หนี้เพื่อครอบครัวดีหรือเสียกันแน่

หนี้เพื่อครอบครัวดีหรือเสียกันแน่
ถามคนร้อยทั้งร้อยคงไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกนะคะ แต่จะว่าไปก็หลีกเลี่ยงยากอยู่เหมือนกันไหนๆ จำต้องเป็นหนี้แล้ว ก็ควรจะเลือกแนวทางที่ว่าเป็นหนี้เฉพาะที่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงๆ จะมีสักกี่คนที่สามารถหอบเงินเป็นแสนเป็นล้านจ่ายสดซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือสิ่งจำเป็นในชีวิตได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องกู้ แน่ล่ะค่ะพอกู้ยืมใครเขาเมื่อไหร่ เราคนธรรมดาก็จะเลื่อนฐานะเป็นลูกหนี้ทันที ขึ้นชื่อว่าหนี้ยังไงก็ไม่ดี (ไปหมด) ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่หนี้ดีที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือ หนี้ที่เป็นแล้วเกิดประโยชน์โภชน์ผลงอกเงยออกมา อย่างเช่นการกู้ยืมมาลงทุนหรือการกู้เพื่อการศึกษา หนี้ที่เป็นแล้วมีโอกาสสร้างรายได้สร้างความมั่นคงในอนาคต หรือกู้ในเรื่องจำเป็น งดหนี้แบบไร้สาระหรือหนี้เพราะความอยากได้โน่นอยากได้นี่ไปเลย ไม่คุ้มกับความเครียดที่ตามมาหลอกหลอนหรอกค่ะ
บ้าน?หนี้เพื่อความมั่นคง
การซื้อบ้านเพื่อสร้างครอบครัวใหม่หรือเพื่อขยับขยายนับเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ค่ะ เพราะนอกจากจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแล้ว ยังเป็นทรัพย์สินมีค่าสามารถขายต่อได้ ยิ่งถ้าที่ดินแถบนั้นราคาพุ่งกระฉูดอาจขายได้ราคาสูงกว่าตอนซื้อมาเสียอีก แต่การผ่อนซื้อใช้เวลานานหลายปี จึงต้องมีรายรับสม่ำเสมอเพื่อแต่ละเดือนจะได้มีจ่ายหนี้ และต้องเลือกราคาบ้านที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า และควรจะดูด้วยว่าผ่อนแบบไหนถึงจะดีที่สุด
บางคนอาจจะเลือกวางดาวน์ก้อนโตจะได้ผ่อนสบายตัวดอกเบี้ยน้อยหน่อย แต่ก็ต้องบวกลบด้วยว่าทุ่มโครมลงไปแล้วยังมีเงิน สำรองเหลือในบัญชีพอสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือไม่หรือต้อง ผ่อนอย่างอื่นอีกมั้ย มัวแต่ดีใจว่าผ่อนน้อยถึงเวลาจำเป็นต้องใช้เงินก้อนขึ้นมาหันหน้าพึ่งใครไม่ได้ ก็อาจต้องกู้หนี้เพิ่มอีกทางระวังนะคะ เอาเป็นว่าที่ปฏิบัติกันโดยทั่วๆ ไปของการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านก็คือ การวางเงินดาวน์ไว้ประมาณ 20-30% ของราคาบ้านก็พอค่ะ
ของใช้จำเป็น?หนี้เพื่อคุณภาพชีวิตดีขึ้นจริงๆ การผ่อนรถก็จัดเข้าหมวดหมู่จำเป็น แต่อย่าลืมนะคะว่ารถยนต์จะเสื่อมสภาพลงไปทุกวัน พร้อมๆ กับราคาที่ตกลงไป เมื่อมีภาระผ่อนบ้านแล้ว จะผ่อนรถอีกไหวมั้ยในแต่ละเดือน เพราะฉะนั้นไม่ควรจะผ่อนรถเกินกว่า 15% ของรายได้ทั้งหมดค่ะ
นอกจากมีภาระต้องจ่ายหนี้จำเป็น ไม่ว่าจะเพื่อการลงทุนการศึกษา ซื้อบ้านและรถยนต์แล้ว คุณยังต้องผ่อนค่าอะไรอีกบ้างที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก มือถือ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเสียง ห้องครัว ฯลฯ ก็ควรพิจารณากันให้ดีหน่อยนะคะ อย่าลืมว่าการมีข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันครบครันทันใจเพื่อความสะดวกก็จริง แต่ราคาค่างวดสำหรับของที่ซื้อมาลดลงทุกวี่ทุกวัน หยุดคิดสักนิดนึงว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือสูญเปล่าและจำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือไม่ เพราะเราต้องแลกด้วยความเป็นหนี้ท่วมตัวนะคะ
2 ทางออกถ้าไม่อยากเป็นหนี้
ก่อนอื่นต้องบอกว่าน่าจะย้อนกลับมาดูความจริงที่ว่า ระดับการใช้ชีวิตจะสูงส่งไฮเอนด์ได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับรายรับ ไม่ใช่การใช้จ่าย จะได้ไม่ต้องหน้าซีดทุกเดือน ทางออก 2 ทางที่น่าจะดีกว่าเป็นหนี้ ก็คือลดระดับการใช้ชีวิตลงมาหน่อยให้พอดีกับเงินรายได้ อดใจไว้มีมากหน่อยค่อยใช้มากหน่อย และอีกอย่างคือทำงานเพิ่มรายได้เพื่อให้พอกับระดับการใช้ชีวิต (ที่ยังไงก็ลดลงไปกว่าเดิมไม่ได้เท่าไหร่) เลือกรักษาสมดุลการเงินทางใดทางหนึ่งดีกว่ามีเจ้าหนี้มายืนค้ำหัวทุกเดือนนะคะ
ยุคนี้ทุกคนมีโอกาสเป็นหนี้ได้ง่ายมากๆ เลยนะคะ ใครๆ ก็อยากให้เราใช้จ่ายด้วยกันทั้งนั้น นอกจากคุณจะต้องฝึกจิตให้เข้มแข็ง สร้างเฉพาะหนี้ดีปราศจากหนี้ไร้คุณค่า และไม่รีบสร้างหนี้ใหม่เร็วเกินไปแล้ว ยังมีวิธีง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือ กำหนดไว้เลยค่ะว่าจะต้องไม่มีหนี้ระยะยาวเกินหรือผ่อนเกินกว่า 36% ต่อเดือน เพราะเงินส่วนที่เหลือยังจำเป็นต้องมีไว้กินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมทั้งค่าใช้จ่ายโดยไม่คาดฝันอื่นๆ มิฉะนั้นสถานภาพทางการเงินของคุณอาจก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตค่ะ.
(นารา อาทิตยรักษ์, นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 12 ฉบับที่ 141 กรกฏาคม 2549)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *