ออกกำลังกาย…ก่อนจะสายเกินไป !


ออกกำลังกาย…ก่อนจะสายเกินไป !

โดย สุวิทย์ แสนปงผาบ ที่ปรึกษาด้านกายภาพบำบัด บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [2-5-2008]

วันนี้ขอพูดถึงเรื่องผู้สูงอายุสักนิดนะครับ… เผื่อว่าท่านผู้อ่านท่านใดจะมีไอเดียเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ถึงขั้นนำไปทำการตลาดสร้างรายได้ขึ้นมาเป็นกอบเป็นกำก็ได้นะครับ !

ปัจจุบันคนไทยหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นกระแสธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก็จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้คน

กระแสหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั่นก็คือ “การออกกำลังกาย” ดังนั้นธุรกิจหนึ่งที่เติบโตขึ้นและมีการแข่งขันกันมาก กระจายตัวตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ ย่านธุรกิจ นั่นก็คือ Fitness Center ซึ่งก็ถือว่าหลายรายประสบความสำเร็จ เพราะปัจจุบันคนต้องการสุขภาพที่ดี และยุคสมัยเปลี่ยนทำให้คนเริ่มใส่ใจความสวยความงามมากขึ้น อยากจะมีรูปร่างที่ดี เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังแถมได้หุ่นที่ดูเฟิร์ม ดูดี ในสายตาคนมองด้วย และยังปราศจากผลข้างเคียงของยา และนี่เป็นวิธีการที่ถูกต้องมากที่สุดแล้วสำหรับคนที่อยากมีรูปร่างดีๆครับ

เมื่อมองถึงด้านสุขภาพแล้ว แน่นอนการออกกำลังกายให้ผลดีต่อร่างกายอย่างยิ่ง ทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น ผลจากตรงนี้ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะโรคที่มีอัตราการตายสูง นั่นคือโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะแถบซีกโลกตะวันตก เนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารประเภทแป้งและไขมันในปริมาณมาก อาหาร fast foodทั้งหลายทั้งปวง ทำให้ไขมันในหลอดหลอดสูงขึ้น เป็นผลทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด เมื่อเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอก็เกิดอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวายเกิดขึ้นได้

และพฤติกรรมบริโภคอาหารแบบนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทยแล้วเช่นกัน นอกจากนั้นผลของความอ้วนจากการรับประทานอาหารยังทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น ดังนั้นการออกกำลังกายจะมีประโยชน์มากๆ งานวิจัยพบว่าการออกกำลังกายทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 59% รวมทั้งอาจลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

การออกกำลังกายมีผลดีต่อหัวใจและปอดอย่างมาก และต้องเป็นการออกกำลังกายแบบ “แอโรบิค” แต่เดี๋ยวก่อน ! ท่านที่กำลังอ่านอยู่อย่าเพิ่งคิดไปครับว่าจะต้องไป “เต้นแอโรบิค” เสมอไป เพราะการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ก็คือการออกกำลังกายโดยที่กล้ามเนื้อต้องใช้ออกซิเจนในกระบวนการผลิตพลังงานเพื่อให้กล้ามเนื้อสามารถออกแรงทำงานได้

มีคนถามต่อไปว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากล้ามเนื้อจะใช้ออกซิเจนเมื่อไร โดยทั่วไปแล้วการออกกำลังกายแบบต่อเนื่องตั้งแต่ 6 นาทีขึ้นไป ถือว่ากล้ามเนื้อจะเริ่มใช้ออกซิเจนแล้ว และโดยทั่วไปการออกกำลังกายนิยมให้มีทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 15-30 นาทีต่อครั้ง 2-3 วันต่อสัปดาห์ก็จะช่วยให้หัวใจเราแข็งแรงขึ้นนั่นเอง เห็นข้อดีอย่างนี้แล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายกันบ้างนะครับ

สำหรับคนทำงานส่วนใหญ่ หากไม่มีเวลาจริงๆก็ในบ้านนี่แหละครับเดินเร็วๆติดต่อกันสัก 15-30 นาทีนะครับ ให้ความเหนื่อยอยู่ที่รู้สึกเหนื่อยพอประมาณไม่ต้องหักโหมมาก หรืออย่าเป็นแบบคุณป้าแถวที่ทำงานนะครับ มีเถียงด้วยครับว่า เดินมาทั้งวันแต่ไม่เห็นผอมสักที เดินมากกว่าที่หมอบอก 15 นาทีอีก แต่ถามว่าเดินยังไง เธอบอกก็เดินไปเดินมา แต่สังเกตแล้วเธอก็จะเดินไปโต๊ะนู้นโต๊ะนี้ ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำไป ไปถึงโต๊ะไหนก็แวะคุยทีหนึ่งหยิบขนมใส่ปากคุยไปสักพัก ไปอีกโต๊ะหนึ่งก็คุยอีกทีรวมแล้วน่าจะหลายชั่วโมง โดยสรุปได้ว่าไม่ใช่การออกกำลังกายแบบแอโรบิคอยู่ดี เพราะมันไม่ต่อเนื่องกันนั่นเอง

รัฐบาลเองก็ได้ออกมารณรงค์ให้ออกกำลังกายกันมาหลายปีแล้ว แต่ที่เราเห็นจะใช้กันมากที่สุดนั่นก็คือการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิค ซึ่งอาจไม่ใช่ความเข้าใจผิดของใคร แต่อาจเป็นเพราะว่ามันทำง่ายที่สุดแค่ให้คนไปเต้นๆบนเวทีแล้วให้คนที่มาออกกำลังกายเต้นตามดูแลสนุกสนานกันไปอีกแบบ แต่สิ่งที่ลืมคำนึงกันไปนั่นคือคนสูงอายุหรือคนที่มีปัญหาข้อเข่า คนอ้วน กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถจะมาเต้นแอโรบิคแน่ เพราะท่าที่ใช้กันทั่วไปดูเหมือนว่าจะหนักไป แต่ก็จะเห็นมีอยู่บ้าง ทางทีดีก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มคนเหล่านี้ที่ก็อยากออกกำลังกายเช่นกัน แต่มีข้อจำกัดหรือปัจจัยหลายๆด้าน บางคนฝืนเต้นไปเต้นมาปวดเข่าหนักกว่าเดิมไปเลยก็มี หรือต้องระวังเรื่องของการล้มเพราะว่าผู้สูงอายุมีมวลกระดูกน้อยลงหากล้มแล้วกระดูกจะหักง่าย

ดังนั้นก็ต้องฝากให้หลายฝ่ายดูเรื่องนี้ด้วยครับ คนแก่ก็อยากออกกำลังกายเหมือนกันจะได้อายุยืนๆ และเราก็น่าจะมีการสนับสนุนกันในเรื่องนี้ด้วย การออกกำลังกายในคนกลุ่มนี้สามารถทำได้หลายอย่างเช่นการรำกระบี่กระบอง ไทเก๊ก หรือแม้แต่การเต้นแอโรบิค ที่สามารถออกแบบท่าให้เข้ากับวัยนี้ก็ได้เช่นกัน แต่สถานที่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเห็นเฉพาะย่านสวนลุมหรือสวนสาธารณะ ทำให้บางคนอยู่ไกลก็ยากแก่การเดินทาง แต่ถ้ากระจายออกมาได้ ผมว่าผู้สูงอายุจะมีความสุขมาก ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุนะครับ แต่คนที่มีปัญหาปวดเข่าซึ่งกีฬาแบบเต้นๆไม่เหมาะกับเขาหรือในคนอ้วนก็เช่นกัน คนไทยจะได้มีสุขภาพดีกันถ้วนทั่วหน้า

ผู้ประกอบการบางท่านอ่านแล้วมีไอเดียอะไรบ้างไหมครับ ผมว่าบางทีท่านอาจได้กลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นก็เป็นได้เหมือนกัน เพราะจริงๆแล้วกลุ่มคนที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ผมว่าเขาก็ต้องอยากออกกำลังกายเช่นกัน แต่บางทีการไปวิ่งในสวนสาธารณะมันก็ไม่สะดวก แถมอากาศเมืองไทยก็ร้อนด้วย หากได้ออกกำลังกายในห้องแอร์เย็นๆก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว หรืออาจจัดเป็น group exercise จะได้มีเพื่อนมาออกกำลังกายก็ดีไปอีกแบบ การออกกำลังกายก็อาจจะเน้นแบบเบาๆ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอด หรือกล้ามเนื้อที่ต้องการให้กระชับก็ยังทำได้

แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ การ control อัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้สูงมากเกินไป ท่าที่ใช้ในการออกกำลังกายไม่ไปมีผลต่อช่วงเข่าช่วงกระดูกสันหลังมากไป หรือจัดให้มีการดูแลกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เพราะดูจากแนวโน้มจำนวนประชากรในประเทศคาดว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าตัวในอีก 8-10 ปีข้างหน้า เมื่อคนอายุมากขึ้นระบบประสาทจะทำงานช้าลง มวลกระดูกลดลง กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง มีโรคประจำตัวมากขึ้นเช่น โรคหัวใจหลอดเลือดที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อมโดยเฉพาะข้อเข่า

ซึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเหล่านี้ได้ดีมากๆวิธีหนึ่งก็คือการออกกำลังกาย ดังนั้นผู้สูงอายุก็คงต้องการคนดูแลในเรื่องนี้ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ลูกค้ากลุ่มนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะครับ เมื่อทำการตลาดดีๆ ลูกค้ากลุ่มนี้ก็มีจำนวนไม่น้อย บางครอบครัวอาจจะยกกันมาทั้งบ้านเลยก็เป็นไปได้ มีความสุขทั้งคนได้ออกกำลังกายและผู้ประกอบการด้วย

ที่สำคัญต้องทำถูกวิธีและเข้าใจปัญหาของลูกค้าด้วย ก็เช่นเคยครับ หากมีปัญหาสุขภาพก็สามารถปรึกษากันได้ที่ heathbizz@gmail.com ครับ สำหรับคนที่ถามมาแล้วก็ทยอยตอบให้แล้วนะครับ ปีใหม่ไทยผ่านไปก็ขอให้มีความสุข มีสุขภาพดีกันถ้วนหน้านะครับ


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *