หนังสือคือหน้าต่างของโลก (2)

หนังสือคือหน้าต่างของโลก
โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com มติชนรายวัน วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10607
สุดสัปดาห์นี้จะเริ่มงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์สิริกิติ์แล้ว บรรดาคนรักหนังสือก็คงไปรวมตัวกันที่นั่น แม้สำหรับบางคนอาจจะติดต้องไปเช็งเม้งรวมญาติก็คงหาเวลาปลีกตัวไปเดินดูหนังสือกับเขาสักวัน หนังสือคือหน้าต่างของโลกครับ แต่ก็ไม่ใช่สูตรตายตัวเสียทีเดียว เพราะบางคนเปิดหน้าต่างของโลก แต่ก็ปิดใจปิดตา
เดี๋ยวนี้งานหนังสือใหญ่ๆ บ้านเรามีอยู่สองงาน คือ สัปดาห์หนังสือ กับ มหกรรมหนังสือแถวๆ เดือนตุลาคม มาปักหลักจัดที่ศูนย์สิริกิติ์หลายปีมาแล้ว
ศูนย์สิริกิติ์ เป็นศูนย์การประชุมแห่งชาติหรือนานาชาติ มีงานต่อเนื่องกันตลอดทั้งปีต้องจองกันข้ามปี ไม่มีงานไหนคนมากมายมหาศาลเท่ากับงานหนังสือ
คนเยอะเพราะมีแรงดึงดูดหลายอย่าง หนังสือใหม่ๆ หนังสือลดราคา ของแจกของแถม พบปะคนเขียนหนังสือ ฯลฯ
บางสำนักพิมพ์ขายงานเดียวอยู่ได้ทั้งปี เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง กลไกอะไรบิดเบี้ยวไปในระบบการนำหนังสือสู่ผู้อ่านเป็นเรื่องต้องคิดกันละเอียดขึ้น เติมส่วนที่ขาด ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย เป็นเรื่องต้องคิดทั้งนั้น
หนังสือเด่นของสำนักพิมพ์มติชนเที่ยวนี้ หนีไม่พ้น “โลกร้อน: ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง” ของ อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ขับเคี่ยวกับจอร์จ บุช เมื่อห้าปีก่อน เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่สี่ของอเมริกาที่ชนะป๊อปปูลาร์โหวต แต่ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี
แปลความได้ว่าคนอเมริกันชอบกอร์มากกว่าบุช แต่ระบบการเลือกตั้งตัดสินกันที่อิเลคตอรัลโหวต
แพ้สิครับ
หลังจากนั้น อัล กอร์ ก็หันมาเล่นเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างหนักและต่อเนื่อง มีคนบอกว่าเขาสนในเรื่องพวกนี้มาก่อนหน้านั้นนานแล้ว แต่ผมไม่รู้
ที่รู้คือเขาเป็นผู้นำระดับโลกคนแรกๆ ที่พูดถึงทางด่วนข้อมูล หรือ อินฟอร์เมชั่น ซุปเปอร์ ไฮเวย์
โลกของการตลาดนำ ทำให้เรารู้และได้ยินชื่อเสียงของอัล กอร์ อีกครั้งตอนหนังสารคดี อินคอนวีเนียน ทรูธ ไปได้รางวัลออสการ์ ซึ่งเป็นเรื่องดี
สองสามวันก่อน กอร์ เข้าไปพูดในสภาคองเกรสเรื่องโลกร้อน เป็นข่าวไปทั่วโลก
มีคนลุ้นว่าแกจะเปลี่ยนใจกลับมาขอชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกหน
นั่นต้องไปถาม ฮิลลารี คลินตัน ตัวเก็งของพรรคเขา
หนังสือเด่นอีกเล่มที่เข้ากับสถานการณ์เมืองไทยวันนี้ ก็คือ “เก็น : เจ้าหนูสู้ชีวิต” มีทั้งหมด 10 เล่ม เล่มละร้อยกว่าบาท ซื้อในงานทั้งสิบเล่มราคาก็ลดลงมาอีกหน่อย มีของแถมอีกนิด
เรื่องราวของแก๊งเด็กที่ผ่านเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูในญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยังชีวิตให้คิดในสภาพการณ์แบบนั้น
ความเกลียดชังนำไปสู่สงคราม สงครามนำมาซึ่งความเกลียดชัง สุดท้ายทุกผู้ทุกคนไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเจ็บปวดรวดร้าว
หากมันจำหลักลึกและฝังแน่นก็จะกลายเป็นสงครามต่อไป
ถ้าเอา “เก็น : เจ้าหนูสู้ชีวิต” ไปให้ลูกหลานอ่านแล้ว บางทีเราจะเกลียดสงครามกันให้มากขึ้นบ้าง เกลียดความรู้สึกเกลียดชังที่มีต่อผู้อื่นให้มันน้อยลงบ้าง
ไม่รู้ว่าสงครามมันทำร้ายคนยังไง ทำร้ายความเป็นมนุษย์ของคนขนาดไหน นอกจากไปถามคนรุ่นผ่านสงครามมาแล้ว อ่านการ์ตูน “เก็น” ก็น่าจะช่วยได้
วันหนึ่งในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์ ทีมงานโปรเจ็คต์เก็น จะมาพบกับคุณๆ
หนึ่งในนั้นคือคนที่ผ่านระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาตอนเด็ก
อยากเจอก็ไปงานนะครับ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *