หัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
• คุณภาพชีวิต
การรักษาและ 8 ปัจจัยกระตุ้น
ใจสั่นหน้ามืดเจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรงเป็นลม เป็นสัญญาณเตือน ให้รู้ว่า “หัวใจคุณเต้นผิดจังหวะ”และถ้าไม่อยากพิการ หรือเสียชีวิต ควรไปหาหมอให้เร็ว
ปรกติหัวใจจะเต้นด้วยอัตรา 60-100 ครั้ง/นาที เมื่อไหร่ก็ตามที่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมายถึง ภาวะหัวใจเต้นเร็ว หรือช้ากว่าปรกติ อาจเกิดจากความผิดปรกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ การนำไฟฟ้าหัวใจ หรือทั้ง 2 อย่างร่วมกันสัญญาณอันตรายได้คุกคามเจ้าของหัวใจแล้ว
หัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร
หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากการผิดปรกติของระบบไฟฟ้าในหัวใจ ความผิดปรกติดังกล่าวทำให้หัวใจเต้นช้า หรือเร็วผิดปรกติ รวมถึงเต้นสะดุด หรือกระโดด ซึ่งอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถเกิดได้กับคนทุกวัย แม้จะยังไม่ทำให้การทำงานของหัวใจเสียไป แต่ก็ไม่ควรละเลยอาการภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปรกติ
ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่นหน้ามืดเจ็บหน้าอกอ่อนเพลียไม่มีแรงเป็นลมหมดสติ หรือหัวใจวายขึ้นกับอัตราเร็วระยะเวลาที่เกิด รวมทั้งพยาธิสภาพของหัวใจอาการที่เกิดกับผู้ป่วยอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือกลัวจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้
บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำว่าอาการทั้งหมดเกิดจากความเครียด และได้รับยาคลายความวิตกกังวลหรือยานอนหลับมารับประทานเป็นระยะเวลานาน โดยอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้น จนมีความรู้สึกว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ดีขึ้น สามารถค้นหาสาเหตุและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมได้ดีกว่าเดิมมาก
หัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายแค่ไหน
แม้หัวใจเต้นผิดจังหวะจะไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจโดยตรง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานอันตรายที่เกิดขึ้นมักมาจากอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น อุบัติเหตุจากการเป็นลม หรือวูบหมดสติ ความเสี่ยงต่ออัมพาต หัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งยากต่อการรักษาให้ผู้ป่วยมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีได้เหมือนเดิม
การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปรกติ
ปัจจุบันการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปรกติทำได้โดยการรักษาด้วยยาการจี้หัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุการฝังเครื่องมือพิเศษ การผ่าตัด แก้ไขภาวะไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งมีทั้งแบบมาตรฐาน และชนิด Minimally Invasive Surgery
การจี้หัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุเป็นวิธีการรักษาภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปรกติที่ได้ผลดีถึงดีมาก (80-95%)การจี้หัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงมีอันตรายน้อยมาก เพราะคลื่นไฟฟ้าที่ใช้มีกระแสไฟฟ้าต่ำประมาณ 40-60 โวลต์ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่เนื้อเยื่อหัวใจอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียส พลังงานนี้จะไม่กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ หรือปลายประสาทผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย จึงสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่ต้องวางยาสลบ
ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปรกติส่วนหนึ่งจะไม่มีอาการทำให้ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อันจะทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวประสบปัญหายุ่งยากในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่อัมพาตจนถึงเสียชีวิต
ภาวะหัวใจเต้นผิดปรกติที่พบมากที่สุด คือ หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ชนิดที่เรียกว่า Atrial fibrillation ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดอัมพาตได้สูงถึง 10-15% ต่อปี เนื่องจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหัวใจจากการที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะหลุดลอยออกไปอุดหลอดเลือดสมอง
เกิดภาวะหัวใจอ่อนกำลัง อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สูงขึ้นเมื่อพบร่วมกับโรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน จึงเห็นได้ว่าในระยะยาวเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วจะเป็นการยากที่จะรักษาให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดีเหมือนเดิม
8 ปัจจัยกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
1.ความเครียด
2.ความกังวล
3.ความมุ่งมั่นจนเกินไป
4.การพักผ่อนไม่เพียงพอ
5.การออกกำลังกายหักโหม
6.การสูบบุหรี่
7.ดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมที่มีสารกาเฟอีนแอลกอฮอล์
8.การรับประทานยาหรือฉีดยาที่กระตุ้นหัวใจ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *