หารายได้เพิ่มซะดีๆ ที่รัก

หารายได้เพิ่มซะดีๆ ที่รัก

วิธีเก็บเงินที่ตรงไปตรงมาที่สุดจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการประหยัดอดออม แต่ถ้าเขียมก็แล้ว นุ่งเจียมห่มเจียมก็แล้ว ยังเหี่ยวแห้งอยู่เหมือนเดิมคงต้องชวนกันหาช่องทางเพิ่มรายได้ในครัวเรือนกันสักทีถ้าคุณและสามีสุดเลิฟเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาเหมือนๆ กับคนอีกหลายล้านคน รายได้แต่ละเดือนเท่าไหร่ก็เท่านั้น เมื่อต้องการเงินก็ต้องหางานเพิ่มเข้ามา แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนมาตลอด จะทอดปาท่องโก๋ขายบ้านก็อยู่ก้นซอยปลอดผู้คน หรือทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง อย่าเพิ่งล้มเลิกความตั้งใจนะคะ ลองเริ่มศึกษาหาความรู้ดูว่าสองเราสามารถทำมาค้าขายหรือหาช่องทางไหนได้บ้าง
5 ช่องทางเพิ่มรายได้
1. รายได้เพิ่มจากงานประจำ วิธีนี้ง่ายที่สุดเพราะถึงแม้จะขาดแคลนความสามารถด้านอื่นๆ แต่แน่นอนละว่างานที่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันต้องเป็นสิ่งที่เชี่ยวชาญมากที่สุด ลองดูหน่อยสิคะว่าพอจะนำเอาความสามารถที่มีอยู่ไปรับจ๊อบได้มั้ย อย่างนักบัญชี นักคอมพิวเตอร์ ครู นักออกแบบ ฯลฯ ก็น่าจะพอไหว เริ่มจากเอ่ยปากถามญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงใกล้ชิดก่อน เพราะส่วนใหญ่ลูกค้ามักเริ่มจากคนกันเองก่อนนะคะ แต่มีเรื่องมารยาทที่ต้องขอเตือนให้ระลึกไว้หน่อยก็คือ อย่าทำขยันอยู่ดึกเพราะมัวง่วนทำงานนอก หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานกันมันส์มือ เพราะคนจ่ายเงินเดือนของคุณคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ที่เราใช้ทั้งเวลาและอุปกรณ์ของเขาไปทำจ๊อบนอก เดี๋ยวจะได้รับเชิญให้ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่อื่น คราวนี้ล่ะแทนที่จะมีรายได้เพิ่มรายได้ประจำกลับหดหายไปอีก
2. กลับมาดูกิจกรรมของคนในครอบครัว ทางบ้านทำกิจการอะไรอยู่บ้าง บางทีช่องทางก็มาจากกิจการที่พ่อแม่พี่น้องเราทำอยู่ แม้อาจดูน่าเบื่อไม่อยากทำ หรือหากจะทำก็ต้องทำจริงๆ จังๆ เป็นงานหลักไม่ใช่รายได้เพิ่ม แต่ถ้ามองดูดีๆ ธุรกิจ SME หลายต่อหลายเจ้าก็แตกหน่อมาจากธุรกิจเดิมของครอบครัวทั้งนั้น จะเสียหายอะไรถ้าลองเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อย่างเช่น ที่บ้านทำโรงงานเสื้อยืด รุ่นลูกก็ใช้เศษผ้ามาทำตุ๊กตาขาย พ่อทำรองเท้าแตะฟองน้ำ ลูกเกิดไอเดียทำพวงกุญแจหรือพี่รับทำกล่องกระดาษ น้องก็มาออกแบบการ์ดขาย ฯลฯ ไม่แน่ว่าอาชีพเสริมอาจจะนำไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองเข้าสักวัน
3. อาศัยความสามารถเฉพาะตัว บางคนมีความสามารถเฉพาะตัวไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับงานที่ทำอยู่เท่าไหร่ สมมติว่าทำอาชีพอะไรอยู่ก็ไม่รู้ล่ะแต่ความรู้ภาษาต่างประเทศดีเลิศ ก็น่าจะลองติวเด็กข้างบ้าน รับแปลเอกสาร ฯลฯ บางคนมีฝีมือทำอาหารใครชิมเป็นต้องชมก็น่าจะลองคิดดูว่าจะแปลงฝีมือเป็นเงินได้อย่างไร หรือคนไหนพูดเก่งเป็น Entertainer เสาร์-อาทิตย์ก็เสนอตัวเป็นพิธีกรงานแต่งหรืองานปาร์ตี้บ้าง แรกๆ อาจได้รับกล่องรับซองตามแต่ศรัทธา แต่พอปากต่อปากอาจจะรับทรัพย์อื้อใครจะรู้ ลองค้นหาความสามารถเฉพาะตัวดูดีๆ อาจจะเจอะก็ได้นะคะ
4. ผันงานอดิเรกให้เป็นเงิน นอกจากทำงานดูแลรับผิดชอบครอบครัวแล้วสิ่งที่คนเราอยากให้เวลากับมันมากๆ ก็คืองานอดิเรก อะไรก็ตามที่คนเราให้เวลามากก็เชี่ยวชาญมากไปโดยปริยาย เช่น ชอบปลูกต้นไม้ก็น่าจะคิดถึงเรื่องการปลูกต้นไม้ขายดู คนชอบสะสมของมีตั้งหลายคนที่นานๆ ไปก็เปลี่ยนสถานะเป็นคนขาย หรือคนชอบท่องเที่ยวมีกล้องก็ถ่ายภาพและเขียนบันทึกไว้ อย่าเก็บงำความประทับใจไว้คนเดียวลองส่งไปสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็ทำให้มีมูลค่าขึ้นมา ฯลฯ
5. สำรวจตลาด สำหรับคนคิดไม่ออกจริงๆ คงต้องหาอ่านจากในหนังสือว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่น่าสนใจเดินทางไปไหนก็สังเกตว่ามีอะไรที่น่าลองทำบ้าง หาเวลาพูดคุยกับคนอื่นๆ เผื่อจะได้ปิ๊งไอเดียขึ้นมา หรืออ่านหนังสือพิมพ์เห็นที่ไหนเปิดคอร์สสอนวิชาชีพอะไรก็ลองไปลงเรียนดู ลองหัดทำจนชำนาญมั่นใจแล้วค่อยเปิดร้านหรือตั้งรถเข็นขายวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อช่วยเก็บเงินเก็บทองกันสองเรา 
ทางเลือกมีตั้งหลายทาง ตกลงกันให้ได้ว่าจะเลือกอาชีพเสริมแนวไหน แล้วก็เริ่มลงมือหารายได้เสริมให้กับครอบครัวกันเลยนะคะ
นารา อาทิตย์รัก, นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 12 ฉบับ 138 เมษายน 2549

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *