เคล็ดลับบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุด

เคล็ดลับบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุด
มองมุมใหม่ : ดร.พสุ เดชะรินทร์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 มกราคม 2546
ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ บางบริษัทที่ต้องมีการ ลดเงินเดือนพนักงานเพื่อให้อยู่รอดนั้น พนักงานจะถูกลดเงินเดือนเพียงแค่ 6% ในขณะที่ผู้บริหารสูงสุดลดเงินเดือนตัวเองลง 20%
ในวารสาร Fortune ฉบับที่แล้ว มีบทความหนึ่งที่น่าสนใจและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน จึงขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันนะครับ โดยบทความนี้เป็นผลจากการสำรวจของทางวารสาร Fortune ร่วมกับ Great Place to Work Institute ใน San Francisco ที่ได้ทำต่อเนื่องมาทุกปี โดยเป็นการสำรวจว่าบริษัทไหนในอเมริกาที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด โดยทำการสุ่มสำรวจพนักงานกว่า 40,000 คน จากบริษัทที่ได้รับการเสนอชื่อ 269 บริษัท โดยในแบบสอบถามนั้นได้มุ่งเน้นที่จะสอบถามทางด้านนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมในการทำงาน
ผลการสำรวจของ Fortune ในเรื่องนี้ ผมได้ติดตามมาทุกปี และพบว่าในหลายๆ บริษัทที่ได้รับจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดนั้น มีเทคนิคและเคล็ดลับในการจูงใจบุคลากรที่น่าสนใจทีเดียว ท่านผู้อ่านจะลองนำไปใช้ดูก็ได้นะครับ แต่หลายๆ อย่างก็อาจจะไม่เหมาะกับวัฒนธรรมและสภาพการทำงานของคนไทย
ก่อนอื่นเรามาดูว่าบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับให้น่าทำงานด้วยมากที่สุด มีเคล็ดลับที่ใช้ในการจูงใจพนักงานอย่างไรบ้าง เริ่มจากอันดับที่หนึ่งคือ Edward Jones ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าค้าหุ้น และได้รับการจัดลำดับให้เป็นที่หนึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกัน บริษัทนี้มีสาขามากกว่า 7,000 แห่งทั่วอเมริกา และบริษัทนี้ใช้งบประมาณ 3.8% ของเงินเดือนและค่าจ้างพนักงานไปในการอบรมและพัฒนาพนักงาน ที่น่าสนใจก็คือพนักงานแต่ละคนจะได้รับการอบรมและพัฒนาประมาณ 146 ชั่วโมง หรือ 24 วันต่อปี
นอกจากนี้ พนักงานเข้าใหม่จะได้รับการอบรมมากกว่าพนักงานทั่วไปถึงสี่เท่า แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการพัฒนาพนักงาน และพนักงานเองก็รู้สึกว่าการได้รับการพัฒนานั้น เป็นสิ่งที่จูงใจให้รักบริษัทมากพอสมควร นอกจากนี้หุ้นร้อยละ 25 ของบริษัทถูกถือโดยพนักงาน ทำให้ทุกคนเกิดความกระตือรือร้นและสนใจที่จะทำให้ผลประกอบการของบริษัทออกมาดี
นอกเหนือจากบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับที่อยู่ในสิบอันดับแรกกันบ้างนะครับว่า เขามีวิธีการอย่างไรที่ทำให้บริษัทของเขาเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วย เท่าที่สำรวจดูจะพบว่าบริษัทเหล่านี้หลายแห่ง จะมีนโยบายที่จะไม่ลดพนักงานลงแม้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ หรือในบางบริษัทที่ต้องมีการลดเงินเดือนพนักงานเพื่อให้อยู่รอดนั้น พนักงานจะถูกลดเงินเดือนเพียงแค่ 6% ในขณะที่ผู้บริหารสูงสุดลดเงินเดือนตัวเองลง 20% ในบางบริษัทเรียกว่าอัตราการออกของพนักงานน้อยมากเพียงแค่ 2% และกว่าหนึ่งในสามที่อยู่กับบริษัทมามากกว่า 20 ปี
นอกจากนี้บริษัทเหล่านี้ยังมีการจูงใจพนักงานด้วยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำให้พนักงานเกิดความพอใจและความภักดี อาทิเช่น การจัดให้มีหลักสูตรโยคะให้กับพนักงานทุกคนฟรี การมีเก้าอี้นวดตัวให้พนักงานทุกคน มีการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ อยู่ตลอดเวลา หรือบริษัทที่ผลิตและขายขนมแห่งหนึ่ง ที่อนุญาตให้พนักงานทุกคนได้เป็นคนทดลองขนมใหม่ๆ ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทหลายแห่งที่มีการให้บริการดูแลหรือสถานรับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน การมีห้องออกกำลังกายที่มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการคือเรื่องของสุขภาพ ก็เป็นสิ่งที่สามารถจูงใจพนักงานได้เป็นอย่างดี บางบริษัทจะมีการให้บริการทั้งการตรวจรักษา ค่ายา และการทำฟันให้กับพนักงานและครอบครัวฟรี หรือมีการให้บริการดูแลทางการแพทย์ให้กับพนักงานที่เกษียณแล้ว พร้อมทั้งครอบครัวอีกด้วย ดูแล้วช่างใจดีจังนะครับ ไม่ทราบว่ามีองค์กรธุรกิจไหนในประเทศไทยที่บริการเหล่านี้บ้าง ถ้ามีเขียนมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ
อย่างไรก็ดี จะพบว่าบริษัทที่อยู่ในสิบอันดับแรกนั้น เป็นบริษัทที่เราไม่ค่อยคุ้นชื่อกันเท่าใด ที่นี้เราลองมาดูบริษัทที่พวกเราคุ้นชื่อกันบ้างว่าเป็นอย่างไรบ้าง บริษัทอย่าง Microsoft ที่อยู่ในอันดับ 20 ภายในบริเวณบริษัทประกอบด้วยสถานที่ในการออกกำลังกายอย่างครบถ้วน ทั้งสนามซอฟต์บอล ฟุตบอล รวมถึงล็อคเกอร์ส่วนตัวให้พนักงานทุกคน หรือบริษัทยาอย่าง Pfizer นั้นมุ่งเน้นที่การพัฒนาพนักงานในทุกระดับ ทุกคนมีอิสระที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆ อย่างเต็มที่
อีกทั้งพนักงานยังสามารถเบิกค่าเล่าเรียนในปริญญาขั้นสูงได้ หรือบริษัท Cisco ที่อยู่ในอันดับที่ 24 ที่มีสถานดูแลเด็กที่ดูแลบุตรหลานของพนักงานกว่า 400 คน ในขณะที่บริษัทอย่าง Intel ที่ไม่มีการแบ่งชนชั้นระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ไม่มีการสำรองที่จอดรถสำหรับผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารไม่มีห้องทำงานของตนเอง ไม่มีห้องอาหารพิเศษสำหรับผู้บริหาร อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงเวลาบินก็บินชั้นประหยัดเช่นพนักงานธรรมดา
ในขณะที่บริษัท American Express ที่อยู่ในอันดับที่ 36 นั้น พนักงานทุกคนรู้สึกว่าตนเองได้รับการยกย่องและให้เกียรติ ถ้าพนักงานธรรมดาโทรศัพท์หาผู้บริหารสูงสุด ผู้บริหารจะรับโทรศัพท์หรือโทรกลับตลอด หรือ IBM (อันดับที่ 38) ที่พนักงานทุกคนสามารถใช้บริการสถานดูแลเด็กและผู้สูงวัยกว่า 67 แห่งทั่วโลก
ทีนี้เราลองมาดูบริษัทที่มีวิธีการในการจูงใจพนักงานหรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบกิ๋บเก๋ไม่ซ้ำแบบใครกันบ้างนะครับ ที่ Baptist Health Care (อันดับ 15) ไม่มีความลับระหว่างบริษัทกับพนักงาน พนักงานทำความสะอาดจะทราบข้อมูลทางการเงินเทียบเท่ากับผู้บริหารสูงสุด และเมื่อใดก็ตามที่โรงพยาบาลมีผลสำรวจความพึงพอใจผู้ป่วยในระดับนำของอุตสาหกรรม พนักงานทุกคนจะได้รับเช็คมูลค่า $100
หรือบริษัท Vision Service Plan (อันดับ 16) มีหินจารึกชื่อของอดีตพนักงานที่เพิ่งเสียชีวิต เพื่อแสดงความระลึกถึงอดีตพนักงานเหล่านั้น ที่บริษัท MBNA (อันดับ 22) ถ้าพนักงานคนใดเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน จะได้รับเช็คของขวัญมูลค่า $500 (กว่าสองหมื่นบาท) มีรถลิมูซีนบริการให้ในวันแต่ง และสามารถลาพักร้อนได้มากกว่าปกติอีกหนึ่งสัปดาห์ เป็นอย่างไรครับเก๋ไก๋ดีนะครับ
เท่าที่ดูแล้ว ส่วนใหญ่บริษัทที่ได้รับเลือกให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วย 100 อันดับแรกนั้น มักจะมีวิธีการหรือแนวทางในการจูงใจที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผลตอบแทนที่สูงกว่าที่อื่น การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้ามาถือหุ้นบริษัท การมีบริการเสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกาย สถานเลี้ยงเด็ก การจ่ายค่าประกันสุขภาพให้กับพนักงาน การไม่มีช่องว่างระหว่างผู้บริหารและพนักงาน
และที่สำคัญก็คือ บริษัทจำนวนมากที่มีนโยบายที่จะไม่ปลดพนักงาน น่าจะมีการสำรวจในลักษณะเดียวกันในประเทศไทยบ้างนะครับ ผลลัพธ์ที่ได้มาคงจะน่าสนใจทีเดียว
ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาพาณิชยศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *