เพิ่มสมาธิเด็ก ด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่ง

เพิ่มสมาธิเด็ก ด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่ง
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
ช่วยให้ประสิทธิภาพในการหมุนเวียนโลหิต และออกซิเจนดีขึ้น
หลายคนคงสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่นักฟุตบอลในลีกดังๆ แถบยุโรปลงสนาม บรรดากุนซือที่คุมเกมอยู่รอบนอกเกือบร้อยทั้งร้อย จะมีกิจอย่างหนึ่งที่ทำกันเป็นประจำ นั่นคือการเคี้ยวหมากฝรั่ง เดิมที่เราเข้าใจกันว่าการได้เคี้ยวอะไรบางอย่างควบคู่ไปกับการทำงานอีกอย่างหนึ่ง จะช่วยให้การทำงานเหล่านั้นไหลลื่นขึ้น แต่เวลานี้มีสรรพคุณอีกประการหนึ่งของหมากฝรั่งที่ฟังดูน่าสนใจ นั่นคือมันสามารถมันสามารถเสริมสร้างสมาธิให้แก่เด็กๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นเอง
สถานการณ์การขาดสมาธิของเด็กไทยในปัจจุบันถือว่ามีความรุนแรงไม่น้อย แต่ยังดีกว่าเยาวชนในอีกหลายๆ ประเทศในเอเชีย ซึ่งผลการศึกษาดัชนีสมาธิของเยาวชนโดย Wrigley Youth Concentration Index ล่าสุดยืนยันว่าเด็กไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจสูงกว่าเด็กจากประเทศอื่นในเอเชีย ซึ่งประสบปัญหาการขาดสมาธิมาก จนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพ
ดัชนีดังกล่าวจัดทำเพื่อศึกษาว่าเยาวชนอายุระหว่าง 15-22 ปี มีสมาธิมากเพียงไรในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เรียน เล่นกีฬา ทำกิจกรรมยามว่าง สังสรรค์ และใช้เวลากับครอบครัว รวมทั้งศึกษาว่าระดับสมาธิมีผลอย่างไรต่อการพัฒนาของเยาวชน ซึ่งในส่วนของเด็กไทย พบว่ากว่าร้อยละ 67 ขาดสมาธิในการเรียน โดยเห็นว่าการตั้งใจเรียนเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ ขณะที่เยาวชนไทยเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่สามารถเรียนได้อย่างมีสมาธิจนครบคาบเรียน
ความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมากมายพอสมควร โดยมีการค้นหาวิธีที่จะทำให้เด็กๆ กลับมามีสมาธิได้อีกครั้ง ซึ่งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายชิ้นก็บ่งชี้ได้ตรงกันว่า “การเคี้ยว” เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนโลหิต และออกซิเจนสู่สมองได้ถึงร้อยละ 46.3 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เห็นว่าน่าจะช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นได้
หมากฝรั่งเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับการเคี้ยว โดยในอเมริกามีการศึกษาพบว่าเด็กที่เคี้ยวหมากฝรั่งเรียนได้ดีกว่าเด็กปกติ และครูชาวอเมริกัน ก็มีการแจกหมากฝรั่งให้เด็กเพิ่มสมาธิก่อนเข้าห้องสอบกันมาระยะหนึ่งแล้ว
ดร. แอนดี้ สมิธ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิต มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟ ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า นอกจากพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การออกกำลัง นวดศีรษะและตา รวมทั้งการเคี่ยวหมากฝรั่ง เป็นวิธีการเพิ่มสมาธิและความมั่นใจในตัวเองได้ดีและเร็วที่สุดทางหนึ่ง เขายังกล่าวอ้างถึงผลการศึกษาในอเมริกา ที่แจกหมากฝรั่งให้นักเรียนเคี้ยวเพื่อเพิ่มสมาธิ ว่าผลคะแนนสอบของเด็กที่ได้เคี้ยวหมากฝรั่งสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เคี้ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 90 ต่อ 60 โดยเด็กๆ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “การทำข้อสอบมันง่ายดายพอๆ กับการแกะห่อหมากฝรั่งใส่ปากเลยทีเดียว”
ด้านศาสตราจารย์เอ็ดเวอร์ แม็คลัฟลิน ได้ทำการเปิดเผยผลสำรวจนี้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี นักการตลาดและนักวิชาการ ของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจไปตามๆ กัน และแม้ว่าผลการสำรวจนี้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน แต่ก็ก่อให้เกิดการเล่าต่อๆ กันไปมากมาย และคาดว่าในอนาคตไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่นิยมการเคี้ยวหมากฝรั่ง แต่ผู้ใหญ่คนทำงานก็จะนำการเคี้ยวหมากฝรั่งมาใช้ควบคู่ขณะที่ทำงานโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันจะช่วยให้มีสมาธิและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น
ใครที่สมาธิเตลิดหายไปนานๆ ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ก็ลองหาหมากฝรั่งมาเคี้ยวดูบ้างก็ได้ บางทีอาจช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นได้บ้าง…แต่อย่าลืมว่าหลังการเคี้ยวต้องแปรงฟันด้วยทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นอาจได้โรคฟันผุเป็นของแถมพ่วงท้ายมาอีกทอดหนึ่งก็เป็นได้

เรียบเรียง : Team Content www.thaihealth.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *