หลักกฎหมายเรื่องประกันภัยค้ำจุน (2)

หลักกฎหมายเรื่องประกันภัยค้ำจุน (2)

ฎ. 563/2538 กรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง เมื่อจำเลยที่ 2 นำรถยนต์บรรทุกซึ่งจำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้ไปใช้ โดยให้จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของตนเป็นคนขับ แล้วเกิดเหตุละเมิดขึ้น ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัยเอง จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัย และหาเป็นการขัดกับ ป.พ.พ. มาตรา 887 วรรคหนึ่งไม่
ฎีกาที่ 1564/2538 สัญญาประกันภัยค้ำจุนคือสัญญาซึ่งผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในความวินาศภัยที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอกต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ เมื่อโจทก์ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีนิติสัมพันธ์อันใดกับผู้เอาประกันภัยในอันที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของโจทก์ต่อบุคคลภายนอก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกคืนได้
ข้อสังเกต เรื่องนี้ น. เป็นเจ้าของและเป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์ไว้กับจำเลย โจทก์ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปโดยความยินยอมของ น. โดยประมาทชน ส. ได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ส. ไปแล้วมาฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาประกันภัยค้ำจุน ผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในวินาศภัยก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิด แต่คดีนี้โจทก์เป็นผู้กระทำละเมิดแต่ผู้เดียวและโจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย ตามกรมธรรม์ประกันภัยในข้อที่ว่า “ การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งผู้เอาประกันภัยเอง” นั้น หมายความว่า นอกจากผู้รับประกันภัยจะรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยกระทำละเมิดต่อผู้อื่นแล้วผู้รับประกันภัยยังยอมรับผิดในกรณีผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้กระทำละเมิดแต่ผู้อื่นเป็นผู้กระทำละเมิด โดยผู้นั้นได้ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น หาได้หมายความถึงให้สิทธิแก่โจทก์สวมสิทธิของผู้เอาประกันภัยไม่ เมื่อโจทก์ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย และข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีนิติสัมพันธ์อันใดกับผู้เอาประกันภัย ในอันที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่ ส. ผู้เสียหายคืนได้…

– หลักที่ว่าผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด ผู้รับประกันภัยค้ำจุนก็ไม่ต้องรับผิด มีความหมายรวมถึงว่า ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดเพราะคดีที่บุคคลภายนอกฟ้องผู้เอาประกันภัยนั้นขาดอายุความ หมายความว่าเมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับประโยชน์จากคดีขาดอายุความ ผู้รับประกันภัยก็ได้
ประโยชน์ด้วย

คำพิพากษาฎีกาที่ 1795/2523 จำเลยร่วมเป็นผู้ประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ จำเลยที่ 3 ซึ่งชนรถโจทก์ การที่โจทก์ฟ้องหรือขอให้ศาลเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นไม่ใช่ฟ้องในมูลหนี้ละเมิด แต่ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นคนภายนอกตามสัญญาประกันภัยจึงมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรก จะนำอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 448 วรรคแรก บังคับไม่ได้
เมื่อจำเลยที่ 3 ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิด เนื่องจากฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรียกร้องจากจำเลยที่ 3 แล้ว จำเลยร่วมซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887
ข้อสังเกต บุคคลภายนอกฟ้องผู้รับประกันภัยค้ำจุนให้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นเป็นการฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัยมิใช่ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ละเมิด ผู้รับประกันภัยจึงยกอายุความละเมิดขึ้นอ้างไม่ได้
– แต่ถึงแม้ผู้รับประกันภัยจะยกอายุความละเมิดขึ้นอ้างไม่ได้ก็ตาม แต่ผู้รับประกันภัยก็อาจอ้างได้ว่า ผู้เอาประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดเพราะคดีที่บุคคลภายนอกฟ้องผู้เอาประกันภัยนั้นขาดอายุความละเมิดแล้ว เมื่อผู้เอาประกันภัยหลุดพ้นความรับผิด ผู้รับประกันภัยก็ย่อมหลุดพ้นความรับผิดไปด้วย
– ผู้รับประกันภัยค้ำจุน มีความผูกพันที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาไม่ใช่ผู้ทำละเมิดหรือต้องร่วมรับผิดกับผู้ละเมิด ดังนั้นบุคคลภายนอกจะคิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ทำละเมิดมิได้
ฎ. 4015/2548 จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุน มีความผูกพันที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ไม่ใช่ผู้ทำละเมิดหรือต้องร่วมรับผิดกับผู้ละเมิด โดยมิได้ระบุให้จำเลยที่3 ร่วมรับผิดเช่นเดียวกับผู้ทำละเมิด จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันที่ทำละเมิดประกอบกับหนี้หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนมิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และโจทก์มิได้ทวงถามให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ตกเป็นผู้ผิดนัดมาก่อนที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป
– มีปัญหาว่า การที่ผู้เสียหายฟ้องผู้รับประกันภัยค้ำจุนนั้น ต้องทวงถามก่อนหรือไม่ คำตอบคือว่าถ้าเป็นกรณีละเมิดฟ้องได้ทันทีไม่ต้องทวงถามก่อน (ฎีกาที่ 1961/2517)
– มาตรา 887 วรรค 2 บัญญัติว่า “ บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยได้โดยตรง…” ฉะนั้นจึงฟ้องผู้รับประกันภัยได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้เอาประกันภัยด้วย แต่จะฟ้องทั้งสองคนก็ได้ ( ฎีกาที่ 1968/2523)
– ส่วนผู้เอาประกันภัยก็สามารถฟ้องผู้รับประกันภัยได้ในฐานะเป็นคู่สัญญา แต่ต้องเป็นการฟ้องให้ชำระหนี้แก่ผู้เสียหายไม่ใช่ฟ้องให้ชำระหนี้แก่ตนเพื่อนำไปชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหาย ( ฎีกาที่ 1726/2520 )
ตามมาตรา 887 วรรคสอง ให้สิทธิแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยโดยตรง บุคคลภายนอกจึงฟ้องผู้รับประกันภัยให้รับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยก็มีอำนาจฟ้องให้ผู้รับประกันภัยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ แม้ผู้เอาประกันภัยจะยังไม่ได้ชำระค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลภายนอกไม่ได้เรียกร้องเอาแก่ผู้รับประกันภัย
ฎีกาที่ 7584/2544 โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยในกรณีที่โจทก์จะต้องรับผิดเพื่อความเสียหายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากการใช้รถยนต์ที่โจทก์เอาประกันภัยไว้ ความรับผิดต่อโจทก์ที่มีต่อ ม. จึงได้เกิดขึ้นตั้งแต่รถยนต์ของโจทก์พุ่งตกจากสะพานลงบนหลังคาบ้าน ม. โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนในนามของโจทก์จากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 887 แม้โจทก์จะยังไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ม. เพราะกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องการรับช่วงสิทธิ

ฎีกาที่ 7222/2540 กรมธรรม์ประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย จำเลยจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เมื่อเจ้าของรถยนต์ที่ถูกรถโจทก์ชน ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์จนได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยยอมชำระเงินให้และโจทก์ถูกบังคับคดีแล้ว โจทก์จึงชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้ชำระค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอก หรือบุคคลภายนอกมิได้เข้ามาเรียกร้องต่อจำเลยก็ตาม หาทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใดไม่

มีข้อควรสังเกตอีกประการหนึ่งว่า หากผู้เอาประกันภัยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอก ถึงแม้ผู้รับประกันภัยมิได้รู้เห็นกับการทำสัญญาประนีประนอมนั้นก็มิได้หมายความว่าผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความผิด ผู้รับประกันภัยค้ำจุนยังคงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกอยู่แต่ไม่เกินจำนวนเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 3444/2527 สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 คู่กรณีมีเจตนามุ่งหมายที่จะระงับข้อพิพาทที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งได้กระทำการละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้าง จึงมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 ในมูลละเมิดระงับสิ้นไป โดยโจทก์ได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมลงชื่อด้วย จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงยังต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์ จนกว่าโจทก์จะได้รับค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2ผู้เอาประกันภัยครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายเพียง 17,500 บาท จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งจะต้องรับผิดต่อเมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 17,500 บาท
ข้อสังเกต กรณีตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวเป็นเรื่องผู้เอาประกันภัยในฐานะนายจ้างไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอก ผู้รับประกันภัยค้ำจุนไม่หลุดพ้นความรับผิด เพราะผู้เอาประกันภัยยังคงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกอยู่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
– แต่ถ้าหากกรณีเป็นว่า ตัวผู้เอาประกันภัยเป็นนายจ้างมิได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอกแต่ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้ทำละเมิดนั้นได้ทำสัญญาประนี ประนอมยอมความกับบุคคลภายนอก เช่นนี้ ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นนายจ้างนั้นหลุดพ้นความรับผิด เพราะหนี้ละเมิดที่นายจ้างจะต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างได้ระงับไปโดยสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ผู้รับประกันภัยค้ำจุนก็หลุดพ้นความรับผิดด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *