อุบัติเหตุทางถนนในบริบทปัญหาทางสังคม

อุบัติเหตุทางถนนในบริบทปัญหาทางสังคม

ผศ. ดร. ทวีศักดิ์ แตะกระโทก

จากที่ได้มีการพยายามกำหนดคำจำกัดความ ของคำว่า “อุบัติเหตุ” ผ่านทางมุมมอง หรือแนวความคิดของแต่ละบุคคลและองค์กรนั้นๆ เอาไว้อย่างแพร่หลาย อาทิเช่น การใช้คำว่า “Trauma” เป็นคำที่ใช้ในแวดวงการแพทย์ เพื่อมาทดแทนคำว่า “Accident” ซึ่งมีความหมายที่หมายถึง “เหตุที่เกิดโดยบังเอิญ ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น” จากสาเหตุดังกล่าว เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่จะสามารถอธิบายและจัดประเภทของ “อุบัติเหตุ” ได้ และสามารถนำมาวิเคราะห์และวิจัยถึงระบาดวิทยาของ “อุบัติเหตุ” โดยสามารถแยกเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เหยื่อผู้ถูกกระทำ, เหตุที่เกิด และสิ่งแวดล้อมที่เกิดและสามารถระบุที่ไปที่มาได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถวางแผนแก้ไขป้องกันได้ดังที่ปรากฏอยู่ในบทความชื่อ “การป้องกันอุบัติเหตุกับการแพทย์” โดยอนันต์ ตัณมุขยกุล เมื่อปี 2526
อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ในบทความชื่อ “อุบัติเหตุในฐานะวิธีวิทยาสังคมศาสตร์” ได้ชี้ให้เห็นปัญหานอุบัติเหตุไว้ว่า เป็นการสะท้อนปัญหาการทำงานในสภาพปกติของสังคมว่าเป็นอย่างไร โดยจำแนกปัจจัย หรือตัวแปรหลักออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีผลต่อการทำงานในยามปกติของสังคม ได้แก่
1. ตัวแปรเชิงพฤติกรรมของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตัวแปรดังกล่าว จะง่ายต่อการสังเกต
และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
2. ตัวแปรระดับโครงสร้าง เช่น โครงสร้างทางด้านกฎหมาย โครงสร้างการวางแผนและ
ก่อสร้างถนน โครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างการบริหารและการทำงาน และสุดท้าย ได้แก่ โครงสร้างด้านงบประมาณ
3. ตัวแปรในเชิงวัฒนธรรม อาทิเช่น ด้านความคิดความเชื่อของคนในสังคมที่ดำรงอยู่
มาแต่เก่าก่อน ที่จะทำให้มองเห็นจิตสำนึกได้ยาก ดังนั้นจึงทำให้เปลี่ยนแปลงได้ยากที่สุด
ซึ่งแนวความคิดในการวิเคราะห์ปัญหาด้านอุบัติเหตุจากตัวแปรทั้งสามกลุ่มนี้จะสอดคล้องกับแนวคิดของ นพ. ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล ซึ่งแยกปัญหาอุบัติเหตุหลักออกเป็นปัญหาเนื่องจากตัวแปรเหตุปัจจัย (Proximal Determinants) และตัวแปรเชิงโครงสร้าง (Distal Determinants)

หากจะมองตามแนวทางที่กล่าวมาแล้วนั้น ทำให้ไม่น่าประหลาดใจที่จะพบว่ามาตรการหรือแนวทางที่กำหนดขึ้นมาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจึงให้ความสำคัญกับตัวแปรเชิงพฤติกรรม หรือตัวแปรเหตุปัจจัยตามนิยามของ นพ. ไพบูลย์ ทั้งนี้เนื่องจากง่ายต่อการสังเกตและทำให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายซึ่งจะสามารถนำไปขยายผลต่อไปได้
ในขณะที่ การแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างนั้น กับมีการให้ความสำคัญหรือได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินงานระยะเวลานาน และมองเห็นได้ช้าและอาจไม่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการกำหนดเป็นตัวชี้วัดสำหรับการทำการประเมิน
สำหรับปัจจัยในเชิงวัฒนธรรมนั้น อาจมองได้ว่าเป็นปัจจัยที่มีความละเอียดอ่อนพอสมควร โดยเฉพาะความเชื่อที่สะสมมานาน และมีในเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่น ความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม เชื่อว่าการตายด้วยอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องของกรรมเก่า ดังนั้นเหมือนเป็นดาบสองคมที่อาจมองว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่ในขณะเดียวกันอาจเป็นประโยชน์ต่อการบำบัดรักษาทางด้านจิตใจ ซึ่งถือเป็นสิ่งรองรับที่จำเป็นทางสังคม (Social Cushion) กรณีผู้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *