เพิกถอนที่ดิน น.ส.3 ก

เพิกถอนที่ดิน น.ส. 3 ก

เมื่อวานนี้ ได้มีสมาชิกจากจังหวัดกระบี่เข้ามาที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ เพื่อขอปรึกษาปัญหากรณีที่ดินที่ตนเองครอบครองและทำประโยชน์อยู่ตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่าและมีเอกสารการครอบครองและทำประโยชน์เป็น น.ส.2 หรือใบจอง

ต่อมาได้มีประกาศจากทางจังหวัดว่า ที่ดินของสมาชิกซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก และทางราชการได้ และทางจังหวัดได้ออก น.ส.3 ก ไว้เพื่อแสดงกรรมสิทธิครอบครองที่ดินให้แก่สมาชิกไว้ถูกต้องแล้ว

ต่อมา ทางราชการได้มีประกาศว่าที่ดินตำบลคลองยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ การออก น.ส.3 ก จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายจึงมีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก ที่ออกให้แก่ชาวบ้านตำบลคลองยาทั้งหมดซึ่งรวมทั้งที่ดินของสมาชิกด้วย สมาชิกท่านนี้จึงเข้ามาขอคำปรึกษาว่าการเพิกถอนที่ดินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จากกรณีของสมาชิกท่านนี้ ในการขอออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส. 3 ก นั้น กระทำได้ 2 วิธี คือ ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประกาศของรัฐมนตรี กับการขออกเฉพาะราย โดยที่ดินดังกล่าวจะต้องไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 58 เว้นแต่ผู้ครองครองและทำประโยชน์ในที่ดินจะมีหลักฐานการครองที่ดิน เช่น ส.ค.1 หรือใบจอง ที่ได้ออกโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนมีการประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร ตามปัญหาของสมาชิกนั้นจะต้องตรวจสอบก่อนว่าที่ดินของสมาชิกอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรหรือไม่ หากอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรแล้วได้มีการประกาศที่ดังกล่าวเป็นเขตป่าไม้ถาวรก่อนหรือหลังจากที่ได้รับหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน หากตรวจสอบแล้วที่ดินที่เป็นปัญหานั้นสามารถออกโฉนดได้การเพิกถอน น.ส. 3 ก ก็เป็นการเพิกถอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง ประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร

เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตามมาตรา ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว นำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย

ในการเดินสำรวจพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจแต่งตั้งผู้ซึ่งได้รับการอบรมในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ เป็นเจ้าหน้าที่ออกไปพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แทนตนได้

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคสี่ ให้เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 61 เมื่อความปรากฏว่าได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีหรือผู้ตรวจราชการกรมที่ดินมีอำนาจหน้าที่สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขได้

ก่อนที่จะดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีอำนาจเรียกโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสารที่ได้จดแจ้งรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบเพื่อให้โอกาสคัดค้าน ถ้าไม่คัดค้านภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ให้ถือว่าไม่มีการคัดค้าน

คณะกรรมการสอบสวนการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างน้อยต้องมีเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและตัวแทนคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่เป็นกรรมการ

การสอบสวนตามวรรคสองต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มีคำสั่งให้ทำการสอบสวนในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานเหตุที่ทำให้การสอบสวนไม่แล้วเสร็จต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งเพื่อขอขยายระยะเวลาการสอบสวน โดยให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งสั่งขยายระยะเวลาดำเนินการได้ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินหกสิบวัน

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคสี่ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งพิจารณาประการใดแล้ว ก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น

การดำเนินการเพิกถอนหรือแก้ไขตามความในมาตรานี้ ถ้าไม่ได้โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา ให้ถือว่าโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นสูญหาย และให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเพื่อดำเนินการต่อไป

ถ้ามีการคลาดเคลื่อนเนื่องจากเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดโดยมีหลักฐานชัดแจ้งและผู้มีส่วนได้เสียยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจหน้าที่แก้ไขให้ถูกต้องได้

ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำ สั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขอย่างใดแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกำหนด

การตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาสคัดค้านและการพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไข ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *