เบียร์

เบียร์
เบียร์ หมายถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลาย ๆ รูปแบบที่ผ่านกระบวนการหมัก ผลิตภัณฑ์พวกธัญพืช ประวัติศาสตร์ของเบียร์นั้นมีมายาวนาน เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลชนิดแรกของโลก เริ่มผลิต 6,000 ปีก่อนคริสต์กาล โดยชนชาติ บาบิโลเนียน เบียร์เป็นที่รู้จักในสมัยอียิปต์โบราณและเมโสโปเตเมีย และมีหลักฐานย้อนไปยาวนานถึง 4,000 ปีก่อนคริสต์กาล โดยใช้ข้าวบาร์เลย์ เป็นวัตถุดิบ ในราว 1,000 ปีก่อนคริสต์กาล ทีการผสมพืชอีกหนึ่งชนิดเข้าไปคือ ฮอปส์ ทำให้มีกลิ่นหอม, รสชาติขม และ สามารถรักษาคุณภาพของเบียร์ให้เก็บได้นานขึ้น แต่เบียร์เหล่านี้แตกต่างจากเบียร์ในปัจจุบัน และเนื่องจากเครื่องปรุงและกรรมวิธีในการผลิตเบียร์แตกต่างกันไปตามสถานที่ ลักษณะของเบียร์ (ชนิดของเบียร์, รสชาติ, และสี) จึงมีความแตกต่างกันได้มาก
• วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเบียร์
o ข้าวบาร์เลย์และข้าวมอลท์ สำหรับมอลท์ถือว่าเป็นพื้นฐานในการทำเบียร์ ดังนั้นเบียร์ที่ผลิตได้นั้นจะมีคุรภาพดีหริไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับมอลท์ที่นำมาใช้ในการผลิต กล่าวคือ ถ้าเป็นเบียร์ที่ดีนั้นย่อมทำมาจากมอลท์ที่ได้มาจากข้าวบาร์เลย์ที่ดี ซึ่งมอลท์ที่ดีนั้นได้มาจากการนำเอาเมล็ดข้าวบาร์เลย์มาทำการเพาะจนงอกราก และได้ใบสีเขียวที่เรียกว่า กรีนมอลท์ จากนั้นนำมอลท์ที่ได้ไปทำการบดและอบให้สุกก็จะได้แป้งนั่นเอง ขบวนการหรือขั้นตอนที่กล่าวมานี้เรียกว่า ขบวนการมอลติง โปรเซส (Malting Process) ซึ่งขบวนการทำมอลติง โปรเซสนั้น สามารถทำให้ได้มอลท์ถึง 3 ชนิด และมอลท์แต่ละชนิดก็จะเหมาะสมที่จะใช้สำหรับผลิตเบียร์แต่ละชนิดไป มอลท์ทั้ง 3 ชนิดที่ได้คือ
– แอมเบอร์หรือไวท์มอลท์ (Amber or White Malt)
– บราวน์มอลท์ (Brown Malt)
– แปล็กมอลท์ (Black Malt)
o น้ำ ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเบียร์ที่มีความสำคัญมาก ทั้งนั้เนื่องจากเบียร์นั้นมีปริมาณของน้ำอยู่มากที่สุดประมาร 80% และเบียร์แต่ละชนิดจะมีรสชาติดีหรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำที่นำมาผลิตเบียร์ กล่าวคือในการผลิตเบียร์ ถ้านำน้ำที่มาใช้ในการผลิตมีคุณภาพแตกต่างกัน จะทำให้เบียร์ที่ได้นั้นจะมีลักษณะและรสชาติแตกต่างกันไปด้วย เนื่องจากน้ำที่นำมาใช้ในการผลิตนั้นจะมีชนิดและปริมาณของแร่ธาตุอยู่แตกต่างกัน และน้ำที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์นั้นถ้ามีพวกแร่ธาตุเหล็กละลายอยู่ จะไม่สามารถนำมาใช้ในการผลิตเบียร์ได้ เพราะถ้านำน้ำที่มีแร่ธาตุเหล็กละลายอยู่ไปผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดตะกอนขึ้นได้ และถ้าน้ำที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์มีแร่ธาตุแคลเซียมอยู่มากก็จะทำให้รสชาติของเบียร์ที่ได้นั้นเสียไป ยกเว้น เอลเบียร์ (Ale Beer) เท่านั้น ถ้าในน้ำที่นำมาผลิตเบียร์มีแร่ธาตุแคลเซียมและโซเดียมละลายอยูด้วยจะทำให้เบียร์ที่ได้มีรสชาติดีขึ้น
o ดอกฮ็อป (Hop) เป็นไม้ดอกพันธุ์ไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเบียร์ ซึ่งดอกฮ็อปที่นำมาใช้นั้นจะใช้เฉพาะเพศเมียเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากได้ทำการทดลองมาแล้วว่าดอกฮ็อปเพศเมียจะเป๋นตัวให้รสขม และมีกลิ่ยหอมแก่เบียร์ดีกว่าดอกฮ็อปเพศผู้ ดอกฮ็อปนอกจากจะเป็นตัวให้รสขมและกลิ่นหอมแก่เบียร์แล้วยังเป็นตัวช่วยย่อยอาหารด้วย สำหรับพันธุ์ฮ็อปที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์นั้นจะใช้พันธุ์ Golding หรือพันธุ์ Fuggle และปริมาณที่ใช้ประมาณ 0.4 – 0.7 ปอนด์ต่อเบียร์ 1 บาเรล หรือ36 แกลลอนนั่นเอง
o เชื้อหมัก (Yeast) เชื้อยีสต์ที่ใช้หมักในการผลิตเบียร์นั้นจะเป็นตัวที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ เชื้อยีสต์ที่นิยมใช้หมักในการผลิตเบียร์นั้นคือ ซัคชาโรมายเชส คาร์ลเบอเจนซีส (Saccharomyces Carlbergensis) ซึ่งเป็นเชื้อยีสต์ที่ใช้หมักในการผลิตเบียร์ได้ดีกว่าเชื้อยีสต์ตัวอื่น ๆ
o น้ำตาล ในที่นี้หมายถึงน้ำตาลที่ได้จากแป้งของข้าวมอลท์ ก็หมายถึงน้ำตาลมอลโทส (Maltose) นั่นเอง นอกจากนั้นอาจจะมีการใช้น้ำตาลอื่นผสมลงไปด้วยก็ได้ ปริมาณของน้ำตาลที่ใช้ในการผลิตบัยร์นั้นจพใช้ประมาณ 7 – 8.5% เท่านั้น
• วิธีทำเบียร์
o เริ่มนำมอลท์ที่ผลิตจากข้าวบาเลย์พันธุ์ดีต้มกับน้ำบริสุทธิ์ในหม้อต้มข้าวเพื่อเปลี่ยนมอลท์และข้าวให้เป็นน้ำหวาน
o กรองกากมอลท์ให้เหลือไว้แต่น้ำหวานแล้วทำไปต้มโดยเติมฮ็อป (HOPS) คุณภาพสูงเพื่อให้ได้รสขมของเบียร์ กระบวนการต้มนี้จะทำให้ได้สารละลายที่เรียกว่า “เวิร์ท” (WORT)
o “เวิร์ท” ที่ใด้จะถูกทำให้เย็นลงแล้วเติมยีสต์ที่คัดเลือกสายพันธุ์มาเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยม แล้วส่งเข้าถังหมักเป็นเวลา 3 – 4 สัปดาห์
o กรองเบียร์เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้ได้น้ำเบียร์ที่ใส รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนเข้าสู่อาคารบรรจุขวดและกระป๋องแล้วนำไปผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธีพาสเจอร์ไรซ์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *