'อัมพาต' ทรมาน

“อัมพาต” ทรมาน
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง แขนขาไม่มีแรง อย่านิ่งนอนใจ

อัมพาตเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สมองเกิดภาวะผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดกับเนื้อสมอง ทำให้สมองส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ อาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร อาการที่มักจะพบได้ทั่วไปก็คือ พูดไม่ชัดพูดไม่ถูกความหมาย ลิ้นแข็ง แขนขาไม่มีแรง หรือชา ซึ่งอาการอาจเกิดได้แบบทันทีทันใด และค่อยๆ เป็นมากขึ้นในช่วง 2-3 วัน หรือเป็นๆ หายๆ

สาเหตุอาจแยกได้ง่ายๆ เป็น 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มหลอดเลือดสมองตีบตัน
2.กลุ่มเลือดออกในสมอง

สาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน

– เส้นเลือด มีการตีบแคบลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาของหลอดเลือดในสมอง ส่วนมากในคนไทยมักจะเป็นสาเหตุนี้

-.มีก้อนเลือดแข็งตัวขนาดเล็ก หลุดจากลิ้นหรือผนังหัวใจไปตามกระแสเลือด เกิดไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง

– มีการตีบแคบลง ของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองบริเวณคอ อาการระยะแรกจะแขนขาชา หรือมีอาการอ่อนแรงเป็นพักๆ หรือในบางราย มีอาการพูดไม่ออก หรือพูดไม่ชัด แต่ถ้าเป็นหลอดเลือดที่คอด้านหลังตีบ จะมีอาการมึนงงเป็นๆ หายๆ ความจำไม่ดีหรือตามัวลง

อาการและความรุนแรง แบ่งได้ 3 ระดับ คือ

อาการน้อย อาจมีเพียงพูดไม่ชัด มุมปากตก แขนขาไม่มีแรง เมื่อได้รับการรักษามักจะกลับคืนเกือบปกติ หรือหายเป็นปกติได้ในบางราย

อาการปานกลาง อาจเกิดขึ้นทันทีทันใด ขยับแขนขาไม่ได้ หรือพูดไม่ได้เลย กลุ่มนี้จำเป็นต้องรีบให้การรักษา เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ภายใน 3-5 วัน การฟื้นตัวในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะเห็นชัดประมาณสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งมักจะไม่เป็นปกติ อาจจะมีอาการเกร็งพูดไม่ชัด ซึ่งต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

อาการหนัก มักไม่รู้สึกตัวตั้งแต่ต้น หรือมีอาการซึมลงอย่างรวดเร็วมากภายใน 24 ชั่วโมง กลุ่มนี้มักเกิดกับผู้ป่วยที่หลอดเลือดสมองขนาดใหญ่ตีบตันมักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ได้แก่ การติดเชื้อในปอด จาการสำลัก สมองบวม เมื่อพ้นระยะวิกฤติแล้ว ผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้ระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่จะต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียง หรือรถเข็น

ปัจจัยเสี่ยงหลัก

1.70% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จะมีความดันโลหิตสูงกว่าปกติ จะมีโอกาสเสี่ยงมากถึง 10-12 เท่า

2.ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โดยมิได้รับการรักษาหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จะมีอัตราเสี่ยงได้สูงกว่าปกติ 2-3 เท่า

3.โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ชนิดขาดเลือดไปเลี้ยง มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 2-5 เท่าและมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเอเทรียลฟิบริลเลชั่น มีโอกาสเสี่ยงสูงถึง 6 เท่า

4.การสูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นอัมพาตได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ หากหยุดบุหรี่ได้ 2-5 ปี พบว่าโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลง 30-40%

ปัจจัยเสี่ยงรอง

1.มีไขมันสูงในหลอดเลือด (Hyperllpidemia) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดสมอง เกิดพยาธิสภาพ และมีการอุดตันตามมาในที่สุด

2.แอลกอฮอลล์ อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงได้ ถ้าดื่มในปริมาณมาก แต่ถ้าดื่มในปริมาณที่ไม่มากนัก อาจจะมีฤทธิ์ ป้องกันภาวะหลอดเลือดตีบได้

3.ขาดการออกกำลังกาย จะทำให้ผู้ป่วยอ้วนและเครียด ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมต่อการเกิดอัมพาต

4.ฮอร์โมน ยังไม่พบว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างชัดเจน ยกเว้นในผู้หญิง ที่รับประทานฮอร์โมนในขนาดที่สูงร่วมกับมีความดันโลหิตสูง หรือสูบบุหรี่

การป้องกัน

1.งดสูบบุหรี่
2.อย่าให้น้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน
3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4.รักษาความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
5.ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
6.ถ้าเป็นเบาหวาน ควรรักษาระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
7.ผู้ป่วยหลอดเลือดที่คอตีบ การผ่าตัดหลอดเลือดที่คอเป็นการป้องกันการเกิดอัมพาตซ้ำได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์คอมชัดลึก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *