สื่อพื้นบ้านกับการสื่อสารสุข

สื่อพื้นบ้านกับการสื่อสารสุข
• คุณภาพชีวิต
สื่อพื้นบ้านกับการสื่อสารสุข

สัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนถึงบทบาทของสื่อพื้นบ้านกับการพัฒนาประเทศไทยไป มาวันนี้ผมขอเขียนถึง สื่อพื้นบ้านกับการสื่อสารสุข “สุขภาพ” ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ห่างไกลวิถีชีวิตมนุษย์แต่อย่างใด หากตรงกันข้ามสุขภาพเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมนุษย์มากที่สุด แม้แต่ทางศาสนาพุทธก็มีคำกล่าวไว้ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” หรืออีกนัยหนึ่งสำหรับมนุษย์ทุกชีวิตแล้ว การมีสุขภาพที่ดีและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เป็นลาภสูงสุดที่เราแสวงหา หรือหากเราลองนึกถึงปัจจัยสี่ประการแห่งการดำรงชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยใดก็ตาม ต่างล้วนเกี่ยวพันกับมิติด้านสุขภาพของเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ การพำนักในที่อยู่อาศัยที่ถูกสุขอนามัย การเลือกเครื่องนุ่งห่มที่ใช้ปกป้องให้ความอบอุ่นแก่สุขภาพร่างกาย และการรู้จักใช้ ยารักษาโรคในยามเจ็บไข้ได้ป่วย เพียงหลักฐานเช่นนี้ ก็คงเห็นได้ชัดเจนว่าสุขภาพเป็นเรื่องของเราทุกคนนั่นเอง

สื่อพื้นบ้านมีส่วนในการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ทั้ง 4 มิติ คือ

(1) สุขภาพทางกาย เป็นมิติสุขภาพที่เกี่ยวพันกับร่างกายของเรา หรือหากพิจารณาตามหลักสังสารวัฏแนวพุทธ ซึ่งจะหมายถึงสุขภาพที่สัมพันธ์กับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของมนุษย์ ซึ่งโดยหลักทางด้านสาธารณสุขแล้วดัชนีที่ใช้ชี้วัดสุขภาพทางกายเช่นนี้ ได้แก่ เรื่องของอายุขัย สมรรถนะทางกาย อัตราการเกิด/ตาย และการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งหากโยงตัวอย่างกรณีสื่อพื้นบ้านแล้ว หลายๆ สื่อจะทำหน้าที่ในการสร้างเสริมสุขภาวะในเชิงร่างกาย อาทิ ฟ้อนเจิง รำดาบ มวยพื้นบ้าน ที่มีบทบาท ในการเสริมความแข็งแรงทางกาย

(2) มิติสุขภาพทางจิตใจ หมายถึง มิติสุขภาพในเชิงจิตใจที่เกิดขึ้นภายในตัวเราและสัมพันธภาพทางใจระหว่างตัวเรากับบุคคลอื่นๆ เช่น สุขภาวะในระดับความคิด สติปัญญา สุนทรียะ การควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การมีสมาธิ การมีสติสัมปชัญญะ เป็นต้น ตัวอย่างของสื่อพื้นบ้านที่สามารถทำหน้าที่เชิงสุขภาวะจิตใจนี้ ได้แก่ การทอผ้า ต่ำหูก จักสาน แทงหยวก งานปูนปั้น ตีมีด ดนตรีพื้นบ้าน และงานจิตรกรรม

(3) มิติสุขภาพทางสังคม/สิ่งแวดล้อม หมายถึง สุขภาวะอันเกิดจากการจัดการระบบสายสัมพันธ์ที่ดีทางสังคมหรือการจัดระบบสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ดี รวมไปถึงกระบวนการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชีวิตในสังคมเดียวกัน เช่น สื่อการละเล่นพื้นบ้านของหญิงชาย อย่างมวยลาทางภาคใต้ หรือสะบ้าของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ เป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ชายหญิงได้สื่อสารระหว่างกันหรือมีโอกาสจะได้เรียนรู้ที่จะเป็นผู้รุกและรับในเวลาเดียวกัน รวมทั้งมีบทบาทในการขัดเกลาให้ผู้เล่นได้เรียนรู้บทบาททางเพศและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขระหว่างหญิงชาย

(4) มิติสุขภาพทางจิตวิญญาณ ความหมายของสุขภาพ ในมิตินี้ยังเป็นข้อถกเถียงที่ไม่ลงตัวว่าจะมีขอบเขตแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม เราอาจนิยามความหมายของจิตวิญญาณนี้ได้ว่า หมายถึง “ความศรัทธา” อาทิ ความศรัทธาในความเสมอภาคของผู้คน ความเคารพต่อผู้อื่น ความเคารพต่อสิ่งเหนือธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงมนุษย์ไว้ ตัวอย่างเช่น สื่อพื้นบ้านที่เกี่ยวกับศาสนา และความเชื่อ อาทิ สรภัญญะ การจ่ายผญา การเลี้ยงผีปู่ย่า ที่เสริมสร้างความศรัทธาในคุณค่าแห่งชีวิต และการเคารพต่อสิ่งเหนือธรรมชาติของมนุษย์

หากเรานำทั้ง 4 มิติ มาเป็นแกนในการทำความเข้าใจเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยพบว่า ศักยภาพของสื่อพื้นบ้านสามารถสื่อสารสุขภาวะได้หลากหลายมุมขึ้นอยู่กับการที่ “เจ้าของวัฒนธรรม” หรือศิลปิน และผู้คนในชุมชนท้องถิ่น จะประกอบสร้างคุณค่าความหมายในเชิงสุขภาวะออกมา ตัวอย่างเช่น การแสดงโนราที่ได้รับการลงรหัส ตั้งแต่ในเชิงสุขภาพกายที่ช่วยแก้อาการปวดหลังปวดไหล่ และฝึกฝนให้ผู้รำรู้จักควบควบคุมการใช้ร่างกายในเชิงสุขภาพใจก็เป็นสื่อแห่งการให้ความสุขและสุนทรียะแก่ผู้ชมในเชิงสังคม ก็เป็นการสื่อสารตัวตนและความภาคภูมิใจของคนใต้ และในเชิงจิตวิญญาณ ก็มีมิติแห่งความศรัทธาในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเราจะเห็นว่าเอกลักษณ์สำคัญของสื่อพื้นบ้านกับงานสุขภาพก็คือการเป็นสื่อที่ “พูดภาษาเดียวกัน” ของ “คนในวัฒนธรรม” และมีศักยภาพในการผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านสุขภาวะในหลายๆ มิติ ทั้งที่มีมาตั้งแต่ดังเดิมและพัฒนามาจากโลกทัศน์สมัยใหม่ นั่นหมายความว่า ในอดีตภูมิปัญญาเหล่านี้ได้เคยทำหน้าที่สร้างสรรค์คุณค่าด้านสุขภาพให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ดี นอกจากปัจจุบันบทบาทหน้าที่ดังกล่าว จะเริ่มสูญหายไปแล้ว ที่ผ่านมากิจกรรมเกี่ยวกับสื่อพื้นบ้านในเชิงสุขภาพ มักปรากฏออกมาในรูปการใช้ประโยชน์จากสื่อพื้นบ้านเพื่อการรณรงค์สุขภาพ ซึ่งมักดำเนินไปตามความต้องการของบุคคลภายนอก เช่น รัฐหรือภาคธุรกิจ โดยบ่อยครั้งมิได้ตั้งต้นจากความต้องการของชุมชนเอง หรือมิได้เป็นไปเพื่อส่งเสริมศักดิ์ศรีและศักยภาพการดำรงอยู่ของสื่อ
พื้นบ้าน ด้วยเหตุนี้นอกจากกระบวนทัศน์แบบครอบงำ หรือการมุ่งแต่ใช้สื่อพื้นบ้านเป็นเครื่องมือรณรงค์สุขภาพ โดยมองข้ามศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรมลงไป เราอาจต้องลอง “คิดใหม่ทำใหม่” และค้นหาแนวคิดในการสร้างสรรค์ “สื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข” อย่างเคารพคุณค่าและคำนึงถึงหลักการเรื่อง “สิทธิเจ้าของวัฒนธรรม” ในการเลือกใช้ ปรับประยุกต์ สร้างสรรค์ ฟื้นฟู รักษา รู้คุณค่าความหมายอื่นๆ เพื่อยังผลต่อสุขภาวะอันดีของชุมชน และฉบับนี้ผมขอขอบคุณโครงการสื่อพื้นบ้านเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน หรือ สพส. ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งได้นำข้อมูลมาเขียนให้เห็นถึงบทบาทของสื่อพื้นบ้านในมิติต่างๆ เพราะสื่อพื้นบ้านเป็นสื่อที่มีแต่ความจริงใจกับชุมชน อย่างเข้าถึงมาช้านานครับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *