เดวิด โอกิลวี่ ตอน 3 (จบ)

เดวิด โอกิลวี่ ตอน 3 การขยายกิจการ

บริษัทของอังกฤษที่ให้เงินทุนเริ่มต้นแก่โอกิลวี่ ค่อยๆขายหุ้นของตนเองให้เขาอย่างช้าๆ ช่วงสิ้นปี 1964 สัดส่วนหุ้นของเมเธอร์แอนด์คราวเธอร์ก็ลดลงเหลือ 8 เปอร์เซ็นต์ หุ้นของเบนสันก็ลดลงด้วยเหมือนกัน ขณะที่ตัวเดวิด โอกิลวี่เป็นเจ้าของหุ้น 31 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างนั้นเอง บริษัทเมเธอร์แอนด์คราวเธอร์ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะการนำของฟรานซิส โอกิลวี่ ยอดบิลลิ่งของบริษัทเพิ่มจาก 8 ล้านดอลลาร์เป็น 53 ล้านดอลลาร์ในปี 1954-1964
ภายหลังฟรานซิสเสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1964 แล้วเดวิด โอกิลวี่ ก็เข้าไปหารือกับบริษัทเมเธอร์แอนด์คราวเธอร์ ซึ่งเป็นแห่งแรกที่เขาได้เรียนรู้การทำการค้าครั้นแล้วเดือนมกราคม ปี1965 บริษัททั้งสองเข้าผนวกกิจการ ตั้งขึ้นใหม่เป็นโอกิลวี่แอนด์เมเธอร์ หรือที่คนรู้จักว่า O&M พอผนวกกิจการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ โอกิลวี่ ก็นั่งเป็นประธานบริษัท มีพนักงานประจำ 600 คน มีชื่อเสียงมั่นคงใน 2 ทวีป มียอดบิลลิ่ง 2 บริษัทรวมกันทั้งหมดในปี 1965 สูงกว่า 120 ล้านดอลลาร์
แต่นักปรัชญาโอกิลวี่ ผู้กลายเป็นราชา-ปรัชญาเมธีก็ตระหนักว่า ตัวเขามีความสามารถเหมาะจะเป็นมันสมอง มากกว่าจะบริหารกิจการ เขาจึงวางมือจากงานบริหาร แต่ก็ไม่ได้ห่างเหินจากเรื่องการเงินเสียทีเดียว เขานำบริษัทเข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือนเมษายน ปี 1966 ทำให้โอกิลวี่แอนด์เมเธอร์จำหน่ายหุ้นจำนวน 349,883 หุ้น ราคาหุ้นละ 22 ดอลลาร์ได้ จนกลายเป็นบริษัทโฆษณาแห่งที่ 6 ที่ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และตอนนี้ก็กลายเป็นเอเยนซี่ใหญ่สุดอันดับ 9 ของโลกมียอดขายโฆษณา 150 ล้านดอลลาร์
ปี 1976 บริษัททำกำไรได้ 7.7 ล้านดอลลาร์ จากยอดรายได้ทั้งหมด 112 ล้านและยอดขายโฆษณาของบริษัทใกล้ถึง 800 ล้านดอลลาร์ และที่เด่นยิ่งกว่าการมีการปันผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คือความจงรักภักดีของลูกค้าบางรายของบริษัท ในอุตสาหกรรมที่ลูกค้าเปลี่ยนใจง่าย ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นกันอยู่เสมอ อเมริกัน เอ็กซเพรส ซึ่งใช้บริการของเอเยนซี่ด้วยงบโฆษณา 1 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 1962 ก็ยังคงเป็นลูกค้าเหนียวแน่นของ O&M ในขณะที่เอเยนซี่นี้เติบโตเรื่อยๆ ถึงปี 1984 อเมริกัน เอ็กซเพรส ก็ใช้จ่ายเงิน 70 ล้านดอลลาร์ต่อปีกับการโฆษณา
ครั้นพอถึงปี 1981 เอเยนซี่แห่งนี้ก็เติบใหญ่ มีสำนักงานเป็นร้อยแห่งใน 35 ประเทศทั่วโลก มีลูกค้า 1,600 ราย และมียอดขายโฆษณา 1.7 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้เขาจะเกษียณตนเองจากงานไปแล้ว แต่เดวิด โอกิลวี่ ยังคงจับตามองอาณาจักรที่ขยายใหญ่อย่างต่อเนื่องของตนเอง และเขียนหนังสือที่เป็นผลงานชิ้นเอกกลั่นกรองประสบการณ์ครึ่งศตวรรษในวงการโฆษณาออกมา โดยใส่ชื่อและแสดงถึงอัตตาของเขาผสมผสานลงไปในชื่อหนังสือตามบุคลิกส่วนตัว โดยเขาตั้งชื่อหนังสือตำราตีพิมพ์ในปี 1983 เล่มนี้ว่า Ogilvey on Advertising และด้วยหนังสือเล่มนี้อัดแน่นไปด้วยสมมุติฐานยิ่งใหญ่แห่งผลึกความคิด และการทดลองยาวนานหลายปี อดีตหนุ่มสมองเปรื่องชอบโปรโมทตัวเองรายนี้ ก็หล่อหลอมตนเองจนกลายเป็นรัฐบุรุษอาวุโสผู้เฉียบคม

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *