หลุมพรางคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง

หลุมพรางคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง
มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
เนื้อหาในสัปดาห์นี้ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่พยายามนำเสนอแง่มุม และแนวคิดที่อาจจะแตกต่างกันออกไปบ้าง เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและการทำงาน ซึ่งก็คงจะสรุปได้ว่ายากที่จะมีหนทางที่ดีที่สุดที่สวยงามทุกฝ่าย
ท่านผู้อ่านคงจะต้องเลือกชีวิตของท่านครับว่าจะมุ่งเน้นในด้านใด เป็นพวกที่ทำงานเก่ง ก้าวหน้า ได้รับคำชมอยู่เสมอว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภาพ ทำงานได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน เป็นที่คาดหวังและพึ่งพิงของเจ้านาย และเพื่อนร่วมงาน แต่อาจจะต้องกินข้าวกลางวันบนรถ กลับไปถึงบ้านไม่เคยได้ทันเจอหน้าลูก พาครอบครัวไปเที่ยวทะเลก็ต้องเอางานไปนั่งทำด้วย หรือคนอีกประเภทที่อาจจะไม่ก้าวหน้าเร็วเท่าพวกแรก แต่คุณภาพชีวิตดีกว่ามาก คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะต้องเลือกกันเอง
สัปดาห์นี้เราจะมาดูต่อว่าทำงานอย่างไรถึงจะทำให้ชีวิตมีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกันผลงานก็ออกมาในระดับที่น่าพอใจ
มีคำอยู่คำหนึ่งซึ่งเราอาจจะหลงระเริงอยู่ นั่นคือคำว่า Multitasking ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรียกในภาษาไทยว่าอย่างไร แต่คำนี้เรามักจะเจอเวลาพูดถึงใครก็ตามที่สามารถทำงานไปได้พร้อมๆ กันหลายอย่าง เช่น ในขณะที่นั่งประชุมก็ตอบอีเมลไปพร้อมๆ กัน หรือในขณะที่ลูกน้องกำลังเข้ามาปรึกษาปัญหาเรื่องการทำงาน ก็กำลังเซ็นเอกสารไปด้วย
ส่วนใหญ่เรามักจะพูดในแง่ของคำชมเชยหรือชื่นชม ซึ่งคนที่ได้รับคำชมก็มักจะเหลิง และนึกว่าตัวเองเก่งจริง ที่สามารถทำงานได้ทีละหลายอย่าง แต่จริงๆ แล้วคำนี้เป็นดาบสองคมนะครับ ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่าในชีวิตจริงเราสามารถทำงานในลักษณะ Multitasking ได้อย่างมีคุณภาพจริงหรือไม่
ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้สมองเท่าไหร่ เช่น ฉีกกระดาษ ดื่มน้ำ ก็ยังพอจะทำได้ แต่ถ้าเป็นงานที่จะต้องอาศัยการคิด และสมาธิจริงๆ ก็คงจะต้องถามว่าเป็นไปได้จริงหรือที่เราจะทำงานพร้อมกันสองอย่างออกมาได้อย่างมีคุณภาพทั้งคู่ และถ้าใครชอบทำงานลักษณะ Multitasking บ่อยๆ สุดท้ายแล้วก็คงหนีไม่พ้นการเป็นโรคสมาธิสั้นในที่ทำงาน แบบที่เขียนนำเสนอเมื่อสามสี่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะเราจะมีเวลาไม่ถึงสิบวินาทีในการเพ่งสมาธิหรือให้ความสนใจกับงานหนึ่งอย่างจริงจัง
อาจจะเรียกได้ว่า Multitasking เป็นการทำงานสำเร็จพร้อมๆ กันหลายอย่างได้อย่างไม่มีคุณภาพ และถ้าท่านผู้อ่านเป็นพวกที่ชอบ Multitasking จริงๆ ลองนึกภาพดูว่าเวลาท่านอยู่ในห้องประชุม เจ้านายและเพื่อนร่วมงานกำลังถกเถียงกันในเรื่องสำคัญ ส่วนตัวท่านเองก็กำลังตอบอีเมลที่สำคัญอยู่ด้วย ท่านคิดว่าท่านจะสามารถแบ่งสมาธิและใจของท่านออกเป็นสองส่วนและทำให้งานออกมามีคุณภาพพร้อมกันได้หรือไม่
ผมเองก็เจอบ่อยๆ ไปสอนตามบริษัทต่างๆ แล้วผู้บริหารบางท่านก็ชอบควักโน้ตบุ๊คขึ้นมาด้วย ตอนแรกก็นึกว่าเขาคอยจดตามสิ่งที่ผมพูด แต่พอเห็นเขาต่อสาย Lan แล้วก็เลยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วผู้บริหารเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ (เลยสูญเสียความมั่นใจเหมือนกันครับว่า ตัวเองสอนหนังสือไม่รู้เรื่อง)
หรือในอีกสถานการณ์หนึ่ง ลูกน้องของท่านนำเรื่องที่สำคัญเข้ามาปรึกษากับท่าน แต่ในขณะที่ท่านฟังลูกน้องของท่านพูดอยู่นั้นก็ตอบเมลหรือเซ็นแฟ้มไปพร้อมกัน ท่านผู้อ่านลองนึกดูซิครับว่าลูกน้องของท่านจะชื่นชม หรือท่านจะทำให้ลูกน้องมีความภักดี และมุ่งมั่นในการทำงานเพียงใด ในเมื่อท่านยังไม่สามารถให้ความสนใจกับปัญหาของลูกน้องเต็มที่ แล้วทำไมเขาต้องให้ความสำคัญและมุ่งมั่นต่อตัวท่านด้วย
นอกเหนือจากเรื่องของ Multitasking แล้ว ปัญหาอีกประการหนึ่งในการทำงาน ก็คือเรื่องของเวลา ปัจจุบันเวลากำหนดนัดหมายหรืองานต่างๆ แล้ว เรามักจะนำระบบ Just-in-Time (JIT) เข้ามาใช้เสมอ นั้นคือระหว่างนัดต่างๆ นั้นจะมีเวลาให้ขยับตัวหรือเผื่อไว้ไม่เกินห้าถึงสิบนาที ผู้บริหารบางท่านมีตารางนัดหมายหรือคิวกิจกรรมที่ยุ่งกว่าดาราหรือนักร้องเสียอีก เคยมีโอกาสเจอผู้บริหารหลายท่านที่ถ้าจะนัดหมายแล้ว จะต้องนัดอีกสองถึงสามเดือนล่วงหน้า (แม้กระทั่งเวลาสักครึ่งชั่วโมง) หรือบางครั้งเวลาแค่สิบนาทีระหว่างนัดหมายยังแทบจะหาไม่ได้เลย
ทีนี้ท่านผู้อ่านลองนึกดูว่าถ้าระบบเรื่องเวลาในลักษณะ Just-in-Time ข้างต้นมันช้าหรือพังไปแค่ส่วนหนึ่ง ก็จะส่งผลให้ทั้งระบบพังไปหมดเลย เพียงแค่นัดหมายหนึ่งที่เกินเวลาไปยี่สิบนาที ก็จะส่งผลในลักษณะลูกโซ่ และส่งผลกระทบต่อนัดหมายอื่นไปอีกทั้งวัน หรือถ้าหยุดกินข้าวเกินเวลาที่กำหนดก็จะทำให้ตารางในตอนบ่ายรวนไปหมด ถ้าท่านผู้อ่านมีลักษณะดังกล่าวหรือรู้จักใครที่มีลักษณะดังกล่าว ก็ต้องเรียนว่าบุคคลดังกล่าวมีชีวิตที่น่าสงสารมากครับ ไม่สามารถหยุดและนั่งพักลงได้แม้แต่นาทีเดียว เพราะจะส่งผลกระทบต่องานอื่นอีกทั้งวัน
ท่านผู้อ่านอยากจะใช้ชีวิตในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ครับ
สัปดาห์นี้พยายามนำเสนออีกแง่มุมในการทำงานนะครับ บางครั้งเราคิดว่าเราสามารถทำงานได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน (Multitasking) แล้วก็นึกว่าเราเก่ง หรือบางครั้งเราจัดตารางนัดหมายต่างๆ อย่างแน่นขนัดแล้วคิดว่าเราเก่งในเรื่องของ Just-in-Time
แต่จริงๆ แล้วทั้งสองเรื่องเป็นหลุมพรางของคนที่คิดว่าตัวเองเก่งนะครับ แทนที่จะทำให้งานออกมามีคุณภาพ กลับได้งานที่เสร็จจริง แต่อาจจะเสร็จแบบลวกๆ ท่านผู้อ่านก็คงต้องเลือกเอานะครับว่าจะเลือกใช้ชีวิตการทำงานแบบใด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *