สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (1)

สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (1)

ความเบื้องต้น
รายงานฉบับหนึ่งจาก ยูเอสเอทูเดย์ดอทคอม ช่วยให้เราเข้าใจเล็กน้อยในปัญหาที่เกี่ยวกับการลามกอนาจารบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งถูกรายงานไว้ในปี 2001

“ทั้งๆที่การทำงานร่วมกันของสหรัฐอเมริกาและชาวรัสเซียประสบความสำเร็จในการปิดเว็บไซด์ซึ่งขายภาพลากมกเด็ก ปฏิบัติการร่วมกันนี้เรียกว่า ปฏิบัติการกล้วยไม้สีน้ำเงิน เป็นความพยายามร่วมกันระหว่างศุลกากรสหรัฐอเมริกากับตำรวจของเมืองมอสโก นำไปสู่การสอบสวนคดีอาญาในประชาชนผู้ต่อต้าน 24 ชาติซึ่งสั่งซื้อวีดิโอเทปภาพลามกเด็กจากเว็บไซด์ของชาวรัสเซีย เทปจำนวนมากถูกสั่งซื้อโดยชาวอเมริกา เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก จีน คูเวต เม็กซิโกและประเทศอื่นๆ แต่พนักงานสอบสวนชาวรัสเซียกล่าวว่าปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมได้เพียงเล็กน้อย มันเป็นความจริงที่ว่าประเทศรัสเซียจะกลายมาเป็นอย่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นสถานที่เผยแพร่หลักของสื่อลามกเด็ก ภายใต้กฎหมายรัสเซียการครอบครองสื่อลามกมิใช่ความผิดทางอาญา การผลิตและการค้ามนุษย์ผิดกฎหมาย แต่กฎหมายไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างสื่อลามกเด็กและสื่อลามกผู้ใหญ่ ความผิดทั้งสองมีการลงโทษสูงสุดคือจำคุก 2 ปี ซึ่งเป็นโทษที่เท่ากับการขโมยของเล็กๆน้อยๆตามร้านค้า ความยากจนอย่างสุดขีดเป็นตัวขับเคลื่อนให้เด็กๆในเขตชนบทของรัสเซียหนีออกจากบ้านและพ่อแม่มาอยู่ในเมืองมอสโก เด็กๆเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย แม้ว่าเด็กๆอยู่ในความดูแลของตำรวจแต่ตำรวจก็ไม่มีหน้าที่ในการลงโทษเฆี่ยนตีเด็กๆ ตั้งแต่ต้นปีวัยรุ่นประมาณ 5 พันคนถูกกักตัวในเมืองมอสโกเพราะกระทำผิดกฎหมาย มีเพียง 98 คนเท่านั้นที่ถูกส่งไปสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ที่เหลือถูกส่งกลับบ้านและบางทีก็หนีออกมาอีก ปฏิบัติการกล้วยไม้สีน้ำเงินนี้ ตำรวจยึดวิดีโอเทปได้ 600 ม้วน วิดีโอซีดี 200 แผ่นและกล่องใส่รูปจำนวนมากซึ่งเป็นรูปเด็กที่เกี่ยวข้องเป็นร้อยคนแต่ตำรวจก็ไม่สามารถหาร่องรอยของเด็กแต่ละคนได้ จับกุมคนได้ 4 คนในสหรัฐอเมริกาและมีอีก 15 หมายค้นที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการนี้ อย่างน้อย 4 คนที่ถูกจับในรัสเซียและ 2 ผู้ต้องสงสัยจะต้องถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลานาน”

รายงานนี้มีจุดเด่นที่สำคัญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทดังนี้
ประการแรก อินเตอร์เน็ทเข้ามาเป็นตัวกลางของการกระจายสื่อลามก การหา “สื่อลามก” ในอินเตอร์เน็ทพบเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง 138,000,000 เว็บไซด์ ในขณะที่เว็บไซด์ที่พูดถึง “พรหมจรรย์” มีเพียง 300,000 เว็บไซด์ จะเห็นได้ว่าความบริสุทธิ์พรหมจรรย์ ไม่ใช่ประเด็นหลักของผู้ใช้อินเตอร์เน็ท มีการประมาณการว่ากว่าครึ่งของการใช้การค้นหาทางอินเตอร์เน็ทเป็นการหาเนื้อหาที่เป็นเรื่องลามก สื่อลามกเป็นหนึ่งในพื้นที่ความเจริญก้าวหน้าของการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ มีหลายคนซึ่งเสพติดการดูสื่อลามกและยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่ว่าโดยตรงผ่านอินเตอร์เน็ทหรือใช้อินเตอร์เน็ทในการสั่งซื้อ รัฐบาลควรทำอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันผู้คนจากการเสพติดสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ? ถ้าควร จะเป็นการขัดแย้งระหว่างสิทธิความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของการแสดงเจตนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหรือไม่ ?
ประการที่สอง คือ อินเตอร์เน็ตถูกมองว่าเป็นการท้าทายความพยายามของรัฐที่จะควบคุมสื่อลามก ถ้าเนื้อหาในอินเตอร์เน็ทถูกควบคุม มันสามรถทะลุไปถึงการทำงานร่วมกันในทางต่างประเทศ ควรมีความร่วมมือกันปราบปรามสื่อลามกในอินเตอร์เน็ทหรือไม่ ? มันดูเหมือนว่ามีความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ในการปราบปรามสื่อลามกเด็ก แต่มีความเห็นในเรื่องการปราบปรามสื่อลามกผู้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพน้อย แม้ในกรณีของสื่อลามกเด็กจากรายงานข้างต้น ตำรวจรัสเซียสามารถแก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ประการที่สาม สามารถหาข้อสรุปจากข้อเท็จจริงที่ให้ไว้ได้ว่า สังคมควรผลักดันให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเรื่องสื่อลามกหรือไม่? ในรายงานตำรวจรัสเซียเสียใจที่กฎหมายซึ่งไม่เข้มงวดเพียงพอ ในขณะเดียวกันมีผู้ต้องสงสัยเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด ปัญหาใหญ่ของตำรวจรัสเซียไม่ใช่การไม่มีกฎหมายในการห้ามเผยแพร่สื่อลามกแต่อยู่ที่การขาดการบังคับใช้ ซึ่งปัญหานี้จะมีผลกระทบต่อกฎหมายระหว่างประเทศมากน้อยเพียงใด ?

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *