หักหัวคิวลูกจ้าง500บาทก่อนรับ 2พันบาท

หักหัวคิวลูกจ้าง500บาทก่อนรับ 2พันบาท

กรุงเทพฯ 1 มี.ค. –ลูกจ้างร้องเรียนมีบริษัทบางแห่งหัวใส จ่ายเงินช่วยค่าครองชีพ 2,000 บาท ให้ลูกจ้างที่ต้องการเงินด่วนก่อน แต่หักไว้ 500 บาท มีลูกจ้างรับไปแล้วหลายราย ด้านเลขาฯ สปส. ระบุอย่ารับ และให้ร้องเรียนเข้าไปยังกระทรวงแรงงานเพื่อเอาผิดตามกฎหมาย เผยขณะนี้มีผู้ประกันตนแจ้งสิทธิแล้ว 3.1 ล้านคน
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยได้รายงานว่า ได้รับแจ้งจากลูกจ้างผู้ประกันตนกับบริษัทแห่งหนึ่งระบุว่า นายจ้าง ซึ่งต้องรวบรวมรายชื่อลูกจ้างส่งให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อแจ้งยอดรับเงินช่วยค่าครองชีพจากรัฐบาลจำนวน 2,000 บาท แจ้งกับลูกจ้างว่าถ้าใครต้องการได้เงินทันที บริษัทจะจ่ายให้ 1,500 บาท ซึ่งมีลูกจ้างหลายคนรับเงินไปแล้ว
ด้าน นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนแจ้งลงทะเบียนและมีการตรวจสอบสิทธิแล้วประมาณ 3.1 ล้านคน จากผู้มีสิทธิกว่า 8 ล้านคน ตนอยากให้รีบไปลงทะเบียน ภายในวันที่ 6 มีนาคม เพราะโอกาสจะได้เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ภายในวันที่ 26-27 มีนาคม หากใครยังไม่แน่ใจเรื่องสถานภาพของสิทธิ ขอให้ไปแจ้งลงทะเบียนก่อนเพื่อจะได้มีการตรวจสอบสิทธิ และสิทธินี้จะอยู่กับผู้ประกันตน โดยไม่เสียสิทธิ
ส่วนกรณีที่มีนายจ้างบางบริษัทรวบรวมรายชื่อลูกจ้างส่งให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อรับเงินช่วยค่าครองชีพจากรัฐบาลจำนวน 2,000 บาท โดยแจ้งกับลูกจ้างว่าถ้าใครต้องการได้เงินทันที บริษัทจะจ่ายให้ 1,500 บาท ซึ่งมีลูกจ้างหลายคนรับเงินไปแล้วนั้น นายปั้น กล่าวว่า สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่ารับเงินเป็นอันขาด และหากนายจ้างให้เซ็นสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับเงิน 2,000 บาท ห้ามทำสัญญาเพราะหากเกิดการฟ้องร้องจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ได้ จึงขอให้ลูกจ้างอดใจรอเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ทางเจ้าหน้าที่จาก สปส. จะนำเช็คไปให้แก่ลูกจ้างโดยตรง นอกจากนี้ หากลูกจ้างรายใดพบเห็นว่า นายจ้างมีพฤติกรรมส่อไปในทางมิชอบสามารถส่งบัตรสนเท่ห์ โดยระบุชื่อของนายจ้าง และชื่อบริษัทที่ถูกต้องแท้จริง มาที่ สปส. หรือ กระทรวงแรงงาน จากนั้นจะตรวจสอบหากมีความผิดจริงจะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับบรรยากาศการลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยค่าครองชีพจากรัฐบาลจำนวน 2,000 บาท ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เขต 3 ภายในกระทรวงแรงงานวันนี้เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงเจ้าหน้าที่ สปส. มาตรวจสอบหลักฐานของผู้ที่มายื่นความจำนงเท่านั้น โดย นางอรุณี อุรัจจเสวก นักวิชาการแรงงานระดับชำนาญการของสำนักงานเขต สปส. เขต 3 กล่าวว่า เนื่องจากนายจ้างหลายคนคิดว่า ยังคงมีม็อบปิดประตูเข้าออกทำให้ไม่กล้ามายื่นแบบฟอร์ม ทั้งนี้ นางอรุณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่รัฐบาลกำหนดให้บริษัทมาลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.จนถึงเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) เฉพาะเขต 3 มีผู้มาลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 165,435 คน จากยอดทั้งหมด 410,715 คน
นางอรุณี กล่าวว่า ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การลงทะเบียนนอกเขตพื้นที่ที่ได้แจ้งไว้กับ สำนักงานเขต สปส. ที่รับผิดชอบ อาทิ บริษัทที่มีสาขาต่างจังหวัดก็มักจะมายื่นยังสำนักงานใหญ่ที่ กทม. ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้ลูกจ้างที่อยู่ต่างจังหวัดจะได้รับเงินช้ากว่าที่กำหนด ซึ่งแนะนำโดยการให้นายจ้างไปยื่นตามเขตที่บริษัทนั้น ๆ แจ้งไว้กับ สปส. เพื่อให้ลูกจ้างได้รับเงินตามกำหนด
ส่วนอีกปัญหาที่พบมากเช่นเดียวกัน คือ บริษัทไม่ได้ทำฐานทะเบียนของลูกจ้างให้ถูกต้อง อาทิ นายจ้างนำเอกสารมาลงทะเบียน แต่ปรากฏว่าไม่มีชื่อลูกจ้างในทะเบียนประกันสังคม จึงขอให้นายจ้างเพิ่มความรับผิดชอบโดยให้แจ้งกับ สปส.ล่วงหน้า 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และหากลูกจ้างออกจากงานให้แจ้งภายใน 15 วัน หลังออกจากงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับลูกจ้างของตนเอง ทั้งนี้ หากยังไม่มาแจ้ง ทาง สปส. จะดำเนินการตามกฏหมายแก่นายจ้างโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยค่าครองชีพจากรัฐบาลจำนวน 2,000 บาท นายจ้างสามารถมาลงทะเบียนให้กับลูกจ้างได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 6 มีนาคม 2552 ที่สำนักงานประกันสังคมเขตที่ทางบริษัทได้แจ้งไว้.

ขอบคุณที่มา : สำนักข่าวไทย

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *