เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีกินเจให้ปลอดภัย

เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีกินเจให้ปลอดภัย
• อาหาร
• เรื่องเด่น
แนะล้างผัก-ผลไม้ให้สะอาดช่วยลดเสี่ยงสารพิษ

เทศกาลกินเจปีนี้อาจดูไม่ค่อยคึกคัก เนื่องจากพิษเศรษฐกิจและปัญหาน้ำท่วม ทำให้ราคาอาหารเจโดยเฉพาะผัก ผลไม้ และโปรตีนเกษตรค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สนใจกินเจเพื่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก อาหารเจสำหรับคนไทยสามารถทำได้ทุกอย่างโดยใช้เครื่องปรุงเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนส่วนที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์ดังนี้ เนื้อสัตว์ใช้แทนด้วยเห็ดต่างๆ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ หมี่กึน โปรตีนเกษตร ใช้ซีอิ้วขาว เกลือป่น ซอสถั่วเหลืองปรุงรสแทนน้ำปลา ใช้ถั่วหมัก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้แทนกะปิ น้ำมันหมูใช้แทนด้วยน้ำมันพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลือง ใช้งาขาวคั่วแทนกระเทียม

ประโยชน์ของการกินเจในมุมมองทางด้านโภชนาการ

มักมีการสงสัยกันอยู่เสมอว่าการกินเจจะได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่หรือไม่ โดยเฉพาะ โปรตีน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีมากกว่าโปรตีนในพืช ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะแท้ที่จริงแล้วโปรตีนในผัก ธัญพืช ถั่วงา ก็มีคุณค่าใกล้เคียงกัน ดังนั้น การขาดสารอาหารจึงน่าจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคมากกว่าว่าเป็นคนเลือกกินหรือไม่

วิธีกินอาหารเจให้ปลอดภัย

1.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยหมวดโปรตีนได้จากถั่วเมล็ดแห้ง รับประทานควบคู่ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ จะได้โปรตีนจากพืชทัดเทียมเนื้อสัตว์

2.รับประทานผักหลากหลายชนิดให้ครบ 5 สี ไม่ควรกินผักอย่างเดียวซ้ำๆ เพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษ นอกจากนั้นต้องล้างผักให้สะอาด เพราะถ้าล้างไม่สะอาดเท่ากับว่าอาหารเจจานนั้นเป็นศูนย์รวมของสารพิษ

3.พยายามหลีกเลี่ยงการกินอาหารเจที่รสมันจัดจากอาหารประเภทผัด รสเค็มจัดจากการใส่เต้าเจี้ยว ซอส และเกลือ เนื่องจากรสเค็มอาจทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงได้

4.รับประทานเมล็ดธัญพืช ได้แก่ ถั่ว ถั่วเปลือกแข็งทุกประเภท พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก คนกินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วขาว ในถั่วมีโปรตีนคล้ายกับเนื้อสัตว์ แต่แตกต่างตรงที่ในถั่วไม่มีโคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจหลอดเลือด และมีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย อาจรับประทานเนื้อเมล็ดในของพืชผัก ได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม มันฮ่อ เป็นของขบเคี้ยว

5.ใช้สาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้ง พร้อมทั้งใช้เกลือทะเลปรุงอาหาร ทั้ง 2 อย่างนี้มีไอโอดีน สามารถป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

6.งาขาวและงาดำในอาหารและขนม คนกินเจควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (LINOLEIC ACID) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

7.หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า

8. เครื่องดื่ม คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม ฯลฯ ควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน และต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเป็นประจำ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นหลักความรู้ในการปรุงและการบริโภคอาหารเจ ซึ่งคนกินเจต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งพลานามัยที่สุขสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *