สุสานจิ๋นซี

สุสานจิ๋นซี

สุสานจิ๋นซีตั้งอยู่ที่เชิงเขาหลีซันประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองซีอันไปทางทิศตะวันออก 35 กิโลเมตร ชัยภูมิของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี (ฉินสื่อหวงตี้ หรือฉินซีฮ่องเต้ ปี 259-210 ก่อนคริสตกาล) นักโบราณคดีจีนเชื่อว่า อาณาเขตของสุสานทั้งสิ้น 2,180 ตารางกิโลเมตรนี้ แบ่งออกเป็น พระราชฐานชั้นนอกและชั้นใน ซึ่งนอกจากจะบรรจุพระศพของจักรพรรดิแล้ว ยังได้ฝังสมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ในพระชนม์ชีพ ตลอดจนนางสนมกำนัล กองทหาร และสัตว์ใหญ่ไปพร้อมกัน เพื่อร่วมในการเดินทางครั้งสุดท้ายของจักรพรรดิฉินองค์แรก

ข้อมูล
วันที่ 29 มีนาคม ค.ศ.1974 หยังจื้อฟาชาวนาหมู่บ้านซีหยัง พบซากดินเผาชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ขณะกำลังขุดบ่อน้ำที่ความลึก 3 เมตร ห่างจากสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวงไปทางตะวันออก 1.5 กิโลเมตร หลายวันต่อมา เจ้าคังหมิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรมประจำอำเภอหลินถง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต้นเดือนพฤษภาคม เจ้าคังหมิน จำกัดพื้นที่ 120 ตารางเมตรรอบบ่อน้ำเพื่อทำการขุดหาซากดินเผาเพิ่ม
ต้นเดือนกรกฎาคม รองนายกรัฐมนตรีหลี่เซียนเนี่ยน มีคำสั่ง ให้กองโบราณคดีและคณะกรรมการมณฑลส่านซี ร่วมหามาตรการอนุรักษ์โบราณวัตถุนี้ วันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ.1974 หยวนจงอี เจ้าคังหมิน นำทีมนักโบราณคดี เดินทางเข้าหมู่บ้านซีหยังอีกครั้ง การขุดค้นครั้งสำคัญเริ่มต้นขึ้น ทำให้โลกตกตะลึงกับกองทัพหุ่นทหารดินเผา เครื่องสังเวยในหลุมสุสานขนาดมหึมา
1 ตุลาคม ค.ศ.1979 พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ ได้รับการโจษขานเป็น ‘สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20’กระทั่ง ธันวาคม ค.ศ. 1987 องค์การยูเนสโกลงมติให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม

เผยปริศนาในสุสานจิ๋นซี
คณะวิจัยแหล่งโบราณคดีศึกษาสุสานจิ๋นซี ได้ออกมาประกาศว่า ปริศนาเกี่ยวกับการคงอยู่ของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ปฐมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน(ครองราชย์ระหว่างปี 247-210 ก่อนคริสต์ศักราช)ได้รับการคลี่คลายแล้ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่ง และความรู้ด้านภูมิศาสตร์กายภาพที่ทันสมัยที่สุดช่วยในการตรวจสอบ โดยคณะวิจัยได้พบว่า ที่ตั้งของสุสานหรือพระราชวังใต้ดินของจักรพรรดิจิ๋นซีอยู่ภายใต้เนินเขาลี่ซาน เมืองซีอานในมณฑลส่านซี ดังที่เคยคาดการณ์ไว้ ตำแหน่งศูนย์กลางของสุสานแห่งนี้ คือบริเวณยอดเนินเป็นที่ตั้งของโลงบรรจุพระศพและสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำพิธีฝังร่วมมาด้วยกัน โครงสร้างโดยรวมของสุสานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกเฉลี่ย 35 เมตร กว้าง 145 เมตร ยาว 170 เมตร ส่วนห้องบรรจุพระบรมศพที่อยู่จุดกึ่งกลาง มีความสูง 15 เมตร และมีความใหญ่โตราวสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานเลยทีเดียว
การสำรวจครั้งนี้ คณะวิจัยยังได้ค้นพบกำแพงดินรอบบริเวณสุสานซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงพระราชวังใต้ดินอีกด้วย โดยกำแพงดังกล่าวมีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 168 เมตร จากเหนือจรดใต้ 141 เมตร และกำแพงด้านทิศเหนือมีความกว้าง 22 เมตร ทิศใต้กว้าง 16 เมตร จากการตรวจสอบค่าความถ่วงจำเพาะเพื่อหาความหนาแน่นของดินพบว่า กำแพงนี้ผ่านการสร้างด้วยการกระทุ้งดินให้แน่นเป็นชั้นๆ ทำให้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก และที่ผนังด้านในของกำแพงนักวิจัยยังพบว่ามีการเสริมหินเข้าไปอีกชั้นหนึ่งด้วย
จากการสำรวจพบว่าสุสานแห่งนี้ยังไม่เคยถูกน้ำท่วม และไม่มีร่องรอยของการพังทลายมาก่อน บริเวณโดยรอบสุสานใต้ดินมีการจัดสร้างเส้นทางระบายน้ำไว้ถึง 3 เส้นทาง ในประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ที่ราบบริเวณนี้ได้เคยมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวระดับ 8 มาแล้ว แต่สุสานจิ๋นซีแห่งนี้กลับยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้โดยไม่เสียหายแม้แต่น้อย ย่อมต้องดูจากความแข็งแรงทนทานของกำแพงเมืองนี้เอง
โครงการสำรวจสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีนี้เป็นโครงการส่งเสริมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆของจีน ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเป็นครั้งแรกที่โครงการทางโบราณคดีได้รับการเสนอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการสำรวจทางโบราณคดีที่ใช้เงินทุนและเทคโนโลยีระดับสูงสุดในการวิจัย
ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มาจากบันทึกในสมัยต้นราชวงศ์ฮั่นโดยนักประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณ ซือหม่าเชียน ที่พรรณนาถึงสภาพภายในสุสานไว้อย่างอลังการ อีกทั้งในปีค.ศ. 1974 ได้มีการขุดพบกองทัพหุ่นดินเผาสมัยฉิน ซึ่งอยู่ห่างจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีไปทางตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร และจากการศึกษานักโบราณคดีจีนเชื่อว่า กองทัพดินเผาที่ค้นพบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทัพทหารที่ถวายการอารักขาองค์จักรพรรดิ ในเดือนตุลาคม ปี 1979 พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ และได้รับการโจษขานให้เป็น ‘สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20 กระทั่งปี1987 องค์การยูเนสโกลงมติให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นหุ่นทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึกทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้นในพื้นที่หลุมสุสาน 25,000 กว่าตารางเมตร และมีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีจะมีพื้นที่กว่า 2,180 ตารางกิโลเมตi

ณ หลุมขุดค้น

ในหลุมขุดค้นที่ 1 ปัจจุบันเป็นส่วนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม

• หลุมขุดค้นที่ 1 ปรากฏกองทัพใต้ดินอันทรงพลานุภาพ ประกอบด้วยหุ่นทหารติดอาวุธกว่า 6,000 ตัว รวมถึงหุ่นม้า และรถศึก หุ่นดินเผาทหารและม้าศึกมีขนาดใหญ่เล็กเหมือนของจริง หุ่นทุกตัวมีสีหน้าและทรงผมเป็นลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน สูงราว 5 ฟุต 8 นิ้ว ถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว ยืนตระหง่านเรียงรายเป็นหมวดหมู่ ในหลุมสุสานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 197 ฟุต (62 เมตร) ยาว 689 ฟุต(230 เมตร) ลึก 14.8-21.3 ฟุต (5 เมตร)
นักโบราณคดีจีน ตั้งข้อสังเกตว่า กองทหารอารักขาสุสานของจักรพรรดิฉินสื่อหวงที่พบในหลุมนี้ มีแนวการจัดทัพตามบันทึกในตำราพิชัยสงครามซุนอู่

ซุนอู่

นักโบราณคดีจีนต้องนำชิ้นส่วนหุ่นดินเผาที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้ ค่อยๆนำมาปะผิดปะต่อกัน จนได้เป็นหุ่นทหารที่สมบูรณ์แต่ละตัว เป็นการทำงานที่ต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมาก

• หลุมขุดค้นที่ 2 ห่างจากหลุมขุดค้นที่ 1 ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 20 เมตร พบในปี 1976 พื้นที่ 6,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 4 ส่วน ขุดพบหุ่นดินเผาทหาร 1,000 ตัว ม้าศึก 500 ตัว และรถม้าทำจากไม้ 89 คัน เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อปี 1994

• หลุมขุดค้นที่ 3 ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 25 เมตร พบในปี 1976 ขนาด 520 ตารางเมตร พบหุ่นทหาร 68 ตัว กับรถม้า 1 คัน และม้าศึก 4 ตัว รวมถึงกระดูกสัตว์และเขากวาง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีศพ
นักโบราณคดีคาดว่า หลุมที่ 3 นี้อาจเป็นกองบัญชาการกลางควบคุมกองทหาร ตามใบหน้าของหุ่นดินเผาทหาร เสื้อเกราะและอาวุธที่ขุดพบมีสีทาไว้ แต่เมื่อนักโบราณคดีเปิดสุสานครั้งแรก อากาศภายนอกทำให้สีบนตัวหุ่นสลายไปในเวลาอันรวดเร็ว หลุมขุดค้นที่ 3 เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1989

รวมวัตถุโบราณที่ค้นพบทั้งที่เป็นหุ่นทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึกที่ใช้ในการสงคราม ทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ในหลุมสุสาน 25,000 กว่าตารางเมตร

บนศรีษะของหุ่นทหารแต่ละตัวจะมีทรงผมที่แตกต่างกันกว่าร้อยรูปแบบ ทั้งนี้รวมไปถึงเสื้อเกราะ รองเท้า ซึ่งบ่งบอกถึงความละเอียดละออของช่างปั้นจีนยุคโบราณ ในการขุดสุสานครั้งแรกที่ตัวหุ่นยังมีสีติดอยู่ แต่สีจางลงภายในเวลาอันรวดเร็ว นักโบราณคดีจีนยังคงไม่กล้าขุดสุสานส่วนอื่นๆ เนื่องจากยังหาวิธีอนุรักษ์สีเดิมของหุ่นดินเผาเหล่านี้ไม่ได้

การเดินทาง
เดินทางสู่เมืองซีอัน โดยเครื่องบินภายในประเทศจากสนามบินในเมืองต่างๆได้หลายเมือง หลังจากนั้นต้องโดยสารรถยนต์ต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สุสานฯ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองซีอัน ไปทางตะวันออกราว 2 ชั่วโมง โดยรถประจำทางสาย 306 ขึ้นรถที่บริเวณสถานีรถไฟซีอัน หรือใช้บริการรถโดยสารขนาดเล็ก ราคาตั๋วประมาณ 5 หยวน / คน จอดปลายทางที่พิพิธภัณฑ์สุสานฯ หรือเลือกเช่ารถแท็กซี่ราคาคันละประมาณ 70 – 200 หยวน สามารถจอดแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางได้
ราคาบัตร : ราคาปรับใหม่เมื่อ 1 เมษายน 2004 ดังนี้
ตั้งแต่ 1 มีนาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน ราคา 90 หยวน
ตั้งแต่ 1 ธันวาคม – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคา 65 หยวน
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด เวลาจำหน่ายบัตร : 16 มีนาคม – 14 พฤศจิกายน เวลา 8 : 30 – 17 : 30 น. ; 15 พฤศจิกายน – 15 มีนาคม เวลา 8 : 30 – 17 : 00 น.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *