เคล็ดลับชีวิตเกินร้อย…

เคล็ดลับชีวิตเกินร้อย…
• คุณภาพชีวิต
ฝึกจิต-ออกกำลัง-กินถูกวิธี วารีสะอาด

“อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรค!!! เป็นลาภอันประเสริฐฉันใด การถูกโรคร้ายคุกคาม ย่อมบั่นทอนชีวิตให้สั้นลงฉันนั้น…

ข้อมูลจาก “องค์การอนามัยโลก” (World Health Organization: WHO) ระบุว่า จากการเก็บข้อมูล อายุขัยโดยเฉลี่ย จากประเทศสมาชิกของ WHO 193 ประเทศ พบว่า…

ประเทศที่ผู้ชาย มีอายุขัยโดยเฉลี่ย ยืนยาวที่สุด คือ ผู้ชายในประเทศซานมารีโน มีอายุขัยโดยเฉลี่ยที่ 80 ปี รองลงมา ได้แก่ ออสเตรเลีย ไอซ์แลนด์ ญี่ปุ่น สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ที่ 79 ปี แคนาดา อิสราเอล อิตาลี โมนาโก และสิงคโปร์ 78 ปี ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร 77 ปี เยอรมนี 76 ปี และสหรัฐอเมริกากับคิวบา 75 ปี

ส่วนผู้ชายไทยนั้นมีอายุขัยเฉลี่ยที่อยู่ 67 ปีส่วนประเทศที่ผู้หญิงมีอายุขัยโดยเฉลี่ยยืนยาวที่สุด คือ ประเทศญี่ปุ่น มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 86 ปี รองจากญี่ปุ่น ได้แก่ โมนาโกที่ 85 ปี อันดอร์รา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อิตาลี ซานมารีโน สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ 84 ปี แคนาดา ไอซ์แลนด์ และสวีเดน 83 ปี เยอรมนี 82 ปี สหราชอาณาจักร 81 ปี และสหรัฐอเมริกา คอสตาริกา และเดนมาร์ก 80 ปี ส่วนผู้หญิงไทยมีอายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 73 ปี

แม้อายุเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ในช่วง 67 ปี ทว่ายังมีคนไทย คนหนึ่งนามว่า “หมอเฉก” น.พ.เฉก ธนะสิริ ในวัย 83 ย่าง 84 ปี ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมอยู่ 100 ปี – ชีวีเป็นสุข ยืนยันหนักแน่นว่า เขาจะมีอายุยืนยาวให้ได้ถึง 120 ปี!!!

หมอเฉก เล่าเคล็ดลับการรักษาตัว รักษาใจมาจนถึงอายุ 83 ปี และจะเดินหน้าไปสู่ 120 ปี ว่า…”ผมเริ่มวางแผนชีวิตใหม่ เมื่อราว 45 ปีก่อน ตอนนั้นอายุ 38 ปี เริ่มจากออกกำลังกายทุกเช้ามืด ว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วง 2 – 3 ปีแรก เพิ่มการวิ่งเหยาะในอีก 2 – 3 ปีต่อมา จากนั้นเข้าห้องยิม และฝึกโยคะ ใช้เวลารวมไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง กินอาหารอย่างถูกวิธี เช่น กินผัก และผลไม้ให้มากกว่าเนื้อสัตว์ ดื่มน้ำ 10-12 แก้วต่อวัน พร้อมหมั่นฝึกจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส สร้างแต่กรรมดีอยู่เป็นนิจ และปัจจุบันก็ยังทำอยู่”

หลังจากการเปลี่ยนชีวิตแบบใหม่ หมอเฉก บอกว่า มีสุขภาพดีขึ้นมาก อัตราการเต้นของหัวใจจากเดิมอยู่ที่ 70 – 90 ครั้งต่อนาที ตอนนี้เหลือ 40 – 55 ครั้งต่อนาที ความดันที่เคยอยู่ระดับที่ 120 – 80 ก็เหลือ 110/70 การหายใจจาก 14 – 16 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 3 – 5 ครั้งต่อนาที นอกจากนี้ผลการตรวจเลือด ยังปกติทุกรายการ บริจาคโลหิตมาแล้ว 112 ครั้ง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 29 ปี”

คนรุ่นใหม่สมัยนี้ นิยมกินอาหารที่อายุยืน เช่น อาหารกระป๋อง อาหารซอง หรืออาหารแปรรูป อาทิ แฮม เบคอน ไส้หรอก แหนม เป็นต้น แต่หารู้ไม่ว่าอาหารเหล่านั้นจะเป็นตัวบั่นทอนให้มนุษย์อายุสั้น ผิดกับอาหารอายุสั้นอย่าง ผัก ผลไม้ ที่ยิ่งกิน จะยิ่งช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายมีพลัง และแข็งแรง ทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น” หมอเฉก แนะเคล็ดลับ

นอกจากนี้ “น้ำดื่ม” คือปัจจัยสำคัญในการทำให้อายุยืนอีกด้วย หมอเฉก บอกว่า น้ำเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ร่างกายมนุษย์มีส่วนที่เป็นน้ำถึงร้อยละ 75 น้ำเป็นสื่อกลางทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับ เมตาโบลิซึม (Metabolism: หมายถึง กระบวนการเปลี่ยน แปลงทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต) ของร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ น้ำเป็นตัวนำสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงออกซิเจน ฮอร์โมน และอีเลคโตรไลท์ ไปสู่ทุกส่วนของร่างกายและขจัดของเสียออกจากเซลล์

การศึกษาจากชนเผ่าต่างๆ ที่มีอายุยืนยาวมากๆ มักจะโชคดีที่มีแหล่งน้ำสะอาดธรรมชาติ ไว้ดื่มกิน เช่น น้ำพุภูเขา น้ำพุในถ้ำ เป็นต้นเป้าหมายมีอายุยืนยาว 120 ปี ของหมอเฉก คงไม่ไกลเกินเอื้อม หากดูแลสุขภาพกายและใจอย่างดี

จากการพลิกแฟ้มข้อมูลพบ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าทั่วประเทศ มีผู้สูงอายุ 6,824,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี (Centenarian) หรือเรียกว่า “ศตวรรษิกชน” จำนวน 4,000 คน โดยสาเหตุที่ผู้ชาย มีแนวโน้มอายุสั้นกว่าผู้หญิง เนื่องจากมีพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่า ทั้งเรื่องอุบัติเหตุจราจร การสูบบุหรี่ และดื่มสุราสำหรับสิ่งที่บั่นทอนชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันนั้น

ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมอยู่ 100 ปี – ชีวีเป็นสุข บอกว่า…”คนรุ่นใหม่ขี้เกียจออกกำลังกาย!!!” เด็กรุ่นใหม่ ดื่มแต่น้ำหวาน น้ำอัดลม กินขนมขบเคี้ยว ซองๆ และอาหารสำเร็จรูป (ฟาสต์ฟู้ดส์) ต่างๆ ขาดความรู้ไม่ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน และไม่เอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพอย่างจริงจัง

อีกทั้งภาครัฐไม่มีนโยบายในการส่งเสริมการศึกษา และปลูกฝังเรื่องราวของการดูแลรักษาสุขภาพอย่างลึกซึ้ง ขณะที่สื่อต่างๆ ส่วนใหญ่มีแต่การโฆษณาฯ การส่งเสริมความรู้เพื่อสุขภาพไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร “ผมเชื่อว่าหากหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชนสถานศึกษา สื่อมวลชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังช่วยกันส่งเสริมเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมในเชิงนโยบาย ในอนาคตเราก็จะเห็นเยาวชนไทยเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างมีสุขภาพดี” หมอเฉกย้ำเรื่องราวที่ หมอเฉก บอกเล่า

สอดคล้องกับข้อมูลของ กระทรวงสาธารณะสุข ที่ระบุว่าขณะนี้การเจ็บป่วยของคนไทย มีแนวโน้มเปลี่ยนจากโรคที่มีเชื้อก่อเหตุ เป็นจากพฤติกรรมการกินการอยู่แทน เมื่อเป็นแล้วจะรักษาไม่หายขาดเหมือนโรคที่เกิดจากเชื้อโรค และกลายเป็นโรคเรื้อรัง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเนืองๆ และเป็นโรคที่ต้องใช้ค่ารักษาแพงมากสำหรับโรคที่ประชาชนไทย ป่วยมากอันดับ 1 ในประเทศ ได้แก่ ความดันโลหิตสูงมี 1 ล้านกว่าราย รองลงมา ได้แก่ โรคเบาหวาน 7.5 แสนราย โรคหัวใจขาดเลือด 1.3 แสนราย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 9 หมื่นราย และโรคหลอดเลือดสมอง 7 หมื่นราย

หมอเฉก เล่าว่า ปัจจุบันในวัย 83 ปีเขาได้ยึดถือแนวทางการปฏิบัติตน เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องการอยู่ การกิน การออกกำลังกาย และการเจริญสติ การประพฤติดีอยู่ในศีลในธรรม เพื่อให้มีชีวิต มีความสุขมานานกว่า 40 ปีแล้ว และได้ถ่ายทอดเทคนิคการดูแลสุขภาพให้ยืนยาว ลงในหนังสือ “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้” ซึ่งเขากลั่นมาจากประสบการณ์ หลายสิบปี หวังให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมอยู่ 100 ปี – ชีวีเป็นสุข ย้ำอีกว่า ต้องยอมรับว่ายอดปรารถนาของมนุษย์ คือ การมีอายุยืนยาว ถ้าอยากสมหวัง เราต้องทำเอง ดังเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อัตตาหิ อัตตโน นาโถ แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่เช่นนั้นไม่มีทางสำเร็จ ต้องมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในดวงใจ และทำจนตาย อโรคยา ปรมาลาภา แปลว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

ถ้าใช้ชีวิตหรือมี ไลฟ์สไตล์ แบบคนรุ่นใหม่ ขี้เกียจออกกำลังกาย กินไม่เป็น ก็คงไม่มีบุญได้อยู่ถึง 120 ปี แน่นอน “ผมเชื่อมั่นว่าหากคนไทย หันมาศึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างถูกวิธี หยูกยาราคาแพงคงไม่มีความจำเป็น และการมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี คงไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน” เ ป็นคำพูดทิ้งท้ายที่หมอเฉก ฝากไว้ให้คนไทยทุกคน

“อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐอย่างแน่นอน ถึงเวลาหรือยังสำหรับคนที่อยากอยู่ดูโลกใบนี้นานๆ ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองเสียแต่วันนี้….เผื่อบางทีอาจได้เป็น “ศตวรรษิกชน” ผู้มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี…

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *