชาติเป็นอย่างมาก ทำให้ถึงวันนี้ออร์เดอร์ทั้งหมดมาหลั่งไหลมาจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
อีกลูกเล่นที่ดีไซเนอร์ได้เพิ่มสินค้าชิ้นใหม่ๆ เข้าไป เช่น โต๊ะไม้มะม่วง ที่แกะไม้มะม่วงแต่ละชิ้นให้เป็นช่องและนำมาประกบกันเป็นตัวโต๊ะที่มีช่องรอบตัวโต๊ะ ให้ความรู้สึกเหมือนถ้ำ
ยังมีเก้าอี้ Mossy Chair ผลิตจากผ้าและด้านบนใช้ผ้าสีสันต่างๆ เย็บเป็นก้อนขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างประดับไว้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากมอสในป่า โดยตั้งชื่อคอนเซปต์เฟอร์นิเจอร์ของร้านว่า Forest Set
เช่นเดียวกับแบรนด์ในประเทศไทย แต่ดีไซเนอร์และเจ้าของเป็นต่างชาติที่มาพร้อมกับ แบรนด์ Ango (แองโก) ‘แองกัส ฮัทชิสัน’ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตลาดยุโรปตอบรับเฟอร์นิเจอร์แนวอีโคเฟรนด์ลี่ (Eco Friendly) เป็นอย่างดี สำหรับสินค้าหลักของแบรนด์แองโกวันนี้ทั้งประเภทโคมไฟและเก้าอี้ก็รับผลพลอยได้จากเทรนด์รักษ์โลกนี้ไปด้วย เพราะวัสดุที่เราใช้เป็นส่วนใหญ่จะมาจากธรรมชาติ เช่น หวาย รังไหม เป็นต้น
ซึ่งล่าสุดได้พัฒนาโคมไฟคอลเลคชั่นในชื่อ Growth Series แบ่งออกเป็น N Growth,C Growth และ H Growth ซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเมล็ดพันธุ์ที่เริ่มแตกหน่อทะลุพื้นแผ่นดินขึ้นมาเป็นต้นไม้ใหญ่ และ โคมไฟ Cactus 1 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นแคคตัสหรือกระบองเพชร และเป็นโคมไฟชิ้นแรงที่ใช้แป้งเปียกในการผลิต
นอกจากนั้น ยังมีเก้าอี้ที่ออกแบบโดยใช้โครงเหล็กเหมือนกันทุกตัว แต่ใช้วัสดุรองนั่งแตกต่างกัน เช่น พันด้วยลวดสเตนเลส พันด้วยลวดทองแดง และตัวสุดท้ายใช้กระดาษปั่นละเอียด แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางเป็นโครงเหล็กสำหรับรองนั่ง ซึ่งดีไซเนอร์ออกตัวว่า แข็งแรงทนทาน และใช้งานได้จริง
ย้อนกลับมาถึงแบรนด์พี่ไทย ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน เรียกว่าเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ออกมาพูดเรื่อง Eco Friendly ก็ว่าได้ นั่นคือ Osisu (โอซิซุ)
หากแต่สีสันของโอซิซุ ไม่ได้เป็นเอิร์ธโทนอย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่กลับมีสีสันจัดจ้าน สดใส สะดุดตา
‘ดร.สิงห์ อินทรชูโต’ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ บอกว่า สีสันที่ใช้ในการพ่นเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์จะพ่วงไปกับการพ่นสีของเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เพื่อประหยัดและลดการใช้สี
‘การเป็นอีโคเฟรนด์ลี่ จึงไม่ได้อยู่ที่สี แต่อยู่ที่วิธีการใช้สี เฟอร์นิเจอร์ของผมจึงไม่มีสีตามเทรนด์ แต่เป็นสีที่เหลือจากที่ผู้ผลิตใช้’
ซึ่งล่าสุด ดร.สิงห์ ได้เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ เช่น Spider, Star fish และ Muffin เป็นต้น
‘ตอนนี้คิดงานออกมาตลอด คิดทุกวัน ซึ่งเป็นการคิดงานจากวัสดุรีไซเคิล ที่บริษัทต่างๆ เหลือใช้ และขอให้ผมคิดต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์ อย่างเช่น สไปเดอร์ เก้าอี้ที่มีรูปลักษณ์คล้ายแมงมุม เป็นการคิดงานจากกันชนรถ ที่บริษัทผลิตรถถังขอให้ช่วย ซึ่งเมื่อคิดให้แล้วก็ต้องทำตลาดให้ด้วยเพราะบริษัทของเขาผลิตแต่รถถังไม่รู้จะขายเก้าอี้อย่างไร’
หรือเก้าอี้ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างไส้ปากกา ซึ่งจะเสื่อมภายใน 2 ปี ดร.สิงห์จึงนำไส้ปากกามาพัฒนาต่อเป็นเก้าอี้รูปทรงปลาดาว แต่ยังไม่แน่ใจว่าสามารถผลิตออกมาได้จริง เพราะราคาไส้ปากกาตกประมาณ 4 แท่ง 1 บาท ซึ่งหากจะทำเป็นเก้าอี้ได้จริงแล้ว สนนราคาที่หลักหมื่นบาท
เก้าอี้ Muffin ซึ่งผลิตจากขี้โฟมสีสันสดใส เป็นอีกผลงานที่ ดร.สิงห์ ใช้ขี้โฟมที่เหลือทิ้งจากโรงงานต่างๆ เมื่อนำล่อรวมกันหลายๆ สี หลายๆ ชั้น จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นขนม
‘ผมคิดงานใหม่ทุกวัน ตอนนี้มีบริษัทต่างๆ ที่มีวัสดุเหลือใช้นำมาให้คิดเป็นเฟอร์นิเจอร์เยอะมากขึ้น จากเดิมที่เมื่อก่อนต้องเดินไปหาเอง’
นั่นเป็นการสะท้อนว่า การบริโภคของคนนี้เองที่เป็นตัวสร้างขยะ เช่นการดื่มกาแฟสดก็ทำให้เกิดขยะถุงฟอยล์จำนวนมาก ซึ่งบริษัทกาแฟก็นำมาให้บริษัทเองแบบ พัฒนาเป็นกระเป๋าถือผู้หญิงสีเมเทอลิค ซึ่งแนวโน้มจะมีกระเป๋าต่างๆ ออกมาหลากหลาย ตามจำนวนขยะพลาสติกที่เข้ามาให้บริษัทออกแบบให้
กรณีของโรงงานผลิตกระดุมที่ส่งพลาสติกที่เหลือจากการทำกระดุมมาให้ ซึ่งวัสดุตัวนี้เป็นพลาสติกที่ไม่สามารถนำไปหลอมใช้งานได้อีก ดร.สิงห์และบริษัทผู้ผลิต จึงร่วมกันคิดค้นนำมาพัฒนาต่อเป็นแผ่นท็อปสำหรับทำเคาน์เตอร์ หรือโต๊ะ เป็นต้น
กระแสโลกร้อน ยังเป็นตัวกำหนดเทรนด์เฟอร์นิเจอร์ทั่วโลก รวมถึงในไทย โอกาสของผู้ผลิตจึงอยู่ที่การผสมผสานงานดีไซน์ให้ลงตัวกับแนวคิดด้านสิ่งแวด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *