เช็กอัพเดทรายการเด็ก 'การ์ตูนฟรีทีวี'

เช็กอัพเดทรายการเด็ก ‘การ์ตูนฟรีทีวี’
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
ดีขึ้น..แต่ยังไม่พอ!?!

หลังจากมีกระแส มีการตั้งข้อสังเกต และสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวกันมากพอสมควร มาถึงวันนี้ “รายการทีวี” ของช่องฟรีทีวีช่องต่าง ๆ ในเมืองไทย ที่เป็น “รายการสำหรับเด็ก” ก็เริ่มจะมีมากขึ้น และในส่วนของรายการที่เป็น “การ์ตูน” ที่มีเนื้อหาล่อแหลม “แฝงพิษภัยต่อเด็ก” ก็เริ่มจะลดน้อยลงไป…ซึ่งเป็นเรื่องดี

ถึงวันนี้ฟรีทีวีมี “การ์ตูนสร้างสรรค์” มากขึ้น

สถานการณ์ดูจะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา…

ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ผลการศึกษาของโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือมีเดียมอนิเตอร์ (Media Monitor) ที่สำรวจรายการเด็ก-การ์ตูนเด็กในฟรีทีวี 6 ช่องของเมืองไทย ในช่วงเดือน ต.ค. 2551 พบว่า… จำนวนรายการเด็กในฟรีทีวีมีอยู่น้อยมาก คือรวมกันทุกช่องมี 29 รายการ และมีรายการที่เป็นการ์ตูน 35 เรื่อง จากเวลาออกอากาศทั้งหมด 1,052 นาที/สัปดาห์ หรือเฉลี่ยเพียง 1.74% ของรายการทีวีทั้งหมด

แต่ประเด็นก็คือ… แม้รายการเด็กจะมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบ สัดส่วนกับรายการของผู้ใหญ่ แต่สัดส่วนที่น้อยนี้ ในส่วนของการ์ตูนจะมีทั้ง ภาพความรุนแรง, ภาษาลามก แทรกอยู่แทบทุกเรื่อง โดยมีการ์ตูนเพียง 3 เรื่องเท่านั้นที่เหมาะกับเด็กก่อนวัยเรียน ช่วงอายุ 3-6 ขวบ ซึ่งการนำเสนอการ์ตูนในฟรีทีวีตอนนั้นถูกระบุว่ายัง ขาดการคำนึงถึงกลุ่มอายุผู้ชม ความเหมาะสมต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาของเด็กในแต่ละช่วงวัย

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องย้ำว่า…มาถึงวันนี้การคำนึงถึงกลุ่มอายุผู้ชม การคำนึงถึงความเหมาะสมต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาของเด็กในแต่ละช่วงวัย ในการนำเสนอรายการเด็ก-การ์ตูน มีมากขึ้นกว่าในอดีตแล้ว

ถามว่ามีมากขึ้นแล้วดีอย่างไร ? ถ้ายังขาดแล้วเป็นอย่างไร ? คำตอบนั้นก็อยู่ในเนื้อหาของหนังสือ รายงานพิเศษเรื่องการเฝ้าระวังสื่อ ซึ่งจัดทำขึ้นตามโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมการรายงานข่าวการเฝ้าระวังสื่อ ซึ่งร่วมดำเนินการโดยมีเดีย มอนิเตอร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถาบันอิศรา-มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

“การ์ตูนเด็กในฟรีทีวี เพิ่มปัญหาหรือช่วยพัฒนาเด็ก ?” คือหัวเรื่องที่ทำการสัมภาษณ์ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วร่วมนำเสนอไว้ในรายงานดังกล่าวนี้

“การ์ตูนที่ดีช่วยสอนอะไรได้หลายเรื่อง” “ในการ์ตูนย่อมเต็มไปด้วยเรื่องของจิตสำนึก การ์ตูนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเด็กได้ ขณะเดียวกันการ์ตูนที่ไม่เหมาะสมก็อาจจะเปลี่ยนจากพระเอกเป็นผู้ร้ายได้เช่นเดียวกัน” …นี่เป็นส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็น่าจะใช้ตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่ง

ขณะที่ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานต์ ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อเตรียมการดำเนินการตามนโยบายการใช้สื่อของรัฐ เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ก็ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า… เด็กปฐมวัยที่ขาดสื่อที่เหมาะสม จำเป็นต้องรับสื่อที่ผลิตมาให้กับเด็กช่วงวัยอื่นในสภาพจำยอมเพราะเศรษฐกิจครอบครัวไม่ดี ไม่มีกำลังซื้อ-ไม่มีโอกาสหาสื่อเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อเสริมพัฒนาการ จะมีผลกระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรม เช่น ทำให้เด็กมีปัญหาบุคลิกภาพ ขาดทักษะทางสังคม ขาดพัฒนาการทางภาษา สมาธิสั้น ไอคิวต่ำ เป็นต้น

“จริง ๆ แล้วการ์ตูนสำหรับเด็กเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด เพราะสอดคล้องกับจินตนาการของเด็ก เพียงแต่ด้วยความที่โจทย์แคบ ทั้งเรื่องจำนวนผู้ชม กับเวลาที่ได้นำเสนอ ทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจอยากจะผลิตสื่อเรียนรู้สำหรับเด็กสื่อนี้” …นพ.ยงยุทธระบุไว้ และยังชี้ว่า… ที่ผ่านมาเพราะเจ้าของสินค้าไม่ค่อยอยากลงทุนโฆษณาในรายการกลุ่มนี้ ทำให้ผู้ผลิตมองว่าไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องเสี่ยง จึงเลี่ยงไปทำรายการเพื่อช่วงวัยอื่น

อย่างไรก็ดี อย่างที่ได้ระบุไว้แต่ต้นว่ามาถึงวันนี้สถานการณ์ “รายการเด็ก-การ์ตูนเด็ก” เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ “ดีขึ้น” แล้ว แต่…จะให้ดีควรต้องมี-ต้องดีมากขึ้นไปอีก ซึ่งหากจะว่ากันถึงมันสมอง ฝีมือ ในการผลิตรายการเด็ก-สร้างการ์ตูนเด็กที่สร้างสรรค์ คนไทยเราไม่เป็นรองชาติใด เพียงแต่ที่ผ่านมาก็ยังมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่

อุปสรรคอย่างที่ สันติ เลาหบูรณะกิจ แห่งบริษัท วิธิตาแอนิเมชั่น ที่เคยผลิตการ์ตูนเรื่อง “ปังปอนด์ตัวจิ๋ว หัวใจฮีโร่” ลงจอฟรีทีวี เคยบอกไว้ว่า… “แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ในฟรีทีวีให้การ์ตูนไทย แต่เรื่องราคายังเป็นตัวแปรที่เป็นปัญหา เพราะลงทุนมากกว่าแต่ขายได้ถูกกว่า”

และรวมถึงอุปสรรคอย่างที่ ลักษมณ์ เตชะวันชัย นายกสมาคมแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิก ก็เคยบอกไว้ว่า… “ค่าโฆษณาของการ์ตูนไทยถูกมาก เฉลี่ยไม่ถึง 1 หมื่นบาทต่อนาที ขณะที่การ์ตูนต่างประเทศทางช่องได้ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาทต่อนาที ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงสำหรับช่อง”

“การ์ตูนไทยสร้างสรรค์เพื่อเด็กไทย” วันนี้ยังโตไม่ได้มาก

เหตุเพราะ “ติดที่ผลประโยชน์ของผู้ใหญ่” ของธุรกิจทีวี

จนถึงวันนี้…จึงยังแค่ “ดีขึ้นมาหน่อย” เท่านั้นเอง ?!?!?.

เรียบเรียงใหม่โดย: Team content www.thaihealth.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *