เก้าอี้นวด Rester ศาสตร์ความสำเร็จนักธุรกิจหนุ่ม 100 ล้าน ภายใต้วิกฤตศก.

เก้าอี้นวด Rester ศาสตร์ความสำเร็จนักธุรกิจหนุ่ม 100 ล้าน ภายใต้วิกฤตศก.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 2551 09:26 น.

นายดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง ผู้ค้นพบศาสตร์แห่งความสำเร็จ

ความมุ่งมั่นและตั้งใจ เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ที่หลายคนสามารถใช้เป็นปรัชญานำพาธุรกิจฝ่าวิกฤตในทุกช่วงเวลาได้ เพื่อไปให้ถึงทุกฝั่งฝันที่เราฝันไว้ แต่สำหรับนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปีที่มีชื่อว่า “ดำรงค์ วงษ์โชติปิ่นทอง” เจ้าของธุรกิจเก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพ แบรนด์ RESTER เรสเตอร์ ผู้ซึ่งกล้าออกมาบอกกับใครว่า วันนี้ เขาประสบความสำเร็จมีเงินเป็น 100 ล้านบาท จากพลังจิตใต้สำนึกที่เกิดจากความมุ่งมั่นและตั้งใจที่นำพาเขาไปสู่ความสำเร็จ

คุณดำรงค์ เริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยวัย 26 ปี จากเงินทุน 300,000 บาท และพนักงาน 2 คน ในช่วงที่เริ่มวางแผนจะทำ เป็นช่วงปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง เขาได้เลือกทำธุรกิจนำเข้าเก้าอี้นวดไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งในช่วงนั้นเขาเป็นรายแรกของประเทศไทยที่ทำเก้าอี้นวดชนิดหยอดเหรียญ

คุณดำรงค์ บอกกับเราว่า เหตุผลที่เลือกทำธุรกิจดังกล่าวในช่วงเวลานั้น เพราะมีความเชื่อว่า “ภายใต้วิกฤตย่อมมีโอกาส” และโอกาสที่ผมมองเห็นก็คือว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค คือ ช่วยผ่อนคลายความเครียด โดยนำเข้าจากประเทศไต้หวัน ซึ่งใช้ช่องการขายผ่านงาน Exhibition ช่วงแรกประสบความสำเร็จด้วยยอดขายรวม 10 ล้าน

เก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพเรสเตอร์

“จนมาถึงวันที่ผมสามารถทำรายได้กว่า 100 ล้านบาท ในเวลานั้นผมอายุ 30 ปีตามแผนที่ผมวางไว้ ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านผมกลับมาย้อนคิดและค้นหาเสมอว่า หลักของความสำเร็จมันมาจากอะไรกันแน่ เพราะ ความสำเร็จของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป บางคนจบเพียงแค่ชั้นประถมสามารถเป็นเจ้านายคนที่จบปริญญาโท ดังนั้น ความสำเร็จของเราคงไม่ได้มาจากการที่เรารู้ เรื่องการตลาด การขาย บัญชี กฎหมาย ฯ ซึ่งผมก็เชื่อว่า ทุกคนที่เรียนมาด้วยกันก็น่าจะรู้เหมือนกัน แต่ทำไมบางคนไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้มันแรงผลักดันให้ผมต้องการจะรู้ให้ได้ว่าหลักของความสำเร็จมันคือ อะไร จนกระทั่งผมตัดสินใจไปเรียน คอร์สแห่งความสำเร็จ ที่ประเทศอังกฤษ”

หลังจากไปเรียนมาทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า พลังจิตใต้สำนึกที่เรามุ่งมั่นจะทำให้อะไรให้สำเร็จ เป็นพลังที่แท้จริงของมนุษย์ มักจะเริ่มต้นจากแรงผลักดันภายในเสมอ แรงผลักดันชนิดนี้ คือ แรงบันดาลใจทีทำให้มนุษย์สามารถใช้ความรู้ พลังงาน ความสามารถที่ซ่อนเร้นภายใน รวมทั้ง ทรัพยากรที่มีอยู่ออกมา เพื่อที่จะทำให้ตนเองสมหวัง สมปราถนา การใช้พลังจิตใต้สำนึกให้ถูกวิธี จะช่วยให้มนุษย์เกิดแรงขับเคลื่อนชีวิตไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณดำรงค์ เล่าว่า ตั้งแต่ผมเรียนจบปริญญาตรี ผมได้ไปสมัครงานบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเขาได้รับเข้าทำงานในตำแหน่งจัดซื้อต่างประเทศ แต่ผมตั้งใจและมุ่งมั่นว่าผมจะเป็นนักขาย ผมจึงปฏิเสธ ทุกงานที่ไม่ใช่งานขายไม่ว่าเงินเดือนจะดีแค่ไหนก็ตาม เพราะถ้าเราไปทำจัดซื้อบุคคลิกของเราก็จะเปลี่ยนไป สามารถต่อรองคนอื่นได้ ทุกคนก็จะต้องเข้ามาง้อเรา ในขณะที่บุคลิกของงานขายเป็นงานที่ต้องเอาใจคนอื่นๆ ซึ่งงานจัดซื้อทำให้บุคลิกของผมเปลี่ยน และผมก็จะไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้

เพราะผมมีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าช่วงอายุเท่าไหร่ ผมจะมีอะไรและทำอะไร ดังนั้นเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรา เราจะต้องเป็นคนเลือกที่จะเป็น ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเลือกให้เรา ซึ่งเราจะต้องกล้าที่จะปฏิเสธโอกาสทั้งหมดที่เข้ามารอบตัวเรา เพราะมันคือ กับดักของชีวิตที่ทำให้เราไปไม่ถึงฝันความสำเร็จที่เราตั้งใจไว้

สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นและเป็นปรัชญาของชีวิตที่ยึดถือมาตลอด เกิดขึ้นมาจากความมุ่งมั่นและความเชื่อที่ว่า “ถ้าคนเราตั้งใจที่จะทำอะไรแล้ว ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จ” และพลังความคิดด้านบวก เป็นสิ่งหนึ่งที่สนับสนุนและเป็นพลังในการทำอะไรต่างๆ ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้

สำหรับการกำจัดอุปสรรคในชีวิต ที่จะเข้ามาในทุกด้าน เชื่อว่าไม่มีใครที่จะทำธุรกิจโดยไม่พบอุปสรรค สิ่งที่คุณดำรงค์ ใช้ได้ผลมาตลอด คือ การที่เรามุ่งเป้าไปที่จุดเดียว ทำให้มองไม่เห็นจุดอื่นๆ ไม่ว่าจุดนั้นมันจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม ซึ่งอุปสรรคใหม่และใหญ่กว่าเข้ามาทุกวัน แต่เราต้องโฟกัสไปตรงจุดหมายชัดเจนที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อมีอุปสรรคมากระทบแต่ก็ใช้ปัญญา ใช้ความคิด วิเคราะห์ หาทางแก้ไขจนสำเร็จ

การเพิ่มพลังจิตใต้สำนึก และหาวิธีของตัวเอง เป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหลายทั้งปวง จะต้องเริ่มจากตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน และลงมือกระทำ เมื่อทำไม่สำเร็จก็สามารถกลับมาทำใหม่ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ถ้าเรามีความเชื่อที่ว่า ตั้งใจทำอะไรให้สำเร็จแล้ว มันก็จะต้องสำเร็จ มันก็จะสำเร็จ

คุณดำรงค์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นกับคนที่รู้จักวิธีการบริหารความสำเร็จนั้นอย่างไร ต่างหาก ซึ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ใครหลายคนมองว่าปี 2552 จะต้องเผชิญกับปัญหาภาวะวิกฤตอีกครั้ง อยากให้ทุกคนมองทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผล ถ้าทุกคนมั่วแต่มองว่าว่าเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลไม่เก่ง โดยที่ไม่หันมาย้อนมองตัวเองว่าทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าคุณมีเป้าหมายชัดเจนไม่จำเป็นต้องไปมองหรือสนใจรู้เรื่องเหล่านี้ให้มันมากนัก เรื่องที่ไม่ควรรู้ก็อย่าไปรู้ ทำไปตามหลักการที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ ความสำเร็จอยู่ข้างหน้า เรื่องเหล่านี้ผมได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวผมเอง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *