เจ็บ…ยังไงที่ไม่ธรรมดา

เจ็บ…ยังไงที่ไม่ธรรมดา

ชื่อบทความอาจฟังดูพ้องอยู่บ้างกับชื่อภาพยนตร์ดังที่ ชารอน สโตนเคยวาดลวดลายสุดแสนจะเซ็กซี่ไว้เมื่อหลายปีก่อน “เจ็บธรรมดา…ที่ไม่ธรรมดา “(Basic Instinct) นั่นเอง ไม่ใช่เพราะติดใจในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นพิเศษแต่อย่างใด จริง ๆ แล้วผู้เขียนมักถูกถามค่อนข้างบ่อยเกี่ยวกับ ความรู้สึกเจ็บ และ อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อ และข้อต่อ มักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกังวล หากไม่ไปพบแพทย์อาการเจ็บจะเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หรือหากปล่อยทิ้งไว้นานจะเกิดอันตรายต่อร่างกายมากขึ้นหรือไม่ และคำถามที่มักได้ยินบ่อยคือ “เจ็บยังไงที่ไม่ธรรมดา” เพื่อจะได้ปฎิบัติตัวถูกว่าเมื่อมีอาการเจ็บปวดอย่างไรควรไปโรงพยาบาล และเมื่อมีอาการเจ็บมากน้อยเพียงใดจึงจะสามารถทำการรักษาพยาบาลที่บ้านตัวเองได้ และไม่ต้องเก็บไปวิตกจนเกินไป ซึ่งอาจนำพามาซึ่งอาการของโรคประสาทวิตกจริตได้

แม้ว่าจะเคยอธิบายให้ผู้ป่วยหลายรายฟังอย่างกระชับที่สุด แต่ก็ฟังดูยืดยาวอยู่ดี จนสบโอกาสดีวันนี้ที่จะเขียนให้ตรงประเด็นและเข้าใจง่ายที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีข้อโต้แย้งได้ จากแพทย์ผู้รักษา และทีมสุขภาพท่านอื่น ๆ เนื่องจากบทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ดังนั้นขอให้ผู้อ่านทุกท่านเก็บไปคิดพิจารณาประกอบกับเหตุผลของผู้ทำการรักษาท่านอื่น ๆ ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อตัวท่านเอง

เจ็บธรรมดา – ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดจากการปะทะ กระแทก ได้รับอุบัติเหตุ โดนความร้อนสูง/ความเย็นสูง การถูกกดทับ การใช้งานหนักจนร่างกายเตือนด้วยอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายผิดท่าและจังหวะ คุณมักรู้สึกเจ็บทันทีที่ได้รับปัจจัยดังกล่าว และเมื่อกำจัดสาเหตุของอาการเจ็บปวดไปแล้ว ความรู้สึกเจ็บลดลงหรือหายไปทันที หรืออาจไม่หายไปทันที แต่ใช้เวลา ไม่เกิน 3-5 วัน หรือ 1 สัปดาห์ เช่น อาการเจ็บที่เกิดจากการพลัดตกหกล้ม เกิดแผลถลอกฟกช้ำ ปวดตามกล้ามเนื้อส่วนที่ถูกกระแทก มักจะหายได้เองในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เมื่อได้รับอุบัติเหตุผู้ป่วยยังสามารถช่วยเหลือตัวเอง และทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้เองแม้จะมีอาการเจ็บปวดอยู่บ้าง อาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อภายหลังการใช้งานหนักโดยทั่วไปมักบรรเทาลงเองภายหลังร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ภายใน 3- 5 วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษาใด ๆ ก็ตาม ทั้งนี้ต้องสังเกตุตัวเองด้วยว่าระดับอาการปวดค่อย ๆ ลดลงเป็นลำดับหรือไม่ ภายหลังการบำบัดรักษาด้วยตัวเอง (อย่างถูกวิธี) หากอาการเจ็บปวด ยังเพิ่มมากขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ควรไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจที่ละเอียดจากแพทย์ แต่ในกรณีผู้ป่วยที่มีภาวะโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของข้อต่อ เช่น เข่า สะโพก กระดูกสันหลังส่วนคอและหลัง อาจมีอาการปวดเพิ่มขึ้นได้โดยไม่มีสาเหตุหรือปัจจัยจากภายนอก มักจะต้องพบแพทย์ เพื่อตรวจอาการเป็นระยะอยู่แล้วก็ควรสังเกตุว่าอาการเจ็บปวดที่มีอยู่เป็นประจำไม่เพิ่มมากขึ้น และไม่ขัดขวางการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ

เจ็บที่ไม่ธรรมดา – ความรู้สึกเจ็บปวดที่อาจเกิดจากสาเหตุเดียวกันกับการบาดเจ็บธรรมดา แต่อาการเจ็บปวดนั้นไม่ลดลง อาการเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แม้จะรักษาพยาบาลเบื้องต้นด้วยตัวเองแล้ว อาการเจ็บปวดนั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถปฎิบัติภาระกิจประจำวันต่าง ๆ ได้ตามปกติ อาการเจ็บไม่ธรรมดานี้มักมีภาวะอักเสบ หรือการติดเชื้อร่วมอยู่ด้วย ทำให้เกิดการขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย การเกิดการผิดรูปของข้อต่ออย่างชัดเจน และไม่สามารถใช้งานส่วนนั้น ๆ ได้ การทานยาหรือทายา รวมทั้งการนอนพัก ไม่ช่วยทำให้ภาวะความเจ็บปวดลดลงได้เลย อยู่เฉย ๆ ก็ปวด และมีอาการปวดอยู่ในระดับเดิมนานกว่า 1 วัน ผู้มีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่ข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแม้ทานยา ทายา และ นอนพักผ่อนแล้วยังไม่ทุเลาลง อาการปวดเพิ่มมากขึ้นแม้ขณะพัก ร่วมกับอาการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน หรือปวดโดยไม่มีอาการอักเสบเลยก็ได้ ผู้ป่วยอาจไม่ได้พบแพทย์เนื่องจากอาการเจ็บปวดเป็นสาเหตุหลัก แต่อาจเป็นเรื่องของการไม่สามารถใช้งานส่วนที่เจ็บปวดได้ตามปกติ อาจมีบ้างที่เดินชนโต๊ะ ตู้เตียง หรือสะดุดขาตัวเองหกล้ม ตามสไตล์นางเอกหนังเกาหลี ก็ขอให้อย่าลืมพิจารณาอาการของตัวเองให้ดีก่อนวิ่งโร่ไปพบแพทย์

อาจสรุปได้อย่างง่าย ๆ ว่า – อาการเจ็บที่ธรรมดาสามารถเยียวยาเองและหายได้เองนั้นอยู่บนพื้นฐานของความใกล้เคียงภาวะปกติที่สุด เมื่อมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นเราสามารถปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้และใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติที่สุด ส่วนอาการเจ็บที่ไม่ธรรมดานั้นจะบั่นทอนจิตใจค่อนข้างมาก เนื่องจากความรู้สึกเจ็บปวดนั้นจะไม่ค่อยจางหายไป แม้ว่าจะนอนพัก ทานยา ทายา ฯลฯ ในทางตรงข้ามคืออยู่บนพื้นฐานของความไม่ปกติ ทำให้ผู้ป่วยต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติไม่ได้มากนัก ถึงไม่ได้เลย จะว่าไปแล้วก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องของการใช้สัญชาติญาณ (Instinct) อยู่เหมือนกัน ที่จะบอกตัวเองได้ว่าต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ที่โรงพยาบาลแล้วหรือยัง แหมสุดท้ายมันก็เกี่ยวพันกันอยู่พอสมควรทีเดียวเพราะการที่เราจะเอาตัวรอดปลอดภัย อยู่ดีมีสุขได้ ก็ต้องพึ่ง Basic Instinct ซึ่งหมายถึงสัญชาติญาณดิบ หรือแท้ ๆ หรือ พื้นฐาน ที่ซ่อนอยู่ในตัวของคุณทุกคนนั่นเอง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *