เคล็ดวิชาคิดบวก

เคล็ดวิชาคิดบวก
วิถีทุน : จุมพฏ สายหยุด กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549
ผมเชื่อว่าชีวิตของคนๆ หนึ่ง ย่อมต้องเคยผ่านการอ่านมามากมาย แต่คงมีไม่กี่ครั้งที่ “อ่าน” แล้วต้อง “สะอึก” ผมเคยเจออยู่คราวหนึ่ง ข้อความนั้นเริ่มต้นด้วยการใช้หัวข้อที่ว่า “พฤติกรรมในการเริ่มธุรกิจที่มีโอกาสล้มเหลว หรือไม่เจริญเท่าที่ควร” ซึ่งระบุไว้ 14 ลักษณะ และในลักษณะที่ 12 เขียนว่า “คนที่มีอาชีพเดิมมีคนยกมือไหว้มากๆ”
อาชีพที่มีคนยกมือไหว้มีหลายอาชีพครับ เช่น ข้าราชการ ครูบาอาจารย์ และรวมถึงอาชีพของพวกเรา “สื่อมวลชน” ไง ซึ่งก็หมายความว่า ใครที่เป็นนักข่าวแล้วคิดจะไปทำธุรกิจโอกาสล้มเหลวมีสูงกว่าคนในหลายๆ อาชีพครับ
ผู้ที่เขียนข้อความชวนสะอึกด้วยหาใช่เป็น นักคิด นักเขียน แต่อย่างใด หากแต่เป็น คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งท่านเขียนไว้ในหนังสือ MOB กระบวนการสู่ความสำเร็จ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2546
ผมสะอึกกับคำว่า “คนที่มีอาชีพที่คนยกมือไหว้มากๆ” ไม่ใช่เพราะห่วงว่าตัวเองจะจนหรอกครับ แต่ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่า วิชาชีพของเราเองก็มี จุดอ่อนบางประการ ที่ไม่ว่าจะยังทำอาชีพนี้ หรือจะไปทำเรื่องอื่นก็ต้องคิดให้จงหนัก ซึ่งหมายความว่า เรานั้นต้องรู้จักลดอัตตาของตนเองลงไปบ้าง รู้จักเรียนรู้ที่จะมีจิตใจแบบคนที่เขามีอาชีพต้องยกมือไหว้คนอื่นมากๆ บ้าง นี่คือข้อความที่ทำให้เรารู้จักระลึกทบทวนตนได้
เหมือนคนที่เคยเป็นพ่อค้า เป็นซีอีโอ เมื่อมาเป็นผู้นำประเทศ ก็ควรจะนำความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ และความมีวิสัยทัศน์เข้ามาก็พอ อย่าได้ลากเอาความโลภแบบนายทุน หรือการไม่ยอมฟังใครแบบบิ๊กบอสเข้ามา ซึ่งที่สุด ก็จะสร้างปัญหาให้กับทั้งประเทศและตัวเอง
ดังนั้น เมื่อทางสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ได้รวบรวมงานเขียนของคุณบุญเกียรติ ตีพิมพ์ตั้งเป็นชื่อหนังสือ ว่า “กลยุทธ์การคิดแบบ CEO” ผมก็จึงยอมควักกระเป๋าซื้อมาอ่านด้วยความยินดี แล้วก็ไม่ผิดหวัง เนื่องจากในหนังสือเล่มก่อนนอกเหนือจากเรื่องหลัก MOB : Mission Objective Policy แล้ว คุณ บุญเกียรติ ได้จุดประกายเรื่องการ คิดบวก เอาไว้อย่างน่าสนใจแบบสั้นๆ ซึ่งก็ได้มีการขยายความจนกลายเป็นเนื้อหาหลัก “กลยุทธ์การคิดแบบ CEO” เล่มนี้
ในแต่ละปีนั้น จะมีหนังสือแปลประเภทเพื่อการพัฒนาตนเอง ออกมาหลายเล่มหนาสักสามสี่ร้อยหน้า ราวกับว่าหากเราต้องการจะพัฒนาตนเองเพื่อสร้างฐานะ สร้างอนาคต เราต้องอ่านหนังสือเล่มหนานี้ให้จบ และทำให้ได้ครบถ้วนตามนั้น ในขณะที่ อาจารย์พุทธทาสเคยบอกไว้ว่าการศึกษาธรรมะก็เหมือนกับการเรียนรู้ป่าทั้งป่า จากใบไม้ในกำมือเดียวนั่นเอง นั่นก็คือ “การไม่ยึดถือว่าเป็นตัวตน”
“กลยุทธ์การคิดแบบ CEO” หนาเพียง 200 หน้า อ่านข้ามหัวข้อไปมาก็ได้ เพราะไม่ได้กะเกณฑ์ ว่าการพัฒนาตนเองนั้น ต้องมีขั้นตอนที่มากมายอะไร ซึ่งผมสรุปรวมความเป็นใบไม้ในกำมือเดียวว่า “คิดบวก พูดบวก” ในขณะที่ผู้เขียนก็ระบุว่า ท่านเองเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเล่มหนาๆ และยาวๆ มีน้ำแยะแต่มีเนื้อน้อย
พวกฝรั่งชอบเขียนหนังสือ หรือตำราหนา แต่คนตะวันออกชอบเขียนสั้นๆ บางๆ เรียกได้ว่า เป็นเคล็ดวิชา คุณผู้อ่านจะเห็นว่า ผมดึงเฉพาะคำว่า “คิดบวก พูดบวก” แต่ไม่มีคำว่า “ทำบวก” ก็เพราะว่า เมื่อคิดบวก พูดบวกแล้ว การทำบวก ก็จะตามมาเอง จนเกิดเป็น “ผลบวก” คุณบุญเกียรติบอกว่าคนจำนวนมาก ไม่เคยพิจารณาว่าคำพูดของตนเป็นลบหรือเป็นบวกกับตนเองกับผู้อื่น และท่านเขียนต่อไปอีกว่า
“คำพูดและความคิดบวกหรือลบมักเป็นผลต่อตนเองต่อผู้อื่นทั้งนั้น แม้แต่การพูดเล่นที่เป็นลบ ซึ่งผมเรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Nagative Joke ก็มีผลต่อผู้พูดและผู้ฟัง แต่เนื่องจากผลนั้นไม่เกิดขึ้นทันตาเห็น จึงทำให้คนที่ไม่ได้ให้ความสนใจด้านนี้ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของตนเอง ของคนรอบข้าง หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง”
คุณบุญเกียรติ ยังยกตัวอย่างคำพูดของคนที่คิดลบ ซึ่งน่าสนใจมากๆ เพราะหลายคำเรานึกว่าเป็นความคิด เป็นคำพูดธรรมดาสามัญมาก เช่น
– ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเราต้องเจ๊งแน่
– ถ้าเราทำงานโดยไม่ใช้สติปัญญา เราจะโดนเขาหลอก โดนเขาโกง เราต้องเป็นทาสเขาตลอดไป
– เราต้องควบคุมพนักงานให้ดีไม่เช่นนั้นจะถูกโกง
– ทุกคนต้องมีความสามัคคี อย่ามัวแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
– คนมากทำให้มีปัญหามาก
– ต้องดีกับเจ้านาย ไม่งั้นเจ้านายจะแกล้งเรา
– เอาปลาไปใส่ตู้เย็น ไม่งั้นมันจะเน่า
– ช่วยเตือนเรื่องนี้ด้วยนะ เดี๋ยวจะลืม
– รายได้ขนาดนี้ไม่มีทางรวย
– ต้องประหยัด ไม่งั้นอดตาย
– อายุมากขึ้น สุขภาพก็แย่ลง
– เลือกตั้งแล้วยังไงก็เปิดสภาไม่ได้ (อันนี้ผมเติมเอง ไม่เกี่ยวกับคุณบุญเกียรติ)
– เราคงต้องพึ่งมาตรา 7 (อันนี้ผมเติมเองอีก)
– การเมืองไทยกำลังวิกฤติ ก้าวสู่หุบเหวแห่งความหายนะ (อันนี้ผมก็เติมเองเหมือนกัน)
คนที่พูดหรือคิดในทำนองนี้มีแต่เรื่องของความกลัวการสูญเสียอยู่ในนั้น แต่ก็อดคิด อดพูดไม่ได้ ซึ่งการตอกย้ำทุกๆ ครั้งที่พูด และคิด ล้วนแต่มีผลลบต่อจิตสำนึกทั้งสิ้น
กลยุทธ์การคิดแบบ CEO (ซึ่งผมขอตั้งชื่อแข่งว่า “เคล็ดวิชาคิดบวกแบบ CEO”) เป็นหนังสือที่ผมขอแนะนำให้คนไทย ในสถานการณ์ขณะนี้อ่าน เพราะอ่านแล้ว “โดน” อุดหนุนหนังสือเล่มนี้รายได้บริจาคให้กับมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ด้วยครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *