เปิด (ทรู) วิชั่นส์ เปิดเกม กินรวบ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’

เปิด (ทรู) วิชั่นส์ เปิดเกม กินรวบ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’
ฟื้นแผนรีแบรนด์ “ยูบีซี” สู่ “ทรู วิชั่นส์” ภารกิจ “ศุภชัย” ดัน “คอนเทนท์” เป็นหัวใจของเกม “คอนเวอร์เจนซ์” รอบใหม่ รุกจัดวางเซ็กเมนท์ชัด เจาะตลาดรากหญ้า และรักษาฐานพรีเมียม เล็งขึ้นแท่นสู่ “เจ้าของ” รายการถึง 50% ลั่น 3 ปี “ทรู วิชั่นส์” ต้องเป็นแบรนด์ประจำบ้านกวาดตลาดให้ได้ 8 ล้านครัวเรือน

การเดินทางของแบรนด์ “ยูบีซี” ธุรกิจเคเบิลแบบบอกรับสมาชิก ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะแม้จะเป็นธุรกิจที่ใกล้เคียง “ผูกขาด” เพราะเป็นเพียงรายเดียวในระบบ แต่ก็ต้องเจอกับข้อจำกัดของสัมปทานห้ามโฆษณา ทำให้ “เคเบิลทีวี” แบรนด์นี้ต้องพยายามดิ้นหนีจากภาวะ “ตัวแดง”

“เปิดประสบการณ์ใหม่ เปิดมุมมองหลากหลาย เปิดยูบีซีให้ชีวิต” ในปี 2541 อีกครั้งกับ “เปิดโลกใหม่ แห่งการเรียนรู้ เปิดยูบีซีให้ชีวิต” ในปี 2547 และล่าสุดกับ “เปิดชีวิตมุมมองใหม่ เปิด ทรู วิชั่นส์” ซึ่งอวดโฉมพร้อมโลโก้ใหม่ไปเมื่อ 24 มกราคม 2550

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่เพียง “ชื่อเรียก” (แบรนด์) ยูบีซี จากที่คุ้นเคยเป็น “ทรู วิชั่นส์” แต่ยังบอกถึงการปรับครั้งสำคัญนับตั้งแต่แบรนด์นี้เข้ามาอยู่ภายใต้บังเหียนของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ที่กลุ่มทรูเข้ามาด้วยการซื้อหุ้นและเทคโอเวอร์ “ยูบีซีเคเอสซี” เมื่อปีที่ผ่านมา

“ทรู วิชั่นส์” มาพร้อมกับ “วิชั่น” ของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าที่บริหาร บมจ.ทรู วิชั่นส์ ซึ่งเป็นชื่อใหม่ที่เข้ามาแทนที่ บมจ.ยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (เดิม)

…งบประมาณ 30-35 ล้านบาท ถูกทุ่มใช้เพื่อการรีแบรนด์ ซึ่งเป็นเพียงปรากฏการณ์แรกที่เกิดขึ้นภายใต้เกมรุกรอบใหม่

ลงลึกในรายละเอียด “ศุภชัย” สั่งเร่งเครื่องเต็มที่กับเกมคอนเทนท์ (รายการ) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเคเบิลทีวี และต่อเนื่องถึงธุรกิจทั้งเครือทรู ที่ยึด “คอนเวอร์เจนซ์” เป็นคัมภีร์ธุรกิจ

การเติมคอนเทนท์ใหม่เข้าไป จาก 46 ช่องรายการเดิม ขณะที่อีกส่วนก็เริ่มหันมาผลิตรายการขึ้นมาเป็นของตัวเองตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดย “ศุภชัย” ประกาศว่า (โลคัล) คอนเทนท์ ที่เตรียมจะ “ปรุง” ขึ้นเองนี้ จะต้องทั้ง “ถูกปากคนไทยและตอบโจทย์สังคม” ให้มากที่สุด ที่สำคัญต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “คนรุ่นใหม่” ซึ่ง “ศุภชัย” หมายมั่นว่าจะเป็นฐานกำลังสำคัญของบริการกลุ่มทรูในอนาคต

เริ่มต้นแล้วกับช่องบันเทิง อาทิเช่น ชาแนลวี ไทยแลนด์ (ยูบีซี-ทรู 31) มะจัง (ยูบีซี-ทรู32) STC Sound Track Channel (ยูบีซี-ทรู 70) และ DMX Music บริการ 20 ช่องแนวเพลงในระบบ Digital รวมถึงช่องเพลงใหม่ ทรู มิวสิค (ยูบีซี-ทรู 30)

ทรู มิวสิค ถือเป็นการนำร่องในฐานะผู้ผลิตคอนเทนท์ของตัวเองได้ดี จุดเด่นของช่องนี้อยู่ที่ความเป็นโทรทัศน์ดนตรีเพลงไทยและสากลตลอด 24 ชั่วโมง ที่ดึงให้ผู้ชมซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “คนรุ่นใหม่” ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยการเลือกโหวตเพลงที่ชื่นชอบหรือมิวสิควิดีโอที่อยากชมได้ด้วยตัวเองผ่านเอสเอ็มเอส ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟช่องแรกในไทย

ความแปลกใหม่อยู่ที่ความเป็นสถานีเพลงที่เน้นให้ผู้ชมได้ฟังเพลงแบบเต็มอิ่ม โดยไม่มีวีเจมาคั่นให้เสียอารมณ์ ทั้งยังเลือกชมได้ทางยูบีซี-ทรู ช่อง 30, ทางอินเทอร์เน็ต www.truemusic.com และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทรูมูฟ ที่ wap.trueworld.net”

การเปิดเวทีในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟนี่เองที่เปรียบเสมือน “หน้าต่าง” การติดต่อระหว่างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ “อยากมีส่วนร่วม” และ “ขอลงมือทำเอง”

ที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่า “อะคาเดมีแฟนเทเชีย” เป็นหนึ่งในบทสำเร็จของ “ปรุง” คอนเทนท์ขึ้นมาเอง และ “ถูกปาก” คนรุ่นใหม่ได้ดี จากแรงฮิตของ UBCAF3 ที่ทำเรทติ้งการโหวตมากถึง 13.5 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้นถึง 43% จาก UBCAF2 ได้แบบหายห่วง

แนวโน้มของการพัฒนาคอนเทนท์เป็นเกมที่ “ศุภชัย” มองว่า จะเข้ามาช่วยตอบสนองการเข้าถึงตลาดในวงกว้างในระดับกลาง และรากหญ้ามากขึ้นเพื่อให้ได้ฐานลูกค้าระดับแมสเข้ามาเสริมพอร์ต จากที่ปัจจุบัน ทรู วิชั่นส์ หรือ ยูบีซี (เดิม) ยึดหัวหาดได้เพียงในวงแคบ เพราะจาก 2.4 ล้านครัวเรือน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเพียง 3-4 ล้านครัวเรือนเท่านั้นที่เป็นสมาชิก

แผนปรับคอนเทนท์ให้เป็นโลคัลมากขึ้น รวมถึงการยกระดับขึ้นเป็น “เจ้าของ” คอนเทนท์ตัวเอง ให้ได้ถึง 50% จาก 20% ในปัจจุบัน จะเป็นเครื่องมือสำคัญของการเพิ่มฐานสมาชิกในตลาดแมส

หัวหาดอีกด้านที่ ยูบีซี (ในอดีต) ยังถือครองอยู่ในตลาดพรีเมียมนั้น “ศุภชัย” บอกว่า จะยังคงตลาดพรีเมียมเอาไว้ จากนี้คอนเทนท์ทั้งหมดจะมีการแบ่งเซ็กเมนท์อย่างชัดเจน ทั้งสำหรับตลาดแมส และตลาดพรีเมียม ซึ่งเป็นฐานตลาดเดิม

เกมที่น่าสนใจของ “ศุภชัย” ไม่เพียงเป้าหมายการเพิ่มโลคัล คอนเทนท์ในพอร์ตฟอลิโอของตัวเองให้มากเข้าไว้ แต่ยังปรับบทบาทตัวเองให้เป็นผู้ซื้อตรง คอนเทนท์ “อินเตอร์” เข้ามาฉายในเครือข่ายตัวเอง แทนที่จะติดต่อผ่านผู้บริหารคอนเทนท์รายอื่นในไทย ซึ่งเป็นระบบที่เคยเป็นมาในอดีต

นำร่องแล้วกับ “พรีเมียร์ลีก” เกมเตะแห่งเกาะอังกฤษ ฤดูกาล 2007/2008 คอนเทนท์ระดับเวิลด์คลาสที่ใครๆ ก็ต้องการไว้ครอบครอง มีกระแสข่าวรายงานมาว่า การดีลครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึงหลัก 2 พันล้านบาท ในสัญญาถ่ายทอดสดรวม 3 ฤดูกาล ซึ่งเมื่อสอบถาม “ศุภชัย” บอกเพียงว่า ยังอยู่ระหว่างการพูดคุย

“เจ๋ง” ยิ่งกว่า เมื่อแผนเจรจานี้ “ศุภชัย” ยังได้สิทธิเผยแพร่คอนเทนท์พรีเมียร์ลีกเข้าสู่ทุกแชนแนลที่ “ทรู” ครอบครอง ทั้งเคเบิล มือถือ และอินเทอร์เน็ต ก็สามารถ “เสพ” คอนเทนท์นี้ได้ ที่สุดแล้ว ก็หนีไม่พ้นตอบโจทย์เรื่อง “คอนเวอร์เจนซ์ ”

การมองไกลของ “ศุภชัย” ครั้งนี้ มีแต่ได้กับได้ เพราะไม่ต้อง “ปันส่วน” รายได้ให้คนกลาง แถมยังเจรจาเพื่อ “ทำราคา” ได้ตามเกณฑ์ที่พอใจ โดยมีฐานผู้ชมคนไทยที่นับว่าจะเพิ่มจำนวน และเชื่อแน่ว่าจะเข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้ “สปอร์ต คอนเทนท์” ของ ทรู วิชั่นส์ ได้ไม่ยาก

โดยคาดว่าเคสการ “ซื้อตรง” คอนเทนท์ จาก “อินเตอร์” จะมีให้เห็นมากขึ้นในอนาคต เมื่อผสมกับคอนเทนท์ที่พัฒนาขึ้นเองได้อย่างเข้มแข็ง คงไม่หนีไปจากคำของ “ศุภชัย” ที่ว่า “แบรนด์ที่แข็งแกร่ง คือ แบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง ผมเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มความคุ้มค่าและยกระดับผู้บริโภคให้สัมผัสประสบการณ์มุมมองชีวิตใหม่ๆ ผ่านเคเบิลทีวี ที่ดีที่สุด”

…ไตรมาสที่ 2 จะเริ่มเห็นการรับรู้แบรนด์ “ทรู วิชั่นส์” ที่ชัดเจน และจะเป็นช่วงเวลาการวัดผล โดยอิงฐานสมาชิก ซึ่งปลายปี 2548 มีฐานสมาชิก 484,816 ราย สิ้นสุดที่ไตรมาสที่ 3/2549 กระเตื้องขึ้นมาเป็น 529,123 ราย และภายใน 3 ปี “ศุภชัย” ลั่นว่า 50% ของครัวเรือนไทย หรือ 8 ล้านครัวเรือน จะต้องมี “ทรู วิชั่นส์” เป็นแบรนด์ประจำบ้าน จาก 8 แสนครัวเรือน ในปัจจุบัน

ถึงเวลานั้น “ท่อส่ง” ที่กลุ่มทรูมีอยู่เดิมในธุรกิจโทรคมนาคมและบรอดแบนด์จะถูกเติมเต็มด้วย “คอนเทนท์” แบบเบ็ดเสร็จ ด้วยกระบวนการ “คอนเวอร์เจนซ์” ที่สมบูรณ์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *