หลักสูตรเพื่อการพัฒนาเมือง

หลักสูตรเพื่อการพัฒนาเมือง

หลักสูตรเพื่อการพัฒนาเมือง ปัจจุบัน ทั่วโลกมีมหานครขนาดใหญ่ (Megacity จำนวนประชากรมากกว่า 10 ล้านคนอาศัยอยู่) จำนวน 27 เมือง (The World Gazetteer, 2008) การพัฒนามหานครขนาดใหญ่นี้ต้องอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เนื่องจากมีสภาพการตั้งถิ่นฐานที่หนาแน่น มีสภาพและปัญหาที่เฉพาะเจาะจง มีสภาพเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างจากประชาชนในภูมิภาคอื่น

ในต่างประเทศ มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้เปิดทำการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยบางแห่งก่อตั้งวิทยาลัยเพื่อทำการศึกษาวิจัยและเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง (urbanization) เช่น

วิทยาลัยการวางผังเมืองและการจัดการสาธารณะ (College of Urban Planning and Public Affairs: CUPPA) มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (University Illinois)

ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1995 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับเมืองไปพัฒนาเมืองและมหานครทั่วสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ภายใต้วิทยาลัยประกอบไปด้วยศูนย์วิจัยและสถาบันวิจัยถึง 7 แห่ง เป็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ที่ได้จากการทำวิจัยกับการเรียนการสอน ได้แก่ ศูนย์เพื่อการพัฒนาเศรษฐศาสตร์เมือง (Center for Urban Economic Development) ศูนย์นาตาลี ดี วอร์ฮีส์ เพื่อการพัฒนาชุมชนละแวกบ้านและชุมชนขนาดเล็ก (Nathalie P. Voorhees Center for Neighborhood and Community Improvement) ศูนย์การจราจรและการขนส่งในเมือง (Urban Transportation Center) ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการสำรวจ (Survey Research Laboratory) สถาบันเพื่อการพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ (Great Cities Institute) สถาบันวิจัยนโยบายเชื้อชาติและนโยบายสาธารณะ (Institute for Research on Race and Public Policy: IRRPP) และศูนย์ปฏิบัติการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ขั้นสูงของเมืองใหญ่ (Great Cities Urban Data Visualization Laboratory)

การเรียนการสอนในวิทยาลัยแห่งนี้ จัดการเรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษาควบคู่ไปกับการทำวิจัย โดยนักศึกษาจะลงไปทำงานในพื้นที่จริง เพื่อรับรู้สภาพและคิดโครงการพัฒนาเมือง หลักสูตรที่เปิดทำการเรียนการสอน ได้แก่ ปริญญาโทสาขาการบริหารรัฐกิจและการวางผังเมือง (Masters Degrees in Public Administration and Urban Planning) หลักสูตรปริญญาเอกสาขาการบริหารรัฐกิจ การวางผังเมือง และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ (Doctor of Philosophy Degrees in Public Administration, Urban Planning, and Public Policy Analysis) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการจัดการองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (Certificate Program in Non Profit Management) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาเทคโนโลยีการสื่อสาร (Certificate Program in Information Technology) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการจัดการงบประมาณและการเงิน (Certificate Program in Budgeting and Financial Management) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการจัดการองค์การภาครัฐ (Certificate Program in Management of Public Organizations)

CUPPA จะทำงานร่วมกับ 50 องค์กรภาครัฐ และบริษัทเอกชนอีกหลายแห่งในชิคาโก้ที่รับนักศึกษาของ CUPPA เข้าไปฝึกงาน นอกจากนี้ ยังได้ทำงานร่วมกับวิทยาลัยอื่นที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเมืองโดยตรง ซึ่งมีประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และที่สำคัญ CUPPA ยังมีส่วนแนะนำแนวทางพัฒนาเมืองต่อกลุ่มผู้นำในเมือง หน่วยงานที่เป็นตัวแทนของมลรัฐและเมือง และชุมชนต่าง ๆ ในหลายเมือง

วิทยาลัยโทบแมนแห่งสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง (Taubman College of Architecture and Urban Planning: TCAUP) มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan)

วิทยาลัยแห่งนี้ทำการศึกษาเพื่อการออกแบบและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีของเมือง นักศึกษาแต่ละหลักสูตรทุกคนต้องลงไปทำงานในพื้นที่จริง ได้แก่

หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Architecture) การเรียนการสอนในหลักสูตร จะเกี่ยวข้องกับกายภาพและโครงสร้างของเมือง ที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของเมือง นอกจากนี้ การเรียนการสอนจะเป็นการบูรณาการระหว่างทฤษฎีทางสถาปัตยกรรมศาสตร์กับความเป็นตัวตนของเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยหลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ หลักสูตรปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม (Bachelor of Science in Architecture) หลักสูตรปริญญาโทวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม (Master of Science in Architecture) หลักสูตรปริญญาโทสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Architecture) โดยแบ่งเป็นหลักสูตร 2 ปี และ 3 ปี หลักสูตรปริญญาเอกสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Ph.D. in Architecture)

หลักสูตรการวางผังเมืองและภูมิภาค (Urban and Regional Planning) เป็นหลักสูตรที่พัฒนานักศึกษาเพื่อเป็นผู้นำและนักบริการในหน่วยงานของรัฐและเอกชน องค์กรไม่แสวงหาผลไร และองค์กรอื่น ๆ ที่มีบทบาทในการวางแผน รวมถึงเป็นนักวิจัยและเป็นอาจารย์ โดยที่นักศึกษาทุกคนที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้ มีโอกาสทำวิจัยในเมืองและในชุมชน เพื่อฝึกเป็นการนักวางแผนและพัฒนาเมือง โดยหลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ หลักสูตรปริญญาโทสาขาการวางผังเมือง (Master of Urban Planning) ระยะเวลาเรียน 2 ปี และหลักสูตรปริญญาเอกสาขาการวางผังเมืองและภูมิภาค (Ph.D. in Urban and Regional Planning)

หลักสูตรการออกแบบเมือง (Urban Design) หลักสูตรนี้ นักศึกษาจะได้ฝึกการเป็นนักออกแบบสภาพแวดล้อมของเมืองและมหานคร โดยดูจากความเหมาะสมของพื้นที่ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และทฤษฎี นักศึกษาจะมีโอกาสลงไปทำงานในพื้นที่และออกแบบโครงการเพื่อปรับสภาพแวดล้อมของเมืองและมหานคร เช่น นิวยอร์ก ชิคาโก ดีทรอยต์ พอร์ตแลนด์ ลอสแอนเจลิส และซานฟรานซิสโก รวมถึงเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก หลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ หลักสูตรปริญญาโทสาขาการออกแบบเมือง (Master of Urban Design) ระยะเวลาเรียน 1 ปี

นอกจากนี้ นักศึกษายังสามารถเรียนหลักสูตรปริญญาโทที่บูรณาการตั้งแต่ 2 สาขาขึ้นไป ได้แก่ สถาปัตยกรรมศาสตร์และการวางผังเมือง สถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบเมือง (Architecture/Urban Design) สถาปัตยกรรมศาสตร์และการบริหารธุรกิจ (Architecture/Business Administration) สถาปัตยกรรมศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ (Architecture/Engineering) การวางผังเมืองและการบริหารธุรกิจ (Urban Planning/Business Administration) และการวางผังเมืองและนิติศาสตร์ (Urban Planning/Law) เป็นต้น

หลักสูตรการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate development) การเรียนการสอนในหลักสูตรเน้นการพัฒนาและแก้ไขสิ่งที่มีอยู่แล้ว นักศึกษาจะได้ฝึกความเชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง สถาปัตยกรรม การดำเนินธุรกิจ และกฎหมาย ซึ่งเป็นการเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองที่ครอบคลุมทุกด้าน หลักสูตรที่เปิดทำการเรียนการสอนคือ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาอสังหาริมทรัพย์ (Graduate Certificate in Real Estate Development) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมากกว่า 100 แห่งทั่วโลกที่เปิดวิทยาลัยหรือหลักสูตรเกี่ยวกับการพัฒนาความเป็นเมือง

ผมเคยเสนอแนวคิดว่า กรุงเทพฯ ควรตั้งมหาวิทยาลัยท้องถิ่นไว้ในหนังสือเรื่อง “กรุงเทพที่ผมฝัน” เมื่อ พ.ศ.2546 ซึ่งเขียนเกี่ยวกับรูปแบบของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเพื่อท้องถิ่นกรุงเทพฯ ซึ่งวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือ เป็นแหล่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอย่างกรุงเทพฯ โดยเปิดรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่ให้น้ำหนักการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับกรุงเทพฯ เช่น การวางผังเมือง การพัฒนาสภาพแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง ฯลฯ โดยเน้นการทำวิจัยอย่างเจาะลึกในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับกรุงเทพฯ อาจใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์” หรือชื่ออื่นที่สะท้อนความหมายของกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย แต่ไม่ซ้ำกับชื่อมหาวิทยาลัยอื่นที่มีอยู่แล้ว

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นเสมือน แหล่งมันสมองของเมืองหลวง โดยเป็นแหล่งรวมของอาจารย์ นักวิชาการ และนักวิจัย ที่ทำหน้าที่เป็น “คลังสมอง” (think tank) ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องเมืองหลวงและปริมณฑล เพื่อให้นโยบายการพัฒนากรุงเทพมหานครทุก ๆ เรื่องมีงานวิจัยรองรับ และทำหน้าที่เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ในท้องถิ่นของกรุงเทพฯ อย่างบูรณาการ มุ่งการพัฒนาเมือง ให้เกิดความยั่งยืน

* นำมาจากนิตยสารการศึกษาอัพเกรด ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 8 วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2551

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *