เปลี่ยนนิสัยประจำวันแก้กรดไหลย้อน

เปลี่ยนนิสัยประจำวันแก้กรดไหลย้อน
• คุณภาพชีวิต
ลดจุกเสียดแน่นท้อง

อาการจุกเสียดแน่นท้องนั้น แม้จะไม่รุนแรง แต่ก็สร้างความอึดอัดไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัวทุกครั้งที่เกิดขึ้น ถ้าปล่อยให้อาการขยายวงกลายเป็น โรคยอดฮิต “กรดไหลย้อน” หรือ GERD ด้วยแล้ว อาการจุกเสียดทั่วไป อาจเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่รู้ตัว ในบางรายอาจถึง ขั้นต้องเข้าห้องผ่าตัดรักษาอาการกันเลยทีเดียว

การหาวิธีป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าต้องมาเสียเงิน เจ็บตัว และเสียเวลาในห้องผ่าตัด มีคำแนะนำวิธีเปลี่ยนนิสัยประจำวัน เพื่อแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องไว้ 7 วิธีง่าย ๆ ตั้งแต่การกินไปจนถึงการแต่งกายและการนอนหลับ และถ้าปฏิบัติได้ตาม 7 ข้อนี้จนติดเป็นนิสัย ความเสี่ยงจะเกิดกรดไหลย้อน ก็จะค่อย ๆ หายไป

อันดับแรก กินน้อย แต่กินบ่อย เนื่องจากการรับประทานอาหารแต่เพียงนิดในหลายหนต่อวัน จะลดความอิ่มให้ลดน้อยลงกว่าการบริโภคมื้อใหญ่ทั้ง 3 หนต่อวัน เพราะการกินอาหารจนอิ่ม จะมีผลต่อการเปิด-ปิดของช่องทางเดินอาหารกับกระเพาะให้เปิดออก และดันกรดจากกระเพาะอาหารขึ้นมาตามหลอดอาหาร ยิ่งกินข้าวดึกและเข้านอนทันทียิ่งเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น

ขั้นที่ 2 งดหรือลดอาหารและเครื่องดื่ม ที่ทำจากช็อกโกแลต กาเฟอีน อาหารที่มีรสเผ็ดจัด เนื้อแดงไขมันสูง มันฝรั่งทอด ผลไม้รสเปรี้ยวจัด หอมหัวใหญ่ดิบ มะเขือเทศ เนยแข็ง และสะระแหน่ ของพวกนี้จะยิ่งทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงมากขึ้น ควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เส้นใยมาก ๆ ที่มีอยู่ในธัญพืช ผลไม้ ผัก และเนื้อส่วนที่มีไขมันต่ำจะดีกว่า

ขั้นที่ 3 เลิกดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้ ยิ่งถ้าคุณดื่มประจำจนติดเป็นนิสัยด้วยแล้ว ยิ่งต้องเลิกให้ได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารเปิดออกและปล่อยให้กรดจากกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหารได้สะดวกขึ้น เรื่องนี้มีผลวิจัยทางการแพทย์ที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์อเมริกันเมื่อปี 2542 ยืนยันว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ทุกวันจะมีอาการจุกเสียดแน่นท้อง มากกว่าคนทั่วไป และอาการกรดไหลย้อนจะเพิ่มระดับความรุนแรง ตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มในแต่ละสัปดาห์

ขั้นที่ 4 คุณต้องลดน้ำหนัก มีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 1 หมื่นคน พบว่าคนที่เป็นโรคอ้วนนั้นมีอาการจุกเสียดแน่นท้องและมีการไหลย้อนของกรดมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า

ขั้นที่ 5 อย่าใส่เสื้อผ้าที่รัดตึงจนเกินไป โดยเฉพาะการรัดเข็มขัดจนแน่นท้อง ยิ่งจะดันให้กรดขึ้นมาอยู่ที่หลอดอาหารมากขึ้น

ส่วนอีก 2 วิธี คือการนอนและการเลิกสูบบุหรี่ ควรนอนโดย ยกเตียงด้านหัวให้สูงประมาณ 6-8 นิ้ว งานวิจัยระบุว่า ความสูงของศีรษะในระหว่างการนอนหลับ ระดับนี้จะช่วยชะลอกรดจากกระเพาะอาหารออกจากหลอดอาหารได้เร็วขึ้น แต่ที่สำคัญห้ามกินแล้วนอนโดยเด็ดขาด เพราะนิสัยแบบนี้ยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้น

ส่วนบุหรี่นั้น นอกจากทำลายปอดและหัวใจแล้ว จะมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารเหมือนแอลกอฮอล์ และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายส่วนใดเลย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *