หยุดคิดสักนิด…ก่อนตกหลุมพรางรับสมัครงาน

หยุดคิดสักนิด…ก่อนตกหลุมพรางรับสมัครงาน
 
วันที่ : 7 สิงหาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์
 
          …รับสมัครงานหลายตำแหน่ง รายได้ดี 12,000–100,000 บาทต่อเดือน ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์  ทุกตำแหน่งทำงานในสำนักงาน สมัครและสัมภาษณ์แล้วรู้ผลทันที  สนใจติดต่อ 08x-xxxxxxx    
 
          งานพาร์ทไทม์ สามารถทำช่วงหลังเลิกงาน รายได้ดี 30,000–100,000 บาท สนใจติดต่อ 08x-xxxxxxx

          ทำงานทางอินเทอร์เน็ต รายได้ดี 50,000-100,000 บาทต่อเดือน  สามารถดูตัวอย่างรายได้ของผู้ประสบความสำเร็จในการทำงานนี้โดยคลิกด้านล่าง
 
          ทำงานประเทศแคนนาดา รายได้ดี ที่พักพร้อม สนใจติดต่อ คุณแอน โทร08x-xxxxxxx

            โฆษณารับสมัครงานหลากหลายรูปแบบเหล่านี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แผ่นป้ายติดประกาศบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง ตู้โทรศัพท์ เสาไฟฟ้า สะพานลอย…ใบปลิวที่ยืนแจกตามแหล่งชุมชน
เว็บไซต์สมัครงานทางอินเทอร์เน็ต ฯลฯ โฆษณาดังกล่าวล้วนแล้วแต่มีข้อความเชิญชวนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขของรายได้หรือเงินเดือนที่สูงลิ่ว จนทำให้ผู้ที่กำลังหางานทำ บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา ประชาชนทั่วไป รวมทั้งพนักงานที่มีงานประจำทำอยู่แล้วแต่ต้องการหารายได้พิเศษ เกิดความสนใจจนอดไม่ได้ที่จะติดต่อสมัครงานเข้ามา โดยหารู้ไม่ว่าตนกำลังตกเป็นเหยื่อของบริษัทรับสมัครงานกำมะลอเหล่านั้นเข้าให้แล้ว

          ตัวอย่างต่าง ๆ ของการหลอกลวงผ่านการรับสมัครงาน เช่น
 
           หลุมพรางของกลลวงแชร์ลูกโซ่ หรือ
Money Game ที่บริษัทรับสมัครงานเหล่านี้ได้อาศัยช่องทางโฆษณารับสมัครงานแฝงตัวเข้ามาหลอกลวงผู้ที่ต้องการหางานทำให้สมัครเป็นสมาชิกของบริษัทด้วยการเกลี้ยกล่อม กดดัน จูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้ผู้สนใจเข้าร่วมเครือข่าย โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าสมัครสมาชิก ค่าทำบัตร รวมทั้งยังถูกกดดันให้ต้องซื้อสินค้าของบริษัทเพื่อนำไปใช้หรือจำหน่ายต่อ ยิ่งกกว่านั้น บางรายยังถูกกดดันให้ต้องไปหาเพื่อนมาสมัครเป็นสมาชิกแบบเดียวกันนี้อีกภายในเวลาที่กำหนด จึงจะได้ค่าใช้จ่ายคืนโดยหักจากค่าสมัครของเพื่อน บางรายยังถูกบริษัทบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธทุกครั้งเมื่อมีการขอรับเงินคืน และที่ร้ายกว่านั้นคือ มีบริษัทจำนวนมากที่ปิดบริษัทแล้วเชิดเงินผู้เสียหายหนีเข้ากลีบเมฆ ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้เป็นเหมือนการหลอกลวงกันต่อเป็นทอด ๆ เข้าข่ายผิดตาม พระราชบัญญัติขายตรง พ.ศ. 2545 ว่าด้วยเรื่องฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน      
           
          ถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปขายให้นักล่าหัวคิว   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสมัครงานออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจหลอกให้ฝากประวัติส่วนตัวเอาไว้แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปแสวงหาผลประโยชน์ ตัวอย่างเช่น การนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปขายให้กับบริษัทประกันภัย บริษัทขายตรง บริษัทวิจัยทางการตลาด บริษัทเอกชนผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ส่งผลให้เราได้รับการติดต่อจากบริษัทประกันภัยหรือบริษัทขายตรงแทนที่จะเป็นบริษัทที่ได้สมัครงานเอาไว้ ที่ร้ายกว่านั้นคือหลอกลวงว่าได้งานแล้วโดยนัดไปสัมภาษณ์ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าถูกหลอกให้ไปอบรมเป็นตัวแทนประกัน หรือให้สมัครเป็นสมาชิกเครือขายขายตรงแทน ทำให้ทั้งเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมทั้งเสียความรู้สึกเมื่อรู้ว่าถูกหลอก
 
           การถูกหลอกโดยขบวนการค้ามนุษย์   เป็นเรื่องอันตรายมากหากบริษัทจัดหางาน หรือบริษัทที่เราสมัครเข้าทำงานด้วยนั้นเป็นเพียงบริษัทที่ตั้งขึ้นมาบังหน้าขบวนการค้ามนุษย์ที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยจูงใจด้วยเงินเดือนที่สูงลิ่ว แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ อาทิ หลอกไปค้าประเวณี  หลอกไปใช้แรงงานฟรีโดยไม่จ่ายค่าแรง หลอกให้จ่ายเงินค่าหัวคิวแล้วลอยแพแรงงานโดยไม่ได้ทำการช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้นตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่แรก เป็นต้น   
 
            ตัวอย่างดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกับดักหรือหลุมพรางที่หลอกล่อบรรดาผู้ที่ต้องการหางานทำ ให้ต้องสูญเสียทั้งเงิน เวลา ความรู้สึกและร้ายที่สุดคืออาจต้องสูญเสียอนาคตการทำงานของตนไปทั้งชีวิต ดังนั้นก่อนที่จะสมัครงานใด ๆ เราจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบให้มากที่สุด ซึ่งสามารถกระทำได้หลายแนวทางตามที่ผมได้เสนอไว้ในหนังสือ คิดเชิงวิพากษ์” หรือCritical Thinking ซึ่งมีหลักการที่สำคัญคือ 
 
            ให้สงสัยไว้ก่อน…อย่าเพิ่งเชื่อ การคิดวิพากษ์เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกสงสัย ไม่ปักใจเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง หรือแม้กระทั่งได้เห็นด้วยตาของตน ไม่ด่วนสรุปตัดสินสิ่งใด แต่สะท้อนข้อสงสัย (reflective skepticism) ของเราออกมา ความสงสัยจึงช่วยเราไม่ให้ถูกหลอกหรือหลงเชื่อสิ่งผิดโดยง่าย ทำให้เราได้ฉุกคิดทบทวนอีกครั้งเพื่อสืบค้นความจริง นำไปสู่กระบวนการตรวจสอบ ทบทวน ใคร่ครวญ พิจารณาความจริง ตัวอย่างเช่น อย่าเพิ่งเชื่อหากบริษัทที่คุณไปสมัครงานนั้นบอกว่าเป็นบริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนการประกอบกิจการขายตรงอย่างถูกต้องมาจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรียบร้อยแล้ว แต่ให้ไปตรวจสอบอีกครั้งกับทาง สคบ. ว่าจริงหรือไม่ รวมทั้งอาจสอบถามไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าบริษัทนี้เคยถูกร้องเรียนบ้างหรือไม่ เนื่องจากมีธุรกิจแชร์ลูกโซ่หลายแห่งที่อาศัยการได้รับจดทะเบียนการประกอบการธุรกิจขายตรงจาก สคบ. แล้วมาเป็นตัวฟอกและอ้างว่าตนได้ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง
   
         เผื่อใจไว้อาจจะจริง…หรืออาจจะไม่จริงก็ได้  สิ่งที่เป็นความเชื่อส่วนใหญ่ของคนในสังคมหรือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมคิดว่าจริง อาจจะไม่จริงก็ได้ ตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า การได้ไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ร่ำรวยหรือเจริญแล้ว เช่น ประเทศในแถบยุโรป อเมริกา ฯลฯ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้จำนวนมหาศาล หรือที่เรียกว่าขุดทองกลับประเทศ อย่างไรก็ตามเราควรเผื่อใจว่าอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เนื่องจาก ประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่มักมีค่าครองชีพสูง รายได้ของเราแม้จะดูสูงเมื่อแปลงเป็นเงินไทย แต่นับว่าน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่ประเทศนั้น ทำให้เราอาจมีเงินเหลือเก็บน้อยมากในแต่ละเดือน รวมทั้งต้องกระเบียดกระเสียรเรื่องอาหารการกิน ต้องประสบความยาลำบากกับสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคยและการทำงานที่หนักเกินกำลัง การถูกเอาเปรียบค่าจ้างแรงงาน สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมจนต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาพยาบาล และอาจทำให้ในแต่ละเดือนแทบจะไม่มีเงินเหลือเก็บเลยก็เป็นได้

เป็นทนายฝ่ายมาร…ตั้งคำถามซักค้าน
การทำตัวเป็นเหมือนทนายฝ่ายมาร (The devils’ advocate) หมายถึง มีความตั้งใจที่จะเผชิญหน้าคัดค้านต่อข้ออ้างที่ได้รับ โดยการตั้งคำถามโต้แย้งและท้าทายสมมติฐานอย่างกระตือรือร้น (active inquiry)  ซึ่งเกิดจากการช่างสังเกต พยายามหาตั้งคำถามโต้แย้งกับโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ ในการรับสมัครงาน ตัวอย่างเช่น

          …งานที่สบายแต่รายได้ดีมีหรือไม่ หากมี งานที่สบายนั้นน่าจะเป็นงานประเภทใด ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

         
เหตุใดบริษัทที่รับสมัครงานจึงไม่ลงที่อยู่ให้ชัดเจนในใบปลิว แต่บอกเพียงแค่เบอร์โทรศัพท์มือถือเท่านั้น
 
        
…เหตุใดเมื่อโทรไปตามเบอร์ทีให้ไว้ พนักงานรับสายกลับตอบคำถามอย่างบ่ายเบี่ยงกำกวมไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน
 
        
…เหตุใดเว็บไซต์สมัครงานนี้จึงมีแต่หมวดโฆษณาชวนเชื่ออ้างถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ทำรายได้สูงจากงานนี้ แต่กลับไม่มีหมวดความเป็นมาหรือที่ตั้งของบริษัทอย่างชัดเจน ไม่มีการอธิบายถึงรูปบแบบการทำงานใด ๆ ทั้งสิ้น
          นอกจากนี้เราจำเป็นต้องเป็นผู้ที่รักการเรียนรู้ชอบที่จะค้นคว้าขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เป็นประจำถึงเล่ห์กลใหม่ ๆ ของการรับสมัครงาน ถามผู้รู้หรือผู้ที่มีประสบการณ์หรือส่วนราชการ เช่น สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือกระทรวงแรงงาน ในประเด็นต่าง ๆ ที่เราสงสัย อาทิ บริษัทที่เราจะไปสมัครงานนั้นมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ บริษัทนั้นมีประเด็นถูกฟ้องร้องจากผู้ที่มาสมัครงานหรือไม่ เป็นต้น

          ก่อนที่จะสมัครงานใด ๆ เราจึงควรคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ วิพากษ์ข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้รับว่าจริงเท็จอย่างไร เพื่อที่เราจะไม่ตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ไม่ประสงค์ดีที่มีอยู่มากมายในสังคม
 

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *