เพ้อ-เหงา-เศร้า-ซึม สัญญาณเสี่ยงฆ่าตัวตาย

เพ้อ-เหงา-เศร้า-ซึม สัญญาณเสี่ยงฆ่าตัวตาย
• คุณภาพชีวิต
รับฟัง เข้าใจ เอาใจใส่ ช่วยได้

เสี่ยเครียดหนี้สินท่วมรมควันฆ่าลูกเมีย, สาวมะกันโดดตึกชั้น9 ดับสยอง ,สาวยุ่นซดเหล้าเมาโดดตึกฆ่าตัวตาย ,นักศึกษาแพทย์ภูฏาน โดดตึกย่านรางน้ำดับ สาวใหญ่โดดตึกหนีหนี้,หนุ่มใหญ่โดดตึกดับเงินบัญชีหายนับล้าน ฯ !!!

ข้างต้นคือพาดหัวตัวโตของ หนังสือพิมพ์หลายฉบับในรอบเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับเหตุ”อัตวินิบาตกรรม” ที่เกิดในสังคมยุคข้าวยาก-หมากแพง ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงสภาพสังคมที่ไม่ปกติ กระทั่งผู้คนส่วนหนึ่งเลือก “ความตาย” เป็นคำตอบสุดท้ายในการยุติปัญหา

จากข้อมูลของ “องค์การอนามัยโลก” ระบุว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายปีละประมาณ 1 ล้านคน หรือวันละ 2,739 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 114 คนหรือนาทีละ 2 คน

องค์การอนามัยโลก ยังคาดการณ์ว่าจากสารพันปัญหาที่รุมเร้าโลกใบนี้ ภายในในปี ค.ศ.2020จะมีผู้คนเลือกที่จะ “ฆ่าตัวตาย” สูงถึง 1.5 ล้านคน โดยประเทศที่มียอดคนฆ่าตัวตายสูงสุดคือประเทศในแถบยุโรปตะวันออกและอเมริกา

สำหรับการฆ่าตัวตายในประเทศไทย กระทรวงสาธารณะสุข (สธ.) ระบุว่า สยามเมืองยิ้มมีสถิติการฆ่าตัวตาย อยู่ในอันดับ 71 ของโลก โดยในปี 2551 ศูนย์สารสนเทศ กองแผนงาน กรมสุขภาพจิต ได้รวบรวมจำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จจากใบมรณบัตรของกระทรวงมหาดไทย ช่วงม.ค.-ธ.ค.2550 พบว่า ประชาชนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 3,458 คน คิดเป็นอัตรา 5.48 ต่อประชากรแสนคน จำนวนนี้เป็นชาย 2,703 คน หญิง 755 คนโดยจังหวัดที่ฆ่าตัวตายสำเร็จเกินกว่า 100 คน มีหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ 227 คน กรุงเทพฯ 122 คน เชียงราย 132 คน ชลบุรี 120 คน นครราชสีมา 113 คน ส่วนที่มีตัวเลขสูง เช่น นครศรีธรรมราช 90 คน อุดรธานี 84 คน นครสวรรค์ 80 คน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ สธ. วิเคราะห์ว่า กลุ่มที่ฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าร้อยละ 90 ได้แก่ ผู้เจ็บป่วยทางจิต โดยเฉพาะ “โรคซึมเศร้า” และ “การติดเหล้า” หรือ “สารเสพติด” พบมากถึงร้อยละละ 35 และ 50″สาเหตุที่เหล้าหรือการใช้สารเสพติดเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายนั้น เนื่องมาจากการดื่มเหล้าหรือใช้สารเสพติดจะทำให้ความยับยั่งชั่งใจลดลง ในผู้ที่มีความคิดจะฆ่าตัวตายอยู่แล้ว หากมีการใช้สารเหล่านี้ ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากไปอีก”เป็นคำอธิบายถึงภาวะการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวพันกับเหล้าและสารเสพติดของ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต จากการศึกษาความสัมพันธ์การติดสุรากับการฆ่าตัวตายของหลายๆ ประเทศ พบว่าอัตราการเสี่ยงที่ผู้ติดสุราจะฆ่าตัวตายมีถึง 7 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าคนที่ไม่ดื่มสุราถึง 7 เท่าตัว โดยเฉพาะผู้ติดสุราชายที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว จะพบพฤติกรรมฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ไม่ติดสุรา 5.5 เท่าตัว

อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายว่าสำหรับสาเหตุทางสุขภาพจิต ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายคือ โรคซึมเศร้า องค์การอนามัยโลกคาดว่าภายในปี 2563 โรคซึมเศร้าจะก่อให้เกิดความสูญเสียสำคัญเป็นลำดับ 2 สำหรับประเทศไทย กรมสุขภาพจิต สำรวจอัตราความชุกของโรคซึมเศร้าชนิดต่างๆ ทั้งซึมเศร้าชนิดรุนแรง ซึมเศร้าเรื้อรัง และความผิดปกติทางอารมณ์แบบมีอาการทางจิตพบว่า มีอัตราความชุกประมาณร้อยละ 4.76 ของประชากรหรือประมาณ 3 ล้านคน”ทั้งนี้จากปี 2547-2549 จากจำนวนผู้ป่วย โรคซึมเศร้าประมาณ 3 ล้านคน มีผู้มารับการรักษาพยาบาลเพียง 116,847 คน เท่านั้น เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และไม่คิดว่าอาการซึมเศร้าเป็นการเจ็บป่วยทางจิตอย่างหนึ่ง ซึ่งอันตรายมาก”นพ.ม.ล.สมชาย ระบุ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต วิเคราะห์ว่า อัตราการฆ่าตัวตาย เป็นตัวชี้วัดทางสังคมอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าถึงสภาพความไม่ปกติสุขของสังคม และปัญหาการฆ่าตัวตายกลับเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความใส่ใจอย่างจริงจัง แตกต่างจากกรณีของไข้หวัดนกที่มีผู้เสียชีวิตไม่กี่ราย แต่มีการจัดสรรงบประมาณให้จำนวนมากเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา และเหตุที่การกระทำอัตวินิบาตรกรรมไม่ได้รับความสำคัญมากนัก เนื่องด้วยถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ทั้งๆ ที่ผู้ฆ่าตัวตายจำนวนมากนั้นยังไม่สมควรตาย

“เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่หลายพันคนต่อปีเสียชีวิตไปอย่างเงียบๆ ทั้งที่การฆ่าตัวตายส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ คนเหล่านี้ไม่สมควรที่จะตายก่อนวัยอันควร กลุ่มคนที่พยายามฆ่าตัวตายแล้วไม่สำเร็จ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก ที่เขาจะหาวิธีฆ่าตัวตายซ้ำอีกยิ่งหากเป็นโรคซึมเศร้าความรู้สึกอยากตายจะวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีก” นพ.ม.ล.สมชาย ระบุสำหรับวิธีเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่สิ้นหวังและมีแนวโน้มกระทำ “อัตวินิบาตกรรม”ตนเอง อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สัญญาณอันตรายของโรคซึมเศร้าและการพยายามฆ่าตัวตายนั้น คนที่คิดฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ มักมีอาการหรือคำพูดที่บ่งบอกอะไรบางอย่าง การสังเกตว่าคนใกล้ชิด มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งของโรคซึมเศร้าที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้หรือไม่ มี 13 ข้อคือ1.เปลี่ยนแปลงเรื่องกินอาหารและนอนอย่างเห็นได้ชัด อดอาหาร นอนไม่หลับตลอดคืน ฯลฯ 2.มีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว ทำลายของหรือทำร้ายคนอื่นและตัวเอง อย่างไม่มีสาเหตุหรือเหตุผล 3.เก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวเหมือนเคย 4.หนีจากบ้าน 5.เบื่อหน่าย ไม่มีสมาธิ 6.อาจหันมาดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติด 7.เริ่มไม่ยอมเรียนหรือไม่ยอมทำงานที่ได้รับมอบหมาย หรือทำอย่างลวกๆ ให้เสร็จๆ ไปโดยไม่มีเหตุผลอันควร 8.ไม่ใส่ใจการแต่งตัวหรือหน้าตาเหมือนก่อน9.มีบุคลิกเปลี่ยนจากเดิมไปมาก 10.บ่นถึงอาการเจ็บป่วย ที่ไม่ได้ป่วยจริง 11.มักพูดถึงหรือใส่ใจกับเรื่องความตายบ่อยๆ เริ่มมอบของที่ตนเองรักเป็นพิเศษหรือชอบสะสมไว้แก่คนอื่นๆ โดยไม่มีเหตุผลอันใด 12.มักพูดถึงหรือบ่นอยากฆ่าตัวตาย หรือบางครั้งทำเป็นพูดเล่น หรือทำเป็นวางแผนว่าจะฆ่าตัวตาย ให้คนใกล้ชิดฟัง และ 13.ขู่หรือพยายามทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย

” สำหรับผู้ที่กำลังสิ้นหวังถ้าเราค้นหาเขาพบ นำมารักษาด้วยยา เฝ้าระวังจะช่วยได้ หากเราเห็นคนมีพฤติกรรมแตกต่างจากเดิม ไม่กินไม่นอน บ่นแต่อยากตาย จัดการมรดกทรัพย์สินพูดจาเชิงสั่งเสีย นั่นเป็นการส่งสัญญาณขอรับความช่วยเหลือ ขอให้ผู้พบเห็นอย่านิ่งนอนใจ” นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวปิดท้าย

จากข้อมูลของ”สมาคมสะมาริตันส์” สมาคมที่ให้บริการเป็นเพื่อนพูดคุยทางโทรศัพท์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยมีอาสาสมัครมาจากหลากหลายอาชีพ ผลัด เปลี่ยนกันมาทำหน้าที่รับฟังปัญหาสำหรับผู้ที่อยากระบายความทุกข์ในใจเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายระบุว่า… สิ่งที่ผู้สิ้นหวังที่กำลังสิ้นหวังคือ “ให้เวลาฟังเขาพูด” เนื่อด้วยผู้ที่คิดฆ่าตัวตายอยากมีใครสักคนที่จะให้ความรู้สึกปลอดภัยกับเขา ในขณะที่เขาระบายความรู้สึกกลัว กังวล อึดอัดใจ

สำหรับ”สิ่งที่ควรจดจำในการช่วยเหลือผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย”คือต้องทราบว่า ผู้คิดฆ่าตัวตายต้องการ “ผู้รับฟัง”ใครสักคนที่ให้เวลา ตั้งใจฟังเขาระบาย ไม่ตัดสินหรือแนะนำสั่งสอน , “ผู้ที่ไว้ใจได้” ผู้นั้นต้องไม่แสดงการดูถูกดูแคลนเขา ไม่พยายามแสดงตนเป็นผู้นำ “ผู้ที่มีความเอื้ออาทร” มีการแสดงออกที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ยอมรับและเคารพในความเป็นตัวเขาสำหรับสิ่งที่ “ผู้คิดฆ่าตัวตาย” ไม่ต้องการคือ “ถูกทอดทิ้ง” เพราะเขาจะรู้สึกว่าปัญหาหนักขึ้นหลายเท่า , “ถูกแนะนำสั่งสอน” การสั่งสอนไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ผู้คิดฆ่าตัวตายไม่ควรต้องรับฟังคำประเมิน วิจารณ์ เปรียบเทียบ หรือตัดสิน , “ถูกซักไซ้ไล่เลียง” คนคิดสั้นไม่ต้องการตอบคำถามหรือถูกซักแบบจำเลย แค่การพูดถึงความรู้สึกขณะนั้นก็ลำบากเพียงพอแล้ว

เมื่อจิตใจได้ระบายปัญหา ความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย จะเบาบางลง และถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งของคนรอบข้างที่จะพาผู้สิ้นหวัง เข้ารับการเยียวยาด้านจิตใจเป็นการด่วน

ความตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา หากแต่เป็นการเพิ่มความทุกข์ทับถมทวีให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ในภาวะข้าวยาก-หมากแพง

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *