อยากเปิดร้านกาแฟทำอย่างไร

อยากเปิดร้านกาแฟทำอย่างไร

1. ร้านกาแฟคือธุรกิจ – ผู้ที่สนใจเปิดร้านกาแฟโดยส่วนมากเป็นเพราะมีใจรักในกาแฟ และบรรยากาศในร้านกาแฟ ซึ่งจริงๆแล้วถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับ
การที่เราทำอะไรด้วยใจรักทำให้เรามีความกระตือรือร้นและทุ่มเทให้กับงานนั้นๆมากเป็นพิเศษ

แต่แค่ใจรักในกาแฟอย่างเดียวยังไม่เพียงพอครับ ต้องคำนึงถึงเรื่องธุรกิจในแง่ของรายได้ด้วยครับ

ถ้าอยากให้ความฝันที่อยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองกลายเป็นจริงละก็ ต้องลืมความฝันนั้นไปก่อนครับ
ให้เอาหลักธุรกิจมานำหน้าความฝันชั่วคราวครับ แล้วความฝันนั้นถึงจะเป็นจริงครับ

2. ศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ – ยิ่งคุณมีข้อมูลมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้การตัดสินใจของคุณมีความเสี่ยงน้อยลงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเลือกทำเล,
การเลือกซื้อเครื่องชง,การตั้งราคา,การตกแต่งร้าน ฯลฯ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟและการเปิดร้านที่ใหญ่ที่สุดก็คือ
ข้อมูลที่อยู่ในอินเตอร์เนตที่แหละครับ เช่น เวปของพี่เก๋( http://www.roytawan.com ),
เวปของคุณบุ๊ง( http://www.bangkokespressolab.com ),เวปของลุงรภ( http://www.chiangmaicoffee.com ) ฯลฯ

ความรู้ที่ควรศึกษาก่อนตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ ก็เช่น
– คำศัพท์ทางเทคนิคต่างๆที่ใช้กันในวงการกาแฟ ว่าแต่ละคำหมายความว่าอย่างไร เช่น perfectshot , single shot , double shot ฯลฯ

ความรู้ด้านเครื่องชงและเครื่องบด แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ราคาถูกหรือแพงกว่ากันอย่างไร บริการหลังการขายของแต่ละยี่ห้อเป็นอย่างไร ฯลฯ

– ความรู้เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ เช่น พันธุ์อราบิก้า ต่างกับ พันธุ์โรบ้สต้า อย่างไร กาแฟเบลนด์ กับกาแฟอราบิก้า 100 % มีข้อดีข้อเสียอย่างไร กาแฟที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร ฯลฯ

3. หาทำเล – ทำเลที่ตั้งคือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจครับ ถ้ายังหาทำเลดีๆไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบเปิดร้านครับ ใจเย็นๆ

รสชาติของกาแฟถ้าไม่อร่อย เมื่อเปิดร้านไปแล้วเรายังปรับปรุงได้ แต่ถ้าเลือกทำเลไม่ดี เมื่อเปิดร้านไปแล้วจะย้ายร้านไปหาทำเลอื่น เป็นเรื่องยากครับ

ทำเลที่เหมาะสำหรับเปิดร้านกาแฟควรเป็นดังนี้ครับ (เอาไว้วันหลังผมจะเขียนหัวข้อเรื่องการหาทำเลเปิดร้านให้ละเอียดๆ แยกไว้ต่างหากอีกทีนะครับ)

– ต้องเป็นทำเลที่มีคนเดินผ่านหน้าร้าน ยิ่งมีคนเดินผ่านหน้าร้านกาแฟเรามากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสขายกาแฟได้มากเท่านั้นครับ
เพราะต้องไม่ลืมว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่อาหารหลักในการประทังชีวิตครับ
มีน้อยมากครับ ที่จะมีลูกค้าตั้งใจขับรถออกจากบ้าน เพื่อมาซื้อกาแฟทานที่ร้านประจำซัก 1 แก้ว
แล้วก็ขับรถกลับบ้าน ส่วนใหญ่ จะตัดสินใจซื้อกาแฟก็ต้องออกบ้านไปทำธุระอย่างอื่นแล้วบังเอิญเดินผ่านร้านกาแฟแล้วได้กลิ่นกาแฟ
หรือร้านสวยสะดุดตา

– เป็นทำเลที่มีแถวคอย ทำเลที่มีแถวคอยคือทำเล ที่มีการต่อคิว หรือรอคิวเพื่อซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ซึ่งระหว่างที่รอคิวอยู่นั้น
คนส่วนใหญ่มักจะหากิจกรรมอื่นๆทำเพื่อฆ่าเวลา ซึ่งรวมไปถึงการหาซื้อกาแฟกิน ด้วยครับ เช่น ในโรงพยาบาล ไปรษณีย์ ฯลฯ

– เป็นทำเลที่อยู่ติดกับร้านค้าหรือธุรกิจที่ขายดีอยู่ก่อนแล้ว โดยอาศัยลูกค้าของร้านค้าหรือธุรกิจข้างๆร้านกาแฟของเรา มาเป็นลูกค้าของเราซะเลย
เช่น เปิดร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันที่ขายดีๆ , เปิดร้านกาแฟใกล้ร้านก๊วยเตี๋ยว, ฯลฯ

ข้อสำคัยอีกประการหนึ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ค่าเช่าพื้นที่ ครับ
ค่าเช่าพื้นที่ไม่ควรมีราคามากกว่า 30% ของยอดขายต่อเดือนของเรา
(ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการประมาณการยอดขายเอาเอง โดยต้องไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนะครับ)

4. เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ&เครื่องบดเมล็ดกาแฟ – หลังจากที่พอรู้ทำเลที่เราจะเปิดแล้ว จะทำให้เราสามารถประมาณการได้ว่า ร้านที่เรากำลังจะเปิด ควรเป็นร้านลักษณะไหน
เป็นซุ้มกาแฟเล็กๆ หรือเป็น คอนเนอร์ หรือจะเปิดเป็นร้านใหญ่ๆไปเลย

ซึ่งก็ควรที่จะเลือกซื้อเครื่องชงให้เหมาะสมกับขนาดของร้านเรา แต่ถ้าพอมีงบประมาณก็อยากจะแนะนำให้ซื้อเครื่อง ดีๆ ไปเลยครับ

ประหยัดอะไรก็ประหยัดได้ครับ แต่อย่าประหยัดงบ โดยการเลือกใช้เครื่องชง ราคาถูกๆ อย่าคิดว่าใช้เครื่องชงตัวไหนก็เหมือนกันนะครับ
มีหลายคนน้ำตาตกในเพราะเลือกซื้อเครื่องชงราคาถูกๆ มาแล้วครับ

ผมอยากให้ลองศึกษาข้อมูล เรื่องเครื่อชงกับเครื่องบดให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจซื้อครับ
(ผมเคยเขียนบทความเกียวกับวิธีเลือกซื้อเครื่องชงกับเครื่องบด เอาไว้ ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ)

5. การวาง concept ของร้าน – คอนเซปของร้าน มีความสำคัญค่อนข้างมากครับ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้บางคนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟ มากกว่าจะลงมือทำร้านของเราเอง
เพราะเค้าต้องการซื้อความสะดวกสบาย เนื่องจากทางแฟรนไชส์จะคิด คอนเซปร้านเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

ขอแยกย่อยเป็นหัวข้อ ดังต่อไปนี้นะครับ

– ชื่อร้าน ต้องอ่านง่าย พูดออกเสียงง่ายๆ ติดปากเร็ว จะภาษาไทยหรือ ภาษาฝรั่งก็ได้ครับ

– สีประจำร้าน ต้องมีโทนสีหลักๆเป็นเอกลักษณ์ของร้าน แต่อย่าใช้สีที่ดูแล้ว ให้ความรู้สึก ร้อน แสบตา นะครับ

– รายการเมนูเครื่องดื่มที่จะมีในร้าน เมนูเครื่องดื่มมาตรฐานต้องมีให้ครบ อาจจะมีเมนูพิเศษเสริมเพื่อดึงดูดความสนใจ ได้เหมือนกัน เช่น กาแฟใส่น้ำผึ้ง ,กาแฟใส่นมถั่วเหลือง ฯลฯ

– ราคา ควรสำรวจร้านกาแฟ แถวๆนั้น ว่าราคาเป็นอย่างไร อย่าตั้งถูกเกินไป เดี๋ยวเจ๊ง อย่าแพงเกินไป เดี๋ยวไม่มีคนเข้า ต้องคำนวนต้นทุนเครื่องดื่มแต่ละแก้วในเมนูออกมา จะได้คำนวนการตั้งราคาเครื่องดื่มได้ถูก

– เมนูเสริม นอกจากเครื่องดื่มแล้วควรจะมี อาหารรองท้องบ้าง เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมปัง ติ่มซำ ฯลฯ ควรมีพวก น้ำอัดลม เช่น โค้ก เปปซี่ ชาเขียวโออิชิ น้ำเปล่า เอาไว้ขายด้วย

– การตกแต่งร้าน ควรตกแต่งร้านให้เหมาะกับทำเลของร้าน ดูแล้วสบายตา รวมไปถึงการออกแบบป้ายเมนูของร้าน ก็ควรให้อ่านง่าย มีราคาติดชัดเจน

ซึ่งผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ หาโอกาสตระเวณชิมกาแฟตามร้านต่างๆดูครับ
เพื่อนำเอาข้อดีของร้านอื่นๆ มาปรับใช้ในร้านเรา และถ้าเจอข้อบกพร่องของร้านอื่นๆ
ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นในร้านของเราครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รสชาติ , การให้บริการ ,บรรยากาศ ,การสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม ฯลฯ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *